♥[SF] ใกล้กว่าดาว (ain’t star)
posted on 23 Nov 2011 19:22 by tuatae-rh in SHORT-FICTIONSTitle: ใกล้กว่าดาว (ain’t star)
Status: SHORT FICTION
Author: DOUBLESWAG
Pairing: TOP x GD
Rating: Romantic, Drama (?)
Genre: Nc
Author’s note: บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้เป็นช๊อตฟิคที่ค่อนข้างยาว(?)นิดนึงนะคะ ที่จริงควรแยกเป็น 2 ตอน แต่คิดๆดูแล้ว...รวมเป็นตอนเดียวไปเลยดีกว่า ^^ ไม่ได้เขียนช็อตฟิคมาซักพักใหญ่แล้ว...ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจรีดเดอร์อีกซักทีนะจ๊ะ ^.^
" ใกล้กว่าดาว (ain’t star) "
.
.
เส้นขอบฟ้าสีทองกำลังจะลาลับ ทำให้ท้องฟ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตากลายเป็นสีวนิลาอมส้ม ถ้าให้มองว่ามันสวยก็คงจะสวยอย่างที่เค้าว่า แต่ถ้าผมมองในตอนนี้...มันก็คงจะ ‘เหงา’ มากกว่าจะรู้สึกถึงความงดงามของมัน
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผมดำขลับก้มลงดูนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะทำหน้าสีหน้าเหยเก และฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะหินอ่อนอีกครั้ง เค้านั่งอยู่ตรงนี้มานานกว่าสี่ชั่วโมงแล้วเห็นจะได้ จนเส้นเอ็นบางเส้นบริเวณข้อขามันเกิดอาการยึดแทบเดินไม่ได้ เลยต้องค่อยๆลุกออกไปเดินยืดเส้นยืดสายท้าลมหนาวยามโพล้เพล้แก้อาการขาล๊อค(?)ซะหน่อย
“เมื่อไหร่วะเนี่ย” ชายหนุ่มสบถกับตัวเอง พลางเดินบิดขี้เกียจวนไปวนมา จนแล้วจนรอดในที่สุดก็ต้องกลับมานั่งแหมะอยู่ที่เดิม ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นยามราตรี พร้อมๆกับไฟที่ถนนและหน้าคณะก็สว่างพรึบขึ้น...ดีที่ยังมีไฟเปิด
ร่างสูงยกโทรศัพท์ออกมา ก่อนจะกดเบอร์ไปหาคนที่ทำให้เค้าต้องมาติดแหง็กอยู่ตรงนี้ แม้รู้ว่าอีกคนคงไม่รับ แต่ขอโทรไปเร่งให้มันรีบกว่านี้หน่อยก็ยังดี ตอนนี้กูจะหนาวตายอยู่แล้ว...หึ...และก็เป็นอย่างที่คิดปลายสายกดตัดสายทิ้งตั้งแต่สัญญาณยังดังไม่ถึงสามครั้ง
“ไอเชี่ย เฮอะ!” ให้กูมารอตั้งนมนาน...เมื่อไหร่มึงจะเรียนเสร็จคร๊าบบบบ >o
..
“ซึงฮยอนแม่งโทรมาเร่งกูอีกละ” (><)
“เป็นกู กูไม่รอมึงละ”
“ถ้ามันไม่รอกู แล้วกูจะกลับยังไงล่ะ ไอสัสนี่!” คนตัวเล็กทำท่าจะตบกะบาลเพื่อนซี้ข้างๆ
“กูเห็นแฟนไม่อยู่ เรียกใช้ซึงฮยอนเซอวิสตลอด หึหึ” (- -)
“ไอยองเบ นี่กูไม่ได้เห็นซึงฮยอนมันเป็นทาสนะ พูดซะกูรู้สึกผิดหมด”
“เออๆ รีบไปเหอะ เดี๋ยวกูเลคเชอร์ไว้ให้ อีกไม่เยอะหรอก” เพื่อนหนุ่มบอกปัดอย่างรำคาญ
“ขอบใจ รอคำนี้ล่ะเพื่อน!” (^0^)
“F*ck” (^^) ยองเบเงยหน้าพลางยกนิ้วกลางให้เพื่อนตัวเล็กด้วยรอยยิ้ม จียงจึงขอบใจอีกครั้งด้วยการใช้กระเป๋ากระแทกไปที่เนื้องอก(?)ทรงโมฮ็อคก่อนจะเลี่ยงเดินออกจากห้องไปทันที...เรื่องกวนตีนนี่ยกไว้ให้เลยไอเตี้ย!
หลังจากออกมาจากห้องเรียน ผมรีบโทรหาซึงฮยอนทันที มันคงรอนานมากจนเซ็งแล้วแน่ๆ แต่จะให้ทำไงได้มันเหตุสุดวิสัยจริงนี่หน่า ไอเราก็กะว่าจะเรียนแค่แปปเดียว แต่เพราะอาจารย์จะลากิจอาทิตย์หน้าเลยดันสอนควบเผื่อครั้งหน้าไปด้วยเลย และก็ทำให้ไอคนที่รออยู่ข้างล่างมันต้องรอนานขนาดนี้ >< มันเป็นความผิดของผมตรงไหนกันล่ะ
“ซึงฮยอนนน~” (^.^)
“ไม่ต้องมายิ้มแป้น”
“โหว..กูขอโท๊ดด” คนตัวเล็กยกมือไหว้ปลกๆ คนตัวใหญ่เพียงแค่ส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย และยื่นหมวกกันน๊อคให้ไปทันที “รออยู่ตรงนี้ จะไปเอารถ”
จียงได้แต่พยักหน้าด้วยสีหน้าสลดเพราะความสำนึกผิด เพียงไม่นานร่างหนาก็กลับมาพร้อมกับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีเทาขาวคันงาม จะว่าไปเสียงทุ้มนุ่มของตัวรถมันก็คล้ายๆกับเสียงของเจ้าของมันเหมือนกันนะ...ทุ้ม..ใหญ่...แต่นุ่มลึก
“ไม่ขึ้นใช่มั๊ย” เจ้าของรถเปิดหน้ากากหมวกกันน๊อคมาดุเพื่อนตัวเล็กที่ยืนนิ่ง
“แค่นี้ก็ทำเป็นโหด” (>,.<)!
“พูดมาก”
จียงค่อยๆเหยียบขึ้นคล่อมรถคันสูง เค้าไม่เคยคิดชอบรถคันนี้เลยซักครั้งให้ตายสิ มันเท่ห์ก็จริงแต่มันก็สูงเกินไป ขาสั้นๆแบบเค้ามันลำบากสุดๆเวลาจะขึ้นลงเนี่ย แต่ก็นะ...บ่นมันได้ที่ไหนล่ะ...มารับก็บุญโขละ เฮอะ!
แขนเล็กเอื้อมเกาะเอวหนาไว้มั่นพลางแนบหัวไว้ที่แผ่นหลังกว้าง ด้วยความเร็วอันเกิดจากการที่ซึงฮยอนบิดคันแร่งไม่ยั้งมือ ทำให้เค้าต้องสะกิดไปยังคนข้างหน้าให้ผ่อนแรงลงหน่อย อากาศหนาวแบบนี้ มีแค่แจ็คเกตธรรมดาจะแข็งตายอยู่แล้วโว๊ย (>o<)
ถึงแม้จะรู้สึกว่ารถมันวิ่งช้าลงมากแล้ว แต่ทำไมเค้ายังรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกแบบนี้ล่ะ คนตัวเล็กพยายามแนบตัวให้ชิดกับคนขับมากที่สุด มือก็โอบเอวแน่นขึ้น...ร่างกายอบอุ่นของซึงฮยอนมันช่วยได้มาก แต่...เมื่อไหร่จะถึงนะ
.
.
“ไม่ลงหรอไง” ร่างสูงเอี้ยวตัวไปด้านหลัง และถอดหมวกกันน๊อคออก คนตัวเล็กค่อยๆก้าวลงจากรถคันสูง เค้าส่งหมวกกันน๊อคคืนไปให้คนขับ ก่อนจะจัดทรงผมสีน้ำตาลอ่อนเล็กน้อย “ดุไม่เลิกนะ” : (
ทั้งสองคนเดินเข้ามาในหอพักพร้อมกัน แต่ท่าทางกระอักกระอ่วนแปลกๆของอีกคน ทำให้คนตัวใหญ่สงสัยจึงต้องเอ่ยถามว่าเป็นอะไร แต่จียงก็ส่ายหัวปฏิเสธ แค่ตอนนี้รู้สึกเหมือนร่างกายไม่ค่อยมีแรง และหัวมันตื้อหน่อยๆเท่านั้นเอง อาจจะเป็นเพราะมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันนั้นมันแรงเกินไปก็ได้...อ่า...รู้สึกไม่ค่อยดีเลย
“หน้าตาไม่ค่อยดีนะ”
“กูเนี่ยนะ หน้าตาไม่ค่อยดี...” เสียงใสหาเรื่องจนได้เรื่อง มือหนาตบไปที่หัวดังปัก! “...ใช้กำลังกะกูตลอดล่ะ” : (
“หน้าตาดีไง เลยต้องโดนแบบนี้ หึหึ”
คนตัวเล็กเบ้ปาก ก่อนจะรอให้อีกคนเปิดประตูห้อง อันที่จริงเค้าเองก็มีกุญแจห้องนี้นะ แต่เพราะไม่ได้มานานแล้ว ตอนนี้มันเลยหายไปไหนก็ไม่รู้ ...อืม...แล้วมันหายไปไหนนะ?
“รกหน่อยนะ แต่ของมึงยังเหมือนเดิม”
“อืม ไม่มากหรอก” จียงทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงสปริงนุ่มก่อนจะนอนแผ่หราด้วยความเพลีย...คิดถึงห้องนี้จังเลย มันเป็นห้องของผมกับซึงฮยอน เราเป็นรูมเมทกันมานานแล้ว แม้จะรู้สึกผิดเล็กน้อยที่เอาแต่ติดแฟนไม่ยอมกลับห้อง แต่คิดว่าซึงฮยอนมันคงจะชินแล้ว ไม่เห็นว่าอะไรซักคำ...หรือบางทีถ้ามันอาจจะอยากพาสาวมาสานสัมพันธ์(?)บ้างทางจะได้สะดวก
“เดี๋ยวมานะ”
“อืม” คนตัวเล็กตอบรับทั้งๆที่ยังไม่เปิดเปลือกตา อะไรที่มันดูดพลังเค้าไม่จนเกลี้ยงแบบนี้นะ...แขนขาไม่มีแรงเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังดีๆอยู่...นี่เราเป็นอะไร
จียงกรอกตามองเพดานสีขาวแล้วอมยิ้ม ไอโคมไฟทรงประหลาดๆที่เค้ากับซึงฮยอนเอาไปติดไว้บนเพดานมันก็ยังอยู่ที่เดิม ห้องนี้มันยังคงเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน...
เปลือกตา...ทำไมรู้สึกหนักแบบนี้...
ยื้อยุดอยู่เพียงไม่นานคนตัวเล็กก็จมดิ่งสู่นิทรา
.
.
“....ม...ทอม...ตื่นก่อน”
“อื้ออ” จียงทำเสียงขัดใจในคอและพลิกหันไปอีกด้าน
“ไอทอม ลุก!!” แขนหนาฉุดแขนร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่ง คนถูกปลุกเลยมีสีหน้าบอกบุญไม่รับ คิ้วเส้นเรียวผู้ติดกันแน่น ก่อนที่มือเล็กจะออกแรงฟาดไปที่ไหล่หนาเต็มแรง “ทอมบ้านมึงดิ!” (>o<)!
ไอนี่มันโรคจิตอย่างนึง...ตอนที่เราอยู่ด้วยกันมันชอบจ้องหน้าผมและก็เอาแต่พูดว่าหน้าผมเหมือน ‘ทอม’ ฟังแล้วมันโมโห ผู้ชาย(?)ที่ไหนอยากหน้าเหมือนทอม ถึง...กูจะมีแฟนเป็นผู้ชายก็เหอะ (. .)! ก็ไม่ได้อยากมีหน้าตาสองเพศหรอกนะ! และเพราะหน้าซึงฮยอนมันเป็นแบบนี้ผมเลยชอบเรียกมันว่า ‘ไอหน้าบึ้ง’ ซึ่งมันก็ไม่สะทกสะท้าน (- -)!
“กินยา”
“กินทำไม” (‘.‘) เสียงใสที่กลายเป็นแหบพร่ามองหน้าเพื่อนซี้อย่างงงๆ
“ไม่สบายแน่เลย เห็นท่าทางไม่ดีตั้งแต่ขึ้นหอและ เลยไปซื้อยามาให้”
“...” รู้ได้ไงว่าไม่สบาย...ตัวกูเองยังไม่รู้เลย (- -)!
ร่างหนาเอายาและน้ำมาวางให้คนตัวเล็กบนเตียง ก่อนจะพาร่างตัวเองไปเข้าห้องน้ำ กระจกบานใหญ่ในห้องน้ำกว้าง สะท้อนเงาร่างสูงใหญ่ หน้าตาคมคาย แต่...เค้ากลับไม่เห็นความสุขที่ฉายแววอยู่บนใบหน้านี้เลยแม้แต่นิด จำไม่ได้ว่าเคยมีความสุขครั้งล่าสุดเมื่อไหร่...รู้แค่ว่ามันคงจะ...นานมากแล้ว
“เอาอะไรไปสู้เค้าได้วะ” ซึงฮยอนขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงระบายอารมณ์ ไอเรามันไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์!! ไม่ได้เป็นสปอร์ตแมนร่างบึ้ก!! และก็ไม่หล่อขั้นเทพอย่างทุกคนของคุณนี่!! ก็เซอวิสได้แค่นี้ล่ะวะ!
น้ำเย็นยะเยือกที่ไหลผ่านออกมาจากฝักบัว สู่ร่างกายหนาทำเอาเจ้าของร่างสะท้านสั่น ไม่ได้เป็นพวกโรคจิตชอบความเจ็บปวดแต่อย่างใด หากแต่ว่าตอนนี้แม้แต่น้ำเย็นจัด ก็คงจะทำให้หัวใจเค้าด้านชาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ความรู้สึกนี้...มันเริ่มจากความเป็น ‘เพื่อน’
เกิดความผูกพันธ์จนตัวเองสับสนแยกไม่ออกว่าตอนนี้...กับจียง ‘รักเพื่อน’ หรือแค่ ‘เพื่อนรัก’ กันแน่
รู้แต่ว่า...หงุดหงิดที่จียงมันคุยโทรศัพท์อย่างหน้าชื่นตาบาน...
และยิ้มหวาน...ด้วยท่าทางที่เห็นแล้วก็อดอิจฉาไอซุปเปอร์สตาร์ของมหาลัยไม่ได้..หึ...ขี้อิจฉาจังวะกู
แม้ว่าในตอนนี้ผมจะรู้อย่างชัดเจนแล้วว่า ไอความรู้สึกนี้มันไม่ใช่แค่ ‘เพื่อนรัก’
แต่ไม่ว่าจะยังไงดูเหมือนว่าทุกอย่างมันคงสายเกินการไปแล้ว...ไม่สิ...มันไม่สายไป เพราะผมยังไม่เคยกล้าที่เริ่มต้นมันเลยด้วยซ้ำ ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นความอึดอัดที่อยู่ข้างในหัวใจตลอดมา...จนถึงตอนนี้
.
.
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“อยากเข้าห้องน้ำ”
ร่างสูงหันควับตามเสียงใสหน้าประตูก่อนจะเอื้อมมือปิดน้ำจากฝักบัวที่เย็นเฉียบ ปากบางสีสดสั่นเทาด้วยอาการหนาวเย็น ซึงฮยอนรีบเอื้อมคว้าผ้าเช็ดตัวสีขาวมาพันมันรอบเอว และเปิดประตูออกทันที
“อ่าว...ทำไมเร็วจังวะ” คนตัวเล็กแหงนหน้ามองร่างกายขาวที่เต็มไปด้วยหยดน้ำ...ทำไมไม่เช็ดตัวล่ะ? (- -)
“อืม เข้าไปก่อนเหอะ”
ไม่ว่าเรื่องอะไร...มึงก็มาเป็นที่หนึ่งของกูเสมอ...
ไม่เคยปล่อยให้รอนาน...ตามใจทุกอย่าง...และมึงคงจะคิดว่ากูเป็นเพื่อนที่ใจดีมากมายใช่มั๊ย?
แต่กู...ไม่ได้อยากเป็นแบบนั้นหรอกนะ และก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนด้วย แต่กับมึง...กูบอกไม่ถูก...อยากจะเห็นหน้าตาทะเล้นเหมือนทอมของมึงยิ้มตลอดเวลา ขนาดตอนหน้าบึ้งก็ยังอยากเห็น...ใกล้ชิดได้เท่าที่ใกล้...
...แค่นี้ล่ะ ที่ทำได้...
.
.
“เฮ้ย ดูดบ้างดิ” ร่างสูงสะดุ้งเอี้ยวคอกลับไปมองคนตัวเล็กด้านหลัง
“ข้างหัวนอน ไปหยิบเอา” (- -)
“ไม่เอา อยากดูดแค่สองสามที...ดูดเยอะเดี๋ยวโดนแทคยอนว่าเอา” มือหนาที่กำลังจะยื่นบุหรี่อีกครึ่งตัวไปให้คนข้างๆ กลับเปลี่ยนทิศทางจิ้มหัวลงบนขอบระเบียงแทนทันที หลังจากแค่ได้ยินชื่อ ‘แทคยอน’
“กลัวโดนว่าก็ไม่ต้องเสือกอยากดูด” ว่าเสร็จก็หันหลังกลับเข้าห้องทันที ปล่อยให้อีกคนยืนอึ้ง ก่อนจะรีบเดินตามเข้าไปขยี้ผมที่ยังเปียกหมาดๆอยู่ให้น้ำกระจายด้วยความหมั่นไส้ “ทำเป็นมาดเยอะนักนะ! นี่แน่ะๆๆ”
“เห้ยย!!” คนตัวใหญ่สะบัดร่างบางจนเซล้มไปบนที่นอนอย่างลืมตัว (O_O)
ร่างเล็กเงยจ้องใบหน้าเพื่อนรักไม่ลดละ เหตุเพราะกำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่...เ กิ ด อ ะ ไ ร ขึ้ น
ไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บร่างกายจากการกระแทก...แต่ตอนนี้...กำลังรู้สึกว่าหยั่งความคิดซึงฮยอนไม่ได้เลย
อะไร...
อะไรที่ขวางกั้นเราอยู่...ชั้นไม่อยากคิดว่านายกำลังจะสร้างกำแพงระหว่างนายกับชั้นขึ้นมาหรอกนะ...
ตัวซึงฮยอนเองก็ตกใจไม่ต่างไปจากคนตรงหน้าเหมือนกัน...อย่าให้มันมากไป...ซึงฮยอน
ชายหนุ่มค่อยๆกดความรู้สึกตัวเองเก็บไว้ในซอกที่ลึกที่สุดของหัวใจ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ...อย่ามากไปนะ
“ขอโทษ”
“...” (O_O) แต่จียงยังคงทำตาค้างมาทางเค้าไม่ละสายตา เมื่อต่างคนต่างจ้องกันแล้วไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยคำใด ซึงฮยอนจึงเป็นฝ่ายเดินออกไปแต่งตัวเพื่อหลีกเลี่ยงสถาณการณ์ที่น่าอึดอัดนี้แทน...
นายต้องกำจัดความรู้สึกนี้ออกไปซะ...ซึงฮยอน
อย่าเอาความเห็นแก่ตัวแย่ๆมาทำให้มิตรภาพมันถูกทำลายไป...
.
.
สิ่งเดียวที่ส่งเสียงกลบความสงัดภายในห้องนี้คือทีวีที่ถูกกดเปลี่ยนช่องไปมาจากคนตัวใหญ่ แม้จะอยู่บนเตียงเดียวกัน แต่ก็ไม่รู้จะหยิบยกเรื่องอะไรมาพูดคุยให้ความรู้สึกอึดอัดแบบนี้จางลงไป
“เอ่อออ...” เสียงทุ้มค่อยๆพยายามทำหน้าที่ทำลายบรรยากาศอึมครึมให้หายไป แต่ขณะที่คนตัวเล็กกำลังจะหันหน้ามาทางร่างสูง เสียงริงโทนโทรศัพท์ของเค้ากลับดังขึ้น...จียงจ้องตาชายหนุ่มข้างๆอยู่เพียงชั่ววินาที ก่อนเลือกที่จะหันกลับไปสนใจเจ้าเครื่องสื่อสารที่ส่งเสียงแผดร้องไม่หยุดดีกว่า
“ว่าไง~” (^^)
“...”
“ยังนอนไม่หลับหรอก...” คนตัวเล็กแอบเหล่หางตามองร่างสูงที่นั่งพิงพนักหัวนอน และกดเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อย “...อยากนอนกอดเหมือนทุกคืนอะดิ”
.
.
ตึงง!!
รู้สึกตัวอีกทีเสียงประตูระเบียงถูกเลื่อนเปิดเสียงดังจนคนตัวเล็กสะดุ้ง!จนคนปลายสายผิดสังเกตุ “ป...เปล่า...ไม่มีไร” (^^)”
จียงมองตามร่างสูงที่จู่ๆก็ออกไปสูบบุหรี่ ทั้งๆที่ใกล้นอนแล้ว...เป็นอะไรของเค้า
ปลายบุหรี่สีส้มสว่างวาบขึ้นเมื่อชายหนุ่มสูบอัดควันเข้าจนเต็มปอด หางตาที่แอบมองเข้าไปในห้องเห็นคนตัวเล็กยังคงคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าระรื่นทำให้เค้าแทบทนไม่ไหว...ทั้งๆที่บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่าต้องทนให้ได้
แต่ทำไม...หัวใจมันไม่ยอมฟังสมองเลยแม้แต่นิด!
กูไม่ได้อยากเป็นแบบนี้นะโว้ยย!!
การไม่มีมึงมาอยู่ใกล้ๆ มันก็แย่พอทน...แต่พอมีมึงมานอนอยู่ข้างๆ มันกลับ...แย่จนทนไม่ได้..
กูห้ามหัวใจกูไม่ให้เจ็บปวดไม่ได้...สมองกูนี่แม่งแปลกที่สุด...กูสั่งให้มันคิดทุกเรื่องได้อย่างไม่มีข้อกังขา แต่พอเวลาอยากสั่งให้มัน ‘ลืม’ แค่เรื่องบางเรื่อง มันเสือกทำไม่ได้! แล้วมึงจะให้กูทำยังไงวะ!
...กูทำไม่ได้...
.
.
“ซึงฮยอน” จู่ๆเสียงใสก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
“...”
“เป็นอะไรรึเปล่า”
“เปล่า...” ชายหนุ่มส่ายหน้า และพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก “...มึงกินยาแล้วดีขึ้นมั๊ย”
“อืม...ดีขึ้น”
ร่างสูงที่ยืนท้าวขอบระเบียงอยู่ไม่หันมามองหน้าอีกคน มองท้องฟ้าที่มืดมิดมีเพียงแสงดาวเพียงดวงสองดวง ผมคิดว่ามันคงดีกว่าที่จะให้มองหน้าคนข้างๆในตอนนี้
“อีกสี่ชั่วโมงถ้ายังไม่หลับ ก็กินเข้าไปอีกสองเม็ดละกัน จะได้หายขาด”
“และถ้ากูหลับอะ”
แววตานิ่งหันกลับมามองคนตัวเล็กข้างๆ “เดี๋ยว-กู-ปลุก”
“และถ้ามึงก็หลับล่ะ” (^^)
“นาฬิกาปลุกไง” ควันสีเทาถูกพ่นลอยล่องไปตามสายลมที่พัดผ่าน
“และถ้านาฬิกาปลุกแล้วมึงไม่ตื่นอะ”
อีกครั้งที่ซึงฮยอนรู้สึกถึงความมากเรื่องของคนข้างๆ “บอกให้แทคยอนโทรมาปลุกมึงซะ”
“ฮ่าๆๆๆ” (^o^)
แค่พูดชื่อนี้...มันมีความสุขมากขนาดนั้นเลยหรอไง
ความสุขของมึงที่กำลังพุ่งสูงขึ้น มันกำลังสวนทางกับความทุกข์ของกูที่กำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด...
“กูมันไม่ใช่เดือน ไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์อย่างแทคยอน ...ปลุกมึง มึงคงไม่ตื่นหรอก หึ”
“ดูมึงใช้คำ...เดือนดาวห่าไรล่ะ ฮ่าๆ” (>//<)
ดูทำหน้าเข้า...ความสุขจะจุกอกตายแล้วมั้ง...หึหึ
เอาเล๊ย! ...มีความสุขมากๆเลยเพื่อน...เค้าบอกว่าความรักคืออยากเห็นคนที่รักมี ‘ความสุข’
“เป็นไงมั่งอะ...”
“อะไร”
“ก็มึงกับแฟนไง” ก้นบุหรี่ถูกบี้ไปในที่เขี่ยบุหรี่สีคริสตัล
ใบหน้าหวานยิ้มพริ้ม ไม่บอกก็รู้ว่าหน้าไอแทคยอนคงจะลอยคว้างอยู่เต็มสมอง “ก็ดีนะ...ดีมากๆเลย”
“...”
“เป็นคนที่รู้สึกใช่ชิบหายเลย แข็งแรงมากๆ...” ซึงฮยอนก้มมองลงดูแขนที่ไม่ค่อยจะมีกล้ามของตัวเอง แล้วได้แต่ยิ้มแห้ง “...ตลกอีกต่างหาก ฮ่าๆ เวลานอนกอดนะ...หูวว ตัวอุ่นสุดๆ” (>//<)
ถ้าคนตัวเล็กสังเกตเห็นมือหนาที่กำลังกำขอบระเบียงแน่น ก็คงจะหยุดพูดตั้งแต่สองคำแรกแล้ว เสียแต่ว่าอีกคนกลับไม่รู้เลยว่าทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากสวยๆนั้น มันเหมือนกับใบมีดคมๆที่กำลังแทงกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เข้าไปในหัวใจชุ่มเลือดที่กำลังเต้นตุบๆอยู่ในช่องอกอย่างสนุกสนาน...ตอนนี้ก้อนเนื้อนั้นคงจะกลายเป็นสีแดงจางๆเพราะมีดเล่มนั้น
แต่มันก็ยังคงเลือกที่จะ ‘เต้นตุบๆ’ ต่อไป...แม้จะโรยแรง
เพราะการตาย...ไม่ใช่จุดจบของความเจ็บปวด...สิ่งที่เค้ากำลังได้รับในตอนนี้คือ ‘ความทรมาณ’
ทรมาณ...ที่ตัดใจไม่ได้
ทรมาณ...ที่ยังต้องแสร้งทำว่าไม่ได้เป็นอะไร
ความทรมาณที่เกิดขึ้น...เพราะความอ่อนแอ...ของตัวเอง
“ม...มึง...ไปนอนเหอะ” เสียงทุ้มพยายามกลั้นใจพูดไล่ออกไป...ไม่อยากทนอีกแล้ว
“ทำไม”
“...” ร่างหนาก้มหน้า แอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนตอบ “ก...กูก็จะนอนแล้วเหมือนกันไง”
คนตัวเล็กหันหลังกลับเข้าห้อง โดยไม่รู้ว่าน้ำตาเม็ดใสกำลังรินเอ่อล้นดวงตาคม เค้ารีบหันหลังกลับไปปาดน้ำตาออกไปอย่างลวกๆ...กลัวว่าอีกคนจะเห็นความน่าอาย...กลัววจะรู้...ว่าคิดว่าไม่ซื่อ
“ปิดไฟเลยนะ”
ร่างสูงยืนนิ่งค้างอยู่หน้าสวิตไฟ...ตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่นายนอนโดยที่ปิดไฟได้กัน “เดี๋ยวนี้นอนปิดไฟได้แล้วหรอ”
“นอนกับแทคยอน ก็ปิดไฟทุกคืนเลย”
“...” อ่อ...เป็นอย่างนั้นเองหรอกหรอ...ความเคยชินที่ถูกคนอื่นสร้างให้
ไฟในห้องสี่เหลี่ยมที่คุ้นเคยถูกปิดจนมืดสนิท ก่อนที่ร่างสูงจะล้มตัวลงบนเตียงนอนข้างๆร่างเล็ก
“อย่าลืมปลุกให้กินยานะ ไอหน้าบึ้ง”
ถึงห้องจะมืดแต่ก็ยังพอเดาสีหน้าทะเล้นนี้ได้จากน้ำเสียง...ชั้นอิจฉามันจริงๆนะ “อืม”
.
.
เวลาผ่านไปนานพอสมควร แต่คนตัวเล็กเอาแต่พลิกกายไปมาราวกับไม่คุ้นชินกับห้องนี้อีกต่อไป ไม่ต่างจากร่างสูงแม้ว่าจะนอนนิ่งแต่ความจริงแล้วสิ่งที่ยากที่สุดในตอนนี้คือการข่มตาให้หลับ...
“ทอม...” เสียงทุ้มเอ่ยถามแทรกผ่านความเงียบ “...นอนไม่หลับหรอ”
“อ...อื้อ” (.///.)
สายตาที่ปรับสภาพเข้ากับความมืดได้แล้ว สามารถมองเห็นใบหน้าหวานได้ชัดเจน แต่ยังไม่เข้าใจว่าท่าทางแปลกๆแบบนี้หมายความว่ายังไง...อาการกระสับกระส่าย...ดูไม่เป็นตัวของตัวเอง...นี่มันห้องเราไม่ใช่หรอ...จียง
“บ...บึ้ง~” (. .)
“...”
“ซึงฮยอน~” เมื่ออีกคนไม่ตอบรับคนตัวเล็กจึงชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ “...หลับแล้วหรอ”
“ยัง...มีอะไร”
ร่างบางไม่พูดแต่ค่อยๆกระเถิบร่างเข้าไปใกล้ชิดชายหนุ่มมากขึ้น...ทำเอาร่างหนาสะดุ้ง “ไอบึ้ง~” (. .)
“ม...มีอะไรก็พูดมาสิ”
“ปิดไฟแล้ว...นอนไม่หลับอะ” (. .) เสียงหวานกระอ้อมกระแอ้ม
“เปิดมั๊ยล่ะ” ใบหน้าเล็กที่แนบอยู่กับแขนแกร่งออกแรงส่ายไปมา “ไม่ต้องเปิด”
ซึงฮยอน....อย่าหวั่นไหวไปมากกว่านี้...คนข้างๆแค่เพื่อนคนนึงก็เท่านั้น...และเค้าก็มีเจ้าของแล้ว
“ทำไมต้องเบียดขนาดนั้นวะ” พลางแกะมือที่เกาะเกี่ยวตัวเองออก เพื่อยับยั้งใจตัวเอง
“ขอกอดหน่อยดิ นอนไม่หลับอะไอบึ้ง” (><)
“...” คำนี้เหมือนทำให้ร่างกายที่กำลังต่อต้านกับความรู้สึกตัวเอง หยุดทำงานทันที...เค้าพ่ายแพ้ให้กับคำพูดไม่กี่คำนี้อย่างสิ้นเชิง...ที่จริง...ชั้นพ่ายแพ้ให้กับนายตั้งแต่แรกแล้วล่ะ...จียง
เมื่อเห็นไอหน้าบึ้งมาดเยอะของตัวเองไม่พูดอะไร จึงถือวิสาสะพาดแขนกอดไปที่หน้าอกแกร่งทันที ปกติแล้วเวลาที่เค้านอน จะต้องมีแทคยอนให้นอนกอดอยู่ข้างๆเสมอ...ทำให้คืนนี้ที่ต้องปิดไฟโดยไม่มีแทคยอน มันทำให้กระสับกระส่ายจนนอนไม่หลับ แต่แล้ว...ตอนนี้ก็ได้รู้ว่าร่างกายของซึงฮยอนมันอบอุ่นไม่แพ้แทคยอนเลย...บางทีอาจจะอุ่นมากกว่าด้วยซ้ำ
.
.
ตึกก ตึกก... ตึกก ตึกก... ตึกก ตึกก...
.
.
(O_O)!
ความเงียบทำให้เค้ารู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เปลี่ยนไปของตัวเอง...แขนเล็กที่วางพาดอยู่บนหน้าอกหนาก็ด้วย...มันรู้สึกว่าหัวใจอีกดวงก็เต้นแรงไม่แพ้กัน...ทำไมหัวใจเราเต้นแรง...แบบนี้
ราวกับว่าทั้งสองรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของกันและกัน...ดวงตาที่สบประสานกันนิ่งท่ามกลางแสงสลัวจากระเบียงด้านนอก คล้ายทำให้สติกระเจิดกระเจิง...ทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุม
“กอด...ชั้นหน่อยได้มั๊ย” เสียงใสแว่วเอ่ยเชื้อเชิญ...ราวกับต้องมนต์สะกด
“...”
มือหนาเอื้อมโอบกระชับกายเล็กเข้ามาแนบอก...เวลานี้เรากำลังปล่อยให้ความรู้สึกนำทางแทนความถูกต้อง
เปลือกตาบางของทั้งคู่ค่อยๆเคลื่อนปิดลงช้าๆ ก่อนที่ความมืดมิดจะทำสองร่างให้ดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา...
หลังจากนี้...จงเตรียมใจไว้ว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม...
ณ ตอนนี้เราทั้งคู่ต่างมีสติสมบูรณ์...หากแต่จิตใจมันบิดเบี้ยวจนเผลอไผลไปกับความลุ่มหลงผิดๆของตัวเอง
..
“...ง...ยง...จียง! ตื่น...” ร่างหนาเขย่าคนที่นอนตัวร้อนจี๋อยู่ในอ้อมกอดตัวเองอย่างตกใจ เค้าเอื้อมกดเปิดไฟที่หัวเตียง พลางเพ่งมองนาฬิกา นี่มันจะหกโมงเช้าแล้วจียงยังไม่ได้กินยาเลย ตัวถึงได้ร้อนจัดแบบนี้ “...ตื่นก่อนทอม!”
“อื้ออ”
“ไม่อื้อแล้ว...ลุกขึ้นมากินยาก่อน” แขนแกร่งค่อยๆประคองร่างปวกเปียกจากอาการสะลึมสะลือเพราะพิษไข้ให้นั่งพิงพนักเตียงนอน และรีบยื่นยาและน้ำส่งให้คนป่วยทันที “กินยา”
“อื้ออ...” ใบหน้าอ่อนเพลีย มองตาละห้อยมายังคนตรงหน้า “...เหมือนจะไม่มีแรงเลยอะบึ้ง” (T T)
“ไม่เอาสิ...ไม่สบายแล้วงอแงตลอดเลย กินยาก่อนเร็ว”
คนตัวเล็กค่อยๆกินยาตามด้วยน้ำอย่างโรยแรง และส่งแก้วคืนให้อีกคน “อื้ออ”
“นอนซะ”
“...” ในสมองทำไมถึงอยากจะเอาแต่อ้อนคนตรงหน้านักนะ...และตอนนี้ไม่คิดที่จะปฎิเสธความรู้สึกตัวเองแล้วด้วย
“มองอะไร...”
“ซึงฮยอน...” แววตาสวยแต่อ่อนล้าแสดงถึงความจริงจัง “...กอดชั้นหน่อยได้มั๊ย”
“...” (O_O)
“ไม่ได้หรอ”
“ด...ได้ดิ...ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ไอทอม” (^^) แม้จะยังคงสับสนกับคนตรงหน้า แต่ก็แก้เก้อไปด้วยการเขยิบเข้าไปโอบกอดคนตัวเล็กไว้ และค่อยๆพาให้ร่างเล็กนอนลง
“กอด...ให้เหมือนกอดกับแฟนของบึ้งเลยนะ” (T T)
“...” ก อ ด...แบบนั้น...ไม่ได้ทำมานานแล้ว...แต่ทำไมนายถึงทำกับชั้นแบบนี้ล่ะ...จียง
ตัวนายเองคงไม่รู้ว่าคำพูดเลื่อนลอย...ขี้อ้อน...เอาแต่ใจของนายนั้นมันกำลังจะฆ่าชั้นให้ตายทั้งเป็น เพราะความรู้สึกผิดข้างในใจ ...การกระทำแบบนี้...มันผิดตั้งแต่...ชั้นคิดไม่ซื่อ และนายก็มีคนของนายอยู่แล้ว...
ถึงจะคิดแบบนั้น...แต่ความรู้สึกตอนนี้มันกลับพาให้หัวเล็กมาหนุนอยู่ที่ท่อนแขนของเค้าเรียบร้อยแล้ว กลิ่นแชมพูหอมๆวนเวียนโชยมาแตะจมูกอยู่เป็นระยะๆ ชักชวนให้นิ้วมือลูบคลำปอยผมนุ่มเล่นอย่างเคลิบเคลิ้ม
ใบหน้าหวานที่หลับพริ้มแนบอก พ่นลมหายใจร้อนๆมาจนรู้สึกเสียววาบในช่องท้อง...แค่เวลานี้ก็ยังดี
ซึงฮยอนเอื้อมหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อเก็บภาพเค้ากับคนที่นอนซุกอกตัวเองไว้เงียบๆ ก่อนจะวางมันไว้ที่เดิม
ภายใต้ผ้านวมผืนเดียวกัน...คืนนี้...ต่างจากทุกครั้งที่เราเคยนอนด้วยกัน...ชั้นมีความสุขมาก
แต่ขอให้อาการที่ดีขึ้นของนายในวันพรุ่งนี้ทำให้นายจงลืมมันไป...
การกระทำของชั้นที่ผิดต่อความรักของพวกนายทั้งคู่...
...ขอให้ลืมมันไป...
..
“วันนี้รอกูด้วยนะ”
หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบเดือน ตอนนี้ไอทอมมันมายืนอยู่ตรงหน้าผม และบอกให้ผมรอมัน...
คนของคุณคงจะไม่อยู่สินะ...ผมเลยมีค่าขึ้นมาอีก...
เวลาที่ไม่ได้เจอกันถึงมันจะข่มตาหลับลำบาก...ฟุ้งซ่านอยู่ทุกวัน...มันก็ยังดีกว่าที่เห็นอีกคนนอนอยู่ข้างกาย แต่ไม่สามารถสัมผัสหรือแตะต้องได้เท่าในความฝัน...การมีตัวตนอยู่ของมัน...ทำให้ระบบสมองและร่างกายผมรวนไปหมด
เกินจะควบคุม...
และมันคงไม่ดีแน่ถ้าสัตว์ร้ายที่กักขังอยู่ในใจมันได้โผล่ออกมา...
เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นความร้ายกาจของมันจะทำให้ผมไม่รับรู้ถึงความรู้สึกผิด...และไม่สนใจศีลธรรมใดๆอีกต่อไป
ก็แค่...ภาวณาอย่าให้มันออกมา...
.
.
บรรยากาศที่เงียบงันภายในห้องสี่เหลี่ยม มีชายหนุ่มสองคนนั่งกอดเข่าพิงผนังกำแพงหลังห้องอย่างเงียบเชียบ คนตัวเล็กเอาแต่มองเหม่อไปหน้าประตูราวกับก้อนเนื้อสมองที่เคยเต้นอยู่มันได้หลุดลอยหายออกไป เช่นเดียวกันกับคนข้างๆ ใบหน้าบึ้งตึงเอาแต่เพ่งมองไปที่ประตู...หากแต่...ในสมองเค้ามันไม่ได้ว่างเปล่า แต่อัดแน่นไปด้วยความคิดที่ฟุ้งซ่านจนแทบบ้า...
“มึง...”เสียงใสแหบพร่าค่อยๆทำลายความเงียบ “...กูว่ากู...”
“...”
“จะเลิกกับแทคยอนแล้ว...”
“มันมีคนอื่นหรอไง”
“ไม่...” หัวเล็กทิ้งน้ำหนักลงบนไหล่แข็ง..อย่างไร้เรี่ยวแรง “...ไม่ใช่คนอื่น”
“...”
“กู...ต่างหาก...ที่เป็นคนอื่น...” หยาดน้ำตาเม็ดใสไหลหลั่งจากดวงตาสวย “...เค้าคนนั้นมาก่อนกูด้วยซ้ำ”
“...” (O_O)
มันเอามึงไปกกสองเดือนกว่า...ทั้งๆที่มันมีเจ้าของอยู่แล้ว...ไอชั่ว!
และมึงจะมานั่งเสียใจให้ไอคนเลวๆแบบนั้นทำไม...เดือนดาวมันสวย...แต่มันก็อยู่สูงเกินคนธรรมดาจะครอบครองได้
“ซุปเปอร์สตาร์นี่แม่งเหี้ยเนอะ”
“เลิกมองดาวได้แล้ว” มือหนาลูบเบาๆที่กลุ่มผมนุ่ม
“ทำไมคนอย่างกูมันมีคนรักเป็นดาวหน้าตาดีๆไม่ได้อะบึ้ง” (T T)
“มีได้...แต่มึงก็มานั่งเจ็บปวดแบบนี้ไง”
“...”
“บางทีพื้นดินมันก็มีอะไรดีๆให้มึงมองเยอะแยะไป”
“...” ใบหน้าหวานแหงนมองอีกคนที่กำลังลืมตัวจ้องเค้าด้วยแววตาอบอุ่น...รับรู้ได้ว่าความรู้สึกจากดวงตาคู่นั้นมันไม่ใช่แค่ปลอบใจ...แต่....มันเหมือนกำลังจะ....บอกรัก
หัวเล็กยกขึ้นมานั่งประจันหน้ากับคนตัวใหญ่ที่พยายามจะเอียงหลบสายตา “มองหน้ากูดิ”
“อะไร” (. .)
เมื่ออีกคนยังคงเอาแต่หลบตา เค้าจึงใช้สองมือจับใบหน้าหล่อให้หันมาจ้องตากับตัวเองใกล้ๆ “มองสิ”
“...”
ถ้าเพียงแต่...มึงจะช่วยพูดให้ชัดเจนว่า... ‘อะไรดีๆบนพื้นดิน’ นั้นมันคืออะไร
กูก็จะรู้สึกดีขึ้นมาก...ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกวูบวาบในหัวใจเพียงแค่จ้องตาคมๆ ทั้งๆที่ควรจะเสียใจเรื่องแทคยอนให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ...เค้าไม่ใช่คนโง่...ถ้าไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปและเดาไม่ผิด...ซึงฮยอนชอบเค้าหรอ
...พื้นดิน...
“มึงมีอะไรจะบอกกูรึเปล่า”
“...” คนตัวใหญ่ที่ถูกตรึงใบหน้าให้มองตรงไปที่หน้าสวยคนเดียวออกแรงส่ายหัว
“โกหก...อย่าหลบตา!”
“...” (. .)
“บึ้ง...มึงรู้มั๊ยว่าตอนนี้มึงหน้าซีดมากอะ”
“...” (.//.)
ยิ่งเห็นท่าทางอึกอักแบบนี้ยิ่งชัดเจน...ให้ตายเหอะ...ทำไมตลอดเวลาเค้าถึงไม่เคยสังเกตุเลยว่าไอบึ้งมันรู้สึกยังไงกับตัวเอง ความเสียใจทั้งหมดที่เคยมีมามันจางหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้...ทำไมรู้สึกดีใจจนเกินไปแบบนี้นะ (>//<)
“บึ้ง...” จียงทำหน้าตามีเลศนัยน์ “...มึงชอบกูใช่มั๊ย”
“...” (.///.)
รู้สึกได้ทันทีว่าหน้าผมร้อนฉ่า หูอื้อไปหมด...มือนิ่มๆยังกอบกุมอยู่ที่ใบหน้าผม..แววตาทะเล้นที่จ้องมาเหมือนรู้ทัน กำลังค่อยๆแผดเผาร่างกายใหญ่ๆของผมให้เป็นจุลอย่างช้าๆ...กูจะดูเป็นคนยังไง...ที่บอกรักโดยอาศัยช่วงเวลาที่จิตใจมึงกำลังอ่อนแอ...มันไม่แย่ไปหน่อยหรอ...
“ตั้งแต่เมื่อไหร่”
ซึงฮยอนลดมือบางลง “กูไม่ได้อยากฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่หัวใจมึงกำลังอ่อนแอหระ...”
“กูรู้! ว่ามึงเป็นคนยังไง”
“ฟังให้จบ...” ในเมื่อมาถึงขั้นนี้...อะไรที่อยู่ในใจก็จะไม่เก็บไว้อีกแล้ว “...แล้วพิจารณาเอา”
มือหนาดึงมือเล็กมาจับไว้หลวมๆ แววตาที่มองไปยังอีกคนสื่อให้เห็นถึงความจริงจัง
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีมันก็เจ็บตรงนี้...” ฝ่ามือเล็กค่อยๆถูกพาเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงที่หน้าอกด้านซ้าย “...ตอนที่มึงมาบอกว่ามีแฟน...คนนั้น...คนนี้”
เรา...ไม่เคยรู้มาก่อน...
“ยิ่งเวลาพูดถึงไอพวกหน้าตาดี ฐานะดีๆ ทั้งหลายๆนะ มันแทบอยากจะเอาปืนไปยิงให้มันตายไปเลย อิจฉาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทั้งๆที่กูเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวมึงที่สุด แต่กลับไม่มีค่าอะไรเลย...”
“มะ...” คนตัวใหญ่ยกมือขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากสวยที่กำลังจะปฏิเสธ...
“กูมัน...ไม่ดี...ไม่เท่ห์...ไม่ป๊อปปูล่า...” แววตาคมนิ่ง “...แต่มึงก็แตะต้องกูได้นะ”
ซึงฮยอนกุมมือเรียวเล็กให้มาหยุดอยู่ที่แก้มตัวเอง จ้องมองไปที่แววตาใส “นายแตะต้องชั้นได้มากกว่าดาวพวกนั้น”
ครั้งนี้ฝ่ามือเล็กเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวสัมผัสผิวหน้าเรียบเนียนซะเอง...ดวงตาเข้ารูป ไล้มาถึงจมูกโด่งคมสัน ทุกสิ่งทุกอย่างชั้นสัมผัสมันได้จริงๆ ...แม้แต่ทุกคำพูดพวกนั้น...ก็ทำให้ชั้นสัมผัสถึงหัวใจนายได้
“ถึงชั้นจะไม่ใช่ดาว...แต่ชั้นก็อยู่ใกล้กว่าดาวพวกนั้นมากนะ”
“...” คนตัวเล็กอมยิ้ม
“มายืนบนพื้นดินด้วยกันเถอะ”
“ประทับใจจัง”
“...” (.///.)
“เป็นคำสารภาพรักที่เพราะที่สุดตั้งแต่เคยฟังมา” (^^) มือเล็กยกขึ้นขยี้ผมสีดำอย่างเอ็นดู
“ขอบใจ!” (- -)
ต่อจากนี้ไป...ก็จะปล่อยให้หัวใจนำทางแทนสมองแล้ว...
มันจะเดินทางไปในทิศทางไหนก็สุดแล้วแต่...เรา
..
“บึ้งง~ มานั่งใกล้ๆหน่อยดิ๊”
“เขียนงานก่อน”
“ไม่!” (><)
“ไอทอมเอ๊ย!” ร่างสูงลุกเดินมาที่เตียงก่อนจะขย้ำหัวเล็กจนยุ่งเหยิง และทิ้งตัวนั่งข้างๆคนเอาแต่ใจ หลังจากที่สารภาพรักวันนั้นพฤติกรรมบางอย่างของเราก็มีสิ่งต่างจากเดิม...ในทุกวันๆหลังจากที่เรียนเสร็จผมก็จะรอเค้าเพื่อที่จะกลับห้องของเราด้วยกัน คำว่ากูมึงค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ ท่าทางแข็งกร้าวของเราก็มีให้เห็นน้อยลง มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อเราหันมาใส่ใจ มันกลับกลายเป็นความสุขมหาศาลที่ผมได้รับ...
และก็คิดว่าเค้าคงจะรู้สึกดีอย่างผมเหมือนกัน...
“บึ้งง..พรุ่งนี้ที่สาขามีงานหรอ”
“อืม...นิทรรศการภาพถ่ายอะ ว่างก็ไปดูด้วยนะ”
“มารับไปดูดิ” เสียงเล็กอ้อนพลางเลื่อนหัวมาหนุนตักคนที่นั่งทำงานอยู่
“ไม่มีเวลา”
เมื่ออีกคนไม่สนใจ จึงเปิดเสื้องับไปที่ท้องเต็มแรง “โอ๊ยยย!! ....ซี๊ดด เจ็บนะเว้ย!” (><)
“หมั่นไส้ ชิ”
“ได้เลยทอมมม~~” ใบหน้าหล่อยิ้มมีเลศนัยน์ ก่อนจะวางงานที่อยู่ในมือหันมาจัดการคนตัวเล็กแทน เค้าลากร่างบางย้ายมาบนหัวนอน ก่อนจะเปิดเสื้อแล้วงับเบาๆไปที่หน้าท้องแบนราบ “ฮ่าๆ โอ๊ย...อ๊ะ...อื้ออ”
เสียงหวานที่ร้องครางอย่างสนุกสนาน ทำเอาคนตัวใหญ่ชะงักกึก...เ สี ย ง
จากที่คิดจะงับแก้แค้นคืนบ้าง บัดนี้ริมฝีปากนุ่มเปลี่ยนเป็นจุมพิษเบาๆที่รอบสะดือสวยแทน “อ๊ะ....”
แขนเล็กกอบกุมอยู่ที่กลุ่มผมสลวยของคนบนร่าง พลางจ้องมองอีกคนที่กำลังสาละวน ลิ้มลองรสชาติผิวขาวราวน้ำนมของตนอยู่ ยิ่งลิ้นชื้นๆแตะโดนสะดือมันเสียวสะท้านจนหน้าท้องบางแอ่นเกร็ง “อื้ออ...บึ้...ง”
ยิ่งได้ยินเสียงครวญครางและท่าทางมีความสุขของอีกคนยิ่งได้ใจ ชายหนุ่มจัดการถลกเสื้อกร้ามตัวเล็กขึ้น ก่อนจะลงลิ้นไปที่ยอดอกสีชารสหวาน ฟันคมขาวงับเบาๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันแข็งไตนูนขึ้นมาเพราะความเสียวซ่าน คอระหงแอ่นยืดตามจังหวะของปลายจมูกคมสันที่ไล้ดอมดมความหอมหวญ...
“อื้มม...อ๊ะ”
“มากกว่านี้ได้มั๊ย...จียง”
“อื้ออ...” เรียวปากสีสดไล้จูบตามสันคางมนจนมาประกบดูดดื่มหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสวย สองลิ้นชื้นแลกเปลี่ยนความหวานกันแช่มชื้นจนแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร...ทั้งอ่อนหวาน...และสุขล้น
สะโพกหนาบดเบียดกดทับอยู่กับส่วนกลางลำตัวของคนใต้ร่างไปตามอารมณ์เร่าร้อน จนส่วนอ่อนไหวเริ่มออกฤทธิ์แข็งตัว ปากก็ยังคงดูดดึง ผลัดเปลี่ยนกันแลกลิ้นเข้าไปในโพรงปากชื้นไม่ผ่อนปรน มือเล็กเป็นฝ่ายดึงเสื้อยืดให้ออกจากร่างหนาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเป็นฝ่ายถอดเสื้อที่ค้างเติ่งอยู่เหนืออกตัวเองออกตามบ้าง
ร่างบางพลิกกายขึ้นมาคร่อมบนคนตัวใหญ่ พลางส่งยิ้มหวานระทวยให้...แต่คนมองกลับคิดว่ามันเซ็กซี่มากเหลือเกิน ปากเล็กค่อยๆก้มลงงับที่คอเรียวเบาๆ ใบหน้าหล่อเหยเก มือไม้ก็บดคลึงอยู่ที่สะโพกเล็กไม่คลาย ลิ้นชื้นเรียวค่อยๆเกร็งลากตั้งแต่แผ่นอกมาหยุดอยู่ตรงหลุมสะดือ ร่างหนาแอ่นตัวเสียววาบ “อื้ออ...”
เปี๊ยะ!
ขอบบ๊อกเซอร์ตัวบางถูกมือซุกซนดีดเบาๆด้วยท่าทางทะเล้น ก่อนที่เค้าจะก้มลงไปไล่จูบตามขอบกางเกงให้อีกคนสะท้านเล่นๆ เห็นใบหน้าเหยเกของคนตัวใหญ่ที่บิดเร้าอยู่บนเตียงยิ่งรู้สึกสนุก ปากเอาแต่ใจค่อยๆงับรูดบ๊อกเซอร์ตัวเล็กออกจนเห็นส่วนอ่อนไหวที่กำลังผงาดผึงอยู่ตรงหน้า
“จุ๊บ...” เสียงใสเอ่ยทักทายส่วนหัวที่แข็งขึ้งด้วยการก้มลงจูบ เจ้าของร่างที่นอนยันแขนมองอยู่ ส่งยิ้มกึ่งหัวเราะมาให้ไอตัวร้ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ...น่ารักไปแล้ว “ทะเล้นเหลือเกินนะ”
จียงไม่ตอบหากแต่ก้มลงใช้ลิ้นร้อนชื้นลากเลียตั้งแต่ส่วนโคนไล้มาถึงปลายยอด ราวกับเป็นแค่ไอสครีมรสหวานอย่างไงอย่างงั้น ซึงฮยอนแอ่นสะโพกเสียวสะท้าน โดนท้าทายขนาดนี้คาดว่างานวันนี้คงจะเสร็จช้าไปมากซะแล้ว ลีลาของร่างเล็กยังไม่หมด เค้าก้มลงไปหยอกล้อลูกบอลน่ารักสองลูกใต้แกนกายต่อ ปากเล็กอมและปล่อย ทำติดกันอยู่หลายครั้ง สร้างความฮึกเหิมให้อีกร่างจนเกินยั้งใจทัน
แขนแกร่งรีบดันคนตัวเล็กให้นอนราบ และสะบัดกางเกงตัวบางถอดออกไปอย่างไม่ใยดี เค้าค่อยๆจับขาเรียวขาวอ้าออกในองศาที่พอเหมาะ ก่อนจะซุกหนาลงไปลิ้มลองรสชาติหอมหวาน เพียงแค่พรหมจูบมังกรตัวน้อยด้วยท่าทางอ่อนโยน และละมาสนใจอยู่ที่ช่องทางรักสีชมพูอ่อน
“อ๊ะ..” พลันลิ้นชื้นเกร็งแตะเข้าไปในซอกลีบเล็กเสียงหวานก็กระตุกเสียวทันควัน...ต้องมากกว่านี้สิจียง
นิ้วเรียวยาวค่อยๆแกล้งเขี่ยปากทางสีหวานให้คนตัวเล็กสยิวหน่อยๆ “อ๊า...อื้อ”
ร่างบางนิ่วหน้าขบกัดริมฝีปากตัวเองอย่างเสียวซ่าน พอๆกับมือที่กำผ้าปูนอนจนยับยู่ยี่ เมื่ออีกคนออกแรงละเลงลิ้นที่ช่องแคบสีอ่อนอย่างหนักหน่วง “อ๊ะ...อ๊าา..ตะ...ตรงนั้น...อ๊า”
มือหนาจับขาเล็กอ้าออกเพิ่มขึ้น พลางมองใบหน้าหวานที่เปลี่ยนเป็นเห่อแดงของอีกคนอย่างพึงพอใจ ปากเล็กที่ห่อซี๊ดมากล้นไปด้วยราคะอย่างสุดจะทน “ไม่ไหวแล้วหรอ...”
“อ๊ะ...อ๊า...ยะ...อย่าแกล้งดิ” เสียงใสร้องครางระงมไม่ขาด
ชายหนุ่มค่อยๆคลืบคลานเข้าไปขโมยจูบจากปากเซ็กซี่ ลำแขนขาวโอบรัดต้นคอแกร่งพลางโน้มใบหน้าคมเข้าหาตัวเอง ริมฝีปากแนบชิดเรียวปากหนา ปากอวบอิ่มขบเม้มริมฝีปากล่างของคนตัวใหญ่ ลิ้นร้อนของร่างหนาถูกยื่นออกมาให้ร่างเล็กได้หยอกเย้ากับมัน ลิ้นเล็กจึงเกี่ยวรัดลิ้นยาวของร่างหนาจนพัวพันกันราวกับเป็นหนึ่งเดียว
เสียงหอบหายใจเคล้าเสียงครางอื้ออึงดังขึ้น เมื่อมือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ก่อนจะเลื่อนไปหยุดตรงแกนกลางอันเล็กที่แข็งขึงชนกันอยู่กับของตัวเอง เค้ายกขาเรียวขึ้นเกาะเกี่ยวเอวตนไว้ พลางค่อยๆเคลื่อนไหวสะโพกอย่างเป็นจังหวะ “อ๊ะ...อ๊า..อื้ออ...ด...ดีจัง”
“อ่า...ชอบแบบนี้หรอ ฮ่ะๆ” ซึงฮยอนเริ่มใช้ใบหน้าซุกไซร้ไปตามลำคอขาวจนเรื่อยมาถึงหน้าอกนุ่มเนียน ยิ่งเรียวปากทรงสเน่ห์หยุดหยอกเล่นกับเม็ดยอดอกแข็ง ยิ่งทำให้สะโพกเล็กแอ่นเคลื่อนไหวเข้าหาร่างหนามากกว่าเดิม
“อ๊ะๆๆๆ อ๊า” เสียงเล็กสั่นระรัวเมื่อสะโพกแกร่งเพิ่มจังหวะการเคลื่อนที่ให้ถี่และแรงขึ้น ก่อนจะหยุดหอบหอบเล็กน้อย พลางก้มลงใช้จมุกซุกไซร้ไปตามซอกคอระหงอีกครา แต่ครั้งนี้นิ้วเรียวกำลังค่อยๆสอดเปิดทางแคบไปในเวลาเดียวกัน เอวเล็กบิดเสียวจากสิ่งแปลกปลอม รู้สึกตัวอีกทีสิ่งที่ใหญ่กว่ามากก็ชำแรกแทรกผ่านเข้ามาในช่องทางอุ่นซะแล้ว
ใบหน้าหวานแสดงออกถึงความปวดหนึบเล็กน้อยๆ แต่เมื่อจังหวะการเคลื่อนสะโพกของคนบนร่างเริ่มออกฤทธิ์ ความเจ็บน้อยๆเมื่อกี้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง มือเล็กเกาะโน้มใบหน้าหล่อลงมาใกล้พลางอ้าขาตัวเองให้กว้างมากขึ้นเพื่ออีกคนจะได้เข้ามาใกล้ชิดเค้ามากกว่านี้ “อ๊ะ..อ๊า...อื๊อออ...ระ...แรงอีก”
ราวกับเป็นคำประกาศิตซึงฮยอนออกแรงซอยกระหน่ำลงไปที่ช่องทางแคบไม่ยั้ง จนเสียงเล็กกระท่อนกระแท่นจากน้ำหนักที่ถาโถมเข้ามา “อ๊ะ..อ๊ะ...อ๊าาา...บ..บึ้งง” เสียงหอบปนเสียงครางกระเส่า มันเซ็กซี่ชวนหลงไหลซะจนอีกคนอดมันเขี้ยวก้มลงไปขบกัดฝากรอยรักไว้ที่คอขาวไม่ได้ “อื้ออ...อ๊า”
แขนเรียวโอบกอดแผ่นหลังหนาไว้แน่น ยิ่งส่วนล่างกระทบแรงจนเสียงดัง อารมณ์ความเสียวสะท้านก็ยิ่งทะยานสูงขึ้นจนเกินจะยั้งใจทัน “อ่า...สุดยอดมาก...ทอม แฮ่กกๆ”
เมื่อท่าเดิมมันเร้าใจไม่พออีกต่อไป คนตัวสูงค่อยๆจับพลิกร่างบางให้คว่ำหน้าลง และจับยกบั้นท้ายขาวงอนให้สูงขึ้น ก่อนจะค่อยๆสอดแกนกายแท่งโตใส่เข้าไปอีกครั้ง จังหวะการร่วมรักเริ่มบรรเลงขึ้นอีกครั้ง “อื้ออ..อ๊ะ...อ๊าาา..อ๊ะ”
ร่างหนาขยับแกนกายเข้าออกถี่รัว และผ่อนเป็นเบา และกลับมาถี่แรงอีกครั้งราวกับอยากจะแกล้งคนที่นอนร้องครางระงมจนเสียงแหบแห้งก็ไม่ปราณ “อ่า...ดีมั๊ยครับ”
“อื้อออ...จะไม่...ไหวอะ..อ๊ะ...” เสียงใสกระท่อนกระแท่นจากการเคลื่อนไหวถี่รัว ถือว่าเป็นการทำรักที่นานพอสมควร เหงื่อเม็ดใส่ค่อยๆไหลลงมาจนแขนแกร่งต้องยกปาดด้วยท่าทีเหนื่อยหอบ
“มาทำให้หน่อยสิ” ร่างสูงค่อยๆทิ้งตัวเองนั่งลงบนเตียง พลางยกอุ้มร่างบางตามมานั่งทับตัวเอง แผ่นหลังบางแนบชิดหนาอกแกร่ง ก่อนจะค่อยๆออกแรงยกสะโพกตัวเองให้ขยับ “อ่า...กว่านี้...จียง...แรงอีก”
เรียวปากคมขบกัดใบหูบางของร่างเล็กบ่งบอกว่าตอนนี้เค้ากำลังต้องการคนตรงหน้ามากแค่ไหน บางครั้งก็เป็นฝ่ายสวนแทงขึ้นไปจนคนตัวเล็กสะดุ้งโหวง “อื้ออ...ซี๊ดด...ส...เสียวจัง” ใบหน้าสวยหันมาทำหน้ายั่ว และยื่นปากไปดูดดึงที่ริมฝีปากล่างของอีกคน ลิ้นร้อนสอดแทรกช่วงชิงลมหายใจของอีกฝ่ายจนหมดสิ้น แล้วจึงถอนตัวออกมา
ซึงฮยอนค่อยๆไถลตัวลงนอนราบกับเตียงสปริงหนุ่ม และบอกให้คนบนร่างค่อยๆหันหน้ากลับมาหาตน ก็แค่อยากจะจ้องมองร่างขาวเนียน ที่กำลังครอบงำส่วนแข็งขึงของตัวเองก็เท่านั้น...มันเซ็กซี่...จนอยากจะกระหน่ำซอยให้หายมันเขี้ยว แต่ก็กลัวอีกคนจะระบมจนเจ็บเกินไป...”อื้อ...ขาวมาก”
แขนเล็กยันเท้าไปบนที่นอน และเริ่มขยับโยกสะโพกขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ โดยมีคนตัวใหญ่ นอนมองอมยิ้มกรุ้มกริ่มให้รู้สึกขวยเขินจนต้องหลบตา “เรียก...ชั้นว่าที่รักหน่อยสิ”
“...” เมื่ออีกคนไม่ตอบจึงยกมือขึ้นกดสะโพกเล็กให้หยุดเคลื่อนไหวและปล่อยให้ส่วนนั้นคาไว้อยู่นิ่งๆ จียงสะดุ้งเฮือกจากการถูกขัดจังหวะกลางคัน ปลายนิ้วเท้าเกร็งจากอาการเสียวซ่านในช่องอุ่นภายในแต่ทำอะไรไม่ได้ บางทีมันก็เขินเกินกว่าที่จะพูดคำที่อีกคนต้องการออกไป...
“ไม่อยากพูดหรอ...งั้นอย่ามาขย่มของชั้นนะ” ซึงฮยอนยิ้มเจ้าเล่ห์
“อ่า...” ถึงจะเป็นคำที่ไม่เคยพูด แต่ภายในมันร้องท้วงจนลมหายใจเริ่มติดขัด...ทรมาณเหลือเกิน...ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำตาเม็ดใสเอ่อคลอ...ยะ...อย่าแกล้ง..กันสิ “อื้อ...ท...ทะ...ที่...รัก...ได้โปรด”
ร่างสูงยิ้มกว้างก่อนจะจับพลิกร่างเล็กให้มาอยู่ข้างล่าง และอออกแรงกระหน่ำซอยจนถี่รัว “อ๊ะๆๆๆ..อื๊อออ..อ๊า”
“อ่า..ที่รัก...เรียก...อื้ออ”
“อ๊ะ..ที่รัก...สะ...เสียว...ม..ไม่ไหว...อ๊ะ” เสียงหนาขาและสะโพกบางกระทบกันจนเกิดเสียงดังลั่นห้องอีกครั้ง จียงตัวโยนอ่อนไปตามจังหวะที่โหมรัวไม่พัก “อ่า...จี..ยง แฮ่กกก”
“อ๊า..จ..เจ็บ..แล้ว...อ๊าาาา” มือเล็กจิกเกร็งที่ไหล่แข็ง พลางร้องระงมทั่วห้อง
“อื้ออ...จะ..เสร็จ...อ๊า” ร่างสูงหายใจติดขัด หัวสมองขาวโพลน ก่อนจะกระตุกสองสามที น้ำสีขาวขุ่นฉีดพุ่งเข้าไปในช่องทางแคบที่เปลี่ยนสีเป็นแดงเข้ม พร้อมๆกับร่างเล็กที่น้ำรักโพยพุ่งจนเลอะหน้าท้องตัวเองจนทั่ว
ซึงฮยอนพลิกกายลงนอนข้างๆคนตัวเล็กที่นอนหอบหน้าแดง พลางแอบมองใบหน้าสวย “หน้าแดงหมดเลย”
“เพราะใครล่ะ”
คนตัวสูงหัวเราะในลำคอ...สายตาจับจ้องอยู่ที่คนน่ารักไม่ลดละ...ไม่ว่าจะมองยังไงก็น่ารัก
ไม่อยากให้ใครได้เห็นท่าทางแบบนี้ของนายเลย...เค้ารู้สึกได้ถึงความเห็นแก่ตัวเริ่มเข้าครอบงำตัวเอง จู่ๆริมฝีปากหนาก็ก้มลงกดจูบไปที่เรียวปากเล็กของอีกฝ่ายอย่างไม่ทันตั้งตัว...เพียงแค่สัมผัสอย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณครับ”
“...” (.///.)
ขอบคุณ...ที่ทำให้ชีวิตนี้ได้เจอความสุขอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน
บนพื้นดินที่มันมีคุณอยู่ข้างๆ ผมว่าบนสวรรค์ชั้นไหนก็มีความสุขได้ไม่เท่าผมหรอก...ว่างั้นมั๊ย...
..
“เป็นไงบ้างวะ”
“อะไรของมึง” คนตัวใหญ่สะบัดแขนที่มาเกาะแกะน่ารำคาญของเพื่อนออก
“ไม่ต้องมาทำหน้าง่วง เมื่อคืนไม่ได้นอนล่ะสิ หึหึ”
เค้าเงียบไปซักพัก ก่อนแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “พูดห่าไรไม่รู้เรื่อง น่ารำคาญ”
“นี่ไง!...” นิ้วเรียวยกจิ้มรอยสีช้ำสีเข้มที่คอขาว “...จัดหนักเลยดิ”
“ไม่หนักหรอก...” ไอห่า...ทำเป็นรู้ทัน ฮ่าๆ ชายหนุ่มอมยิ้มอย่างภูมิใจ “...แค่ไม่ได้นอน”
“โหววว” (OoO)
“ไม่ได้นอนเพราะกูต้องเขียนสคริปให้พวกมึงเนี้ย! แค่สองรอบเอง”
“อ่อ...” ถึงจะอ่อ...แต่ก็ยังแอบส่งสายตาแกล้งแซวให้เพื่อนตัวใหญ่เขินไม่ได้ เค้าเลยลุกเปลี่ยนที่หนีจากไอซองมินเพื่อนเวนนี่ดีกว่า วันนี้ที่สาขาถ่ายภาพมีการจัดนิทรรศการภาพถ่าย พวกเด็กถ่ายภาพเลยได้แต่มานั่งเฝ้าโซนแกลลอรี่ของตัวเอง บ้างก็เอางานที่ต้องที่ต้องส่งในวันพรุ่งนี้มาเร่งทำซะที่นี่กันเลย เด็กจากต่างสาขาและต่างคณะแวะเวียนมาชมเป็นจำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้น ไอทอมสาขาภาพยนต์ของผม ไม่เห็นมันจะโผล่หน้าโผล่หัวออกมาให้ยลโฉมเลย...คิดแล้วมันน่าน้อยใจ : ((
“ชะเง้อหาใครยะ”
“อ่าว จีฮเย” ชายหนุ่มเอ่ยทักสาวสวยเพื่อนสนิทต่างสาขา
“นี่โซนของซึงฮยอนหรอ” ชายหนุ่มส่ายหัวปฏิเสธก่อนจะยกมือชี้ไปทางด้านขวาที่เยื้องไปเพียงนิดหน่อย
“อ่อ...พาไปหน่อยสิ”
“ได้ครับบบ” (^^) มือหนาดันไหล่ห่อเล็กให้เดินนำหน้าไปด้วยท่าทางน่ารักคล้ายเด็ก จนผู้หญิงหลายแถวนั้นคนรู้สึกตาร้อนผ่าวไปตามๆกัน แต่ที่ทำให้ซึงฮยอนรู้สึกขัดหูขัดตา คือไอพวกผู้ชายที่มันจ้องมาที่จีฮเยไม่วางสายตา ถ้าเป็นปกติเค้าคงจะคิดว่าพวกนั้นมองเพราะความสวยของจีฮเย แต่วันนี้ยัยนี่มันใส่กระโปรงสั้นและฟิตเป็นพิเศษ...ระวังตัวบ้างสิวะ
จู่ๆมือหนาก็พยายามดึงกระโปรงตัวเล็กให้มันเลื่อนต่ำลงมาหน่อย จนหญิงสาวร้องท้วง “ทำไรเนี่ยย”
“เห็นไอพวกนั้นมองมั๊ย ไม่อายหรอไง ใส่ซะสั้นเชียว” (- -)
“จริงหรอ..” (><)
“เออดิ”
“งั้นเดินปิดข้างหลังไว้ให้หน่อยดิ กลัวว่ะ”
“ทีใส่ล่ะไม่คิด” เพื่อนหนุ่มเขกไปที่หัวเล็กหนึ่งที ก่อนจะทำอย่างที่จีฮเยร้องขอ เพื่อนคนนี้เธอเป็นคนอารมณ์ดี ที่สำคัญหน้าตาสวยมาก หลายๆคนที่ไม่รู้จักเธอก็มักจะคิดว่าเธอเป็นแฟนกับผม เหตุเพราะเธออยู่ต่างสาขาแต่ดันมาสนิทกับเด็กถ่ายภาพ แต่เราก็เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆนะ เพราะในใจผมคงรักได้แค่คนคนเดียว ผม...รักจียงได้แค่คนเดียวครับ
“โซนซึงฮยอนนี่สวยๆทั้งนั้นเลยเนอะ”
“คนอื่นก็สวย ดูทั่วรึยัง ทำเป็นมาพูด ฮ่าๆ”
“เออ...” หญิงสาวค้อน คนอุตส่าห์ชมให้กำลังใจ “...เดี๋ยวไปเดินดูก็ได้ ชิ”
“โอ๋ๆๆ” มือหน้ายกขึ้นลูบหัวปลอบเพื่อนขี้น้อยใจ แค่นี้ก็เรียกรอยยิ้มหวานกลับคืนมาได้แล้ว
“อุ๊ย! นี่ภาพจียงนี่”
“อืม...น่ารักมั๊ย”
“น่ารักสิ...” สาวสวยจ้องมองใบหน้าหวานที่โดนแอบถ่าย อย่างเคลิบเคลิ้ม “...อ่า...ยิ้มสวยจังเลยยย”
“ไปถึงไหนกันแล้วล่ะ...นายกับเค้าอะ”
“มากกว่าที่คุณคิดแล้วครับ...จีฮเย”
“ว๊ายยยย...” (OoO)! เพื่อนสาวร้องกรี๊ด จนร่างหนาต้องรีบเอามือมาปิดปาก...ทำไม่คิดอีกแล้ว!
“กรี๊ดทำไมเนี่ย” (><)
“มากกว่าที่ชั้นคิด...ก็ต้อง...ป่ามม ป่ามม ป๊ามมม~~ ใช่มั๊ยย?” (>,.<)
“ไอผู้หญิงคนนี้มันทะลึ่งจริงๆ” คนหล่อหยิกที่แก้มนิ่มของเพื่อนซี้ไปมาเบาๆ
“ฮ่าๆๆ นายนี่มันร้ายจริงๆ” ริมฝีปากสวยฉีกยิ้ม ก่อนจะก้มลงดูนาฬิกา เธอพ่นเสียงอย่างเสียดาย เมื่อวิชาถัดไปเธอใช่สิทธิ์ในการขาดเรียนไม่ได้แล้ว “...หวายย~ สายแล้วว ชั้นไปเรียนก่อนนะ แล้วจะแวะมาใหม่” (><)
“อืมม...ไว้เจอกัน” (^^)
“จีฮเย!!” ซึงฮยอนร้องรั้ง จนอีกคนต้องหันกลับมา เค้าชี้ไปที่กระโปรงของเธอ และส่งสัญญาณมือบอกให้เธอระวังด้วย เธอโค้งขอบคุณเพื่อนชายเล็กน้อยและรีบจ้ำอ้าวไปทันที เค้ายืนยิ้มให้กับความเปิ่นเป่อของเธออยู่เพียงครู่ ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังแว่วอยู่ด้านหลัง...และก็เป็นอย่างที่คิดจียงกับยองเบกำลังยืนชมภาพถ่ายอยู่นั่นเอง ส่วนเพื่อนในกลุ่มเค้าก็กำลังทำหน้าที่อธิบายความหมายของภาพต่างๆ เพื่อให้ผู้ชมทั้งคู่ได้อรรถรสในการเสพภาพ
ชายหนุ่มค่อยๆแอบย่องไปข้างหูคนตัวเล็ก “มาไม่เห็นบอกเลยนะ”
ร่างบางสะดุ้งเพียงนิด ก่อนจะทำเมินเฉย และหันไปสนใจผู้พูดที่กำลังอธิบายต่อ ปฏิกิริยาที่ผิดปกตินี้ทำให้เค้ารับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลได้ทันที...เมินกันหรอ
“เอ๊ะ!” (O_O) เสียงใสร้องตกใจ “...นี่มันรูปชั้นนี่”
ร่างสูงกระหยิ่มยิ้มย่อง และคิดว่าอีกคนคงจะเซอไพซ์มาก แต่ว่า... แควกกก ก ก !!
ทุกคนในกลุ่มอ้าปากค้าง...ไม่อยากจะเชื่อสายตาเมื่อภาพที่ได้ชื่อว่าเป็นงานชิ้นเอกของพวกเค้าถูกฉีกออกอย่างไม่ใยดี ไม่กล้าแม้แต่จะร้องห้าม เพราะแววตาดุดันของคนตัวเล็กนั้น มันไม่มีทีท่าว่านี่เป็นแค่เรื่องตลกเลยแม้แต่นิด...ห า ย น ะ ม า เ ยื อ น (= =)
“เห้ยย!! มึงทำไรเนี่ย!” มือหนาออกแรงกระชากแขนเล็กจนตัวเคว้ง
“ปล่อยกู!”
“มึงเป็นอะไร มาฉีกภาพพวกกูทำไม” ซึงฮยอนเลือดขึ้นหน้า...จะมากไปหน่อยแล้วนะ
“นี่-มัน-ภาพ-กู” ว่าแล้วก็เดินออกจากแกลลอรี่ทันที โดยมีคนตัวใหญ่ที่กำลังวิ่งตาม แม้ว่าทุกคนจะจับจ้องสองร่างเป็นตาเดียว แต่เค้าก็ไม่สนใจ แค่อยากจะคุยให้รู้เรื่องว่าพาลเรื่องอะไรมาถึงได้มาทำตัวงี่เง่าแบบนี้!
.
.
“หยุดเดินได้แล้ว” อีกครั้งที่ข้อมือเล็กถูกรั้งเอาไว้ ผิดกันตรงที่ความอ่อนโยน
“...”
บริเวณหลังคณะเป็นที่ที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมา แต่มันก็เป็นสถาณที่โปรดของพวกเรา อารมณ์แบบนี้ถ้าเกิดจียงออกไปพบเจอความวุ่นวายมีหวังตบะแตก ได้เหวี่ยงใส่คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นแน่...
“ขอรูปคืนด้วย”
“มึงยังมีหน้ามาขออีกหรอ นี่มันรูปกู อย่าสะเออะ”
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าเริ่มบูดบึ้งตามคนเอาแต่ใจ “เป็นอะไรไหนพูดมาดิ๊”
“...”
เค้าทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะหินอ่อน เพื่อรอฟังคำอธิบายของอีกคน “บอกหน่อยเป็นอะไร”
“...”
“อย่าเอาแต่เงียบ พาลเป็นเด็กไม่เข้าท่า” จียงได้แต่กัดฟันกรอด อยากจะตะโกนด่าให้รู้แล้วรู้รอด ว่านี่มันรูปกูมึงเอามาทั้งๆที่ไม่ขออนุญาติกูแม้แต่นิดเดียว แล้วยังมีหน้ามาโชว์ด้วยความภาคภูมิใจอีกหรอ สันดานแย่! กูเกลียดมึง!
“...”
“เป็นแบบนี้แล้วพูดกันตรงๆไม่ได้แล้วสิ”
“แบบไหน!” เสียงเล็กแหว
“แบบนี้ไง!” นิ้วเรียวจิ้มลงไปที่รอยสีกุหลาบบนซอกคอขาว
“...” แววตาดุดันสองคู่จ้องกันเขม็งไม่ลดละ คนนึงเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ครุกกรุ่น หากแต่ความโกธรเคืองนี้ รูปภาพนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลยซักนิด...มันเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์เพื่อประชดอีกคนต่างหาก เค้าไม่รู้ว่าซึงฮยอนมาบอกรักเค้าทำไม...แต่ตอนนี้เค้าไม่ต้องการคำนั้นอีกแล้ว...คนไม่จริงใจ...
ทีชั้นขอร้องบอกให้ไปรับมาดูนิทรรศการหน่อย กลับปฏิเสธบอกว่าไม่...แล้วภาพที่เห็นคืออะไร ผู้หญิงคนนั้น! ทำไมนายถึงได้อี๋อ๋อกับเธอด้วยท่าทาง...น่ารัก แม้แต่ชั้นก็ยังไม่เคยเห็นพฤติกรรมแบบนี้ของนายเลยซักครั้ง ให้ตายเหอะ! ชั้นก็ไม่ปฏิเสธด้วยว่ากำลัง ‘หึง’ และถ้านายมีสมองก็ควรจะรู้! ว่าชั้นกำลังหวงผู้ชายของชั้น !
เกาะไหล่หรอ...
ปิดกระโปรงให้หรอ...
หยิกแก้มหรอ...
ถ้าชอบผู้หญิงน่ารัก...แล้วมาบอกรักกูทำไมวะ “เราเป็นอะไรกัน...ซึงฮยอน”
“...”
“ตอบไม่ได้หรอ...” แววตาใสเปลี่ยนเป็นอ่อนลง...ทำไมตามันถึงเบลอๆนะ “...มึงบอกรักกูทำไมวะ”
“...” ร่างสูงยังคงนั่งมองปฏิกริยาอีกคนด้วยท่าทางนิ่ง..หากแต่ในใจแล้ว...เค้ากำลังอึ้งเพราะน้ำตาของจียงจนทำตัวไม่ถูก
“ไม่ไปบอกรักสาวๆน่ารักอย่างที่มึงชอบวะ”
“สาวน่ารัก...” ...นี่หมายถึงจีฮเยหรอ! นี่นายหึงชั้นอยู่หรอ!!
“มึงมันชอบสาวน่ารักไอบึ้ง...กูรู้ หึหึ” คนตัวเล็กก้มหน้า แล้วเค้นหัวเราะเบาๆในลำคอ”...ไม่ว่ามึงจะมึงจะบอกรักกูด้วยอารมณ์ชั่ววูบ..หรืออะไรก็แล้วแต่...กูดีใจมาก...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...”
“...”
“มึงอาจจะคิดว่ากูแค่อยากหาคนปลอบใจ...แต่เปล่าเลย ...กับมึง...กูรู้สึกว่าอยากครอบครองมึงไว้คนเดียว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มองไอตาดุๆคู่นี้แล้ว...หลงไหลจนลืมตัว”
ร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้คนที่คนตัวเล็กช้าๆ ก่อนจะดึงหัวเล็กมาซบที่อกทันที...แข็งกระด้าง...ไร้ความอ่อนโยน
“เอาอะไรมาคิดว่ากูชอบคนอื่นวะ”
“...”
“กูรักมึงแค่ไหนยังไม่รู้อีกหรอ...” มือเรียวลูบเส้นผมนุ่มไปมาคล้ายปลอบเด็กขี้แง “...ในเมื่อมึงยังไม่บอกเลยว่าจะให้กูอยู่ในสถาณะไหน แล้วกูจะกล้าคิดเองเออเองได้ไง”
“มึงได้กับกูแล้ว...มึงยังต้องให้กูพูดอีกหรอ” เสียงเล็กอู้อี้อยู่ที่อกหนา
“มึงใช้ร่างกายบอกกูหรอ...ว่าเราเป็นอะไรกัน”
“ไม่ต้องให้พูด...มึงก็น่าจะรู้” แขนเรียวเล็กเริ่มยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้าง...ความรู้สึกนี้...ดีจัง
“แล้วต้องใช้ร่างกายบอกกับคนอื่นด้วยมั๊ยว่าเราเป็นอะไรกัน”
จียงส่ายหน้าไปมาถูไถอยู่ที่อกอีกคน “จะบ้าหรอ”
“ก็นั่นไง..จะบ้าหรอ...ไม่พูดแล้วจะรู้ได้ไงล่ะ” เสียงทุ้มล้อเลียน พลางดึงร่างเล็กออกจากอ้อมอก
แววตาคมที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนจับจ้องใบหน้าสวยอีกครา...ชั้นอยากได้ยินคำนั้นจากปากนายนะ
“นายนี่มัน...ไม่มีแววของดาวเลยซักนิด” หน้าสวยแกล้งทำเป็นงอง้ำ
“ก็ชั้นเป็นคนธรรมดา...แต่ก็มีทุกสิ่งให้นายจับต้องนะ...แล้วจะอยากให้ชั้นเป็นเหมือนดาวทำไม”
“ก็...เปล่า...” (.///.) จียงก้มหน้าเขิน “...ตอนนี้ใครบอกว่าชั้นอยากมีแฟนเป็นดาวกันล่ะ”
“...” (><) ตึกตึก...ตึกตึก...ตึกตึก
“มีแฟนเป็นคนธรรมดาคนนี้...” นิ้วเรียวเล็กจิ้มไปที่หน้าอกแข็งเบาๆ “...ดีกว่าเยอะเลยเนอะ” (^^)
บู้มมมมม มมมมม มม ม!! ! ! (0_0)
จากหัวใจที่เต้นระรัวคล้ายกลองอยู่แล้ว ตอนนี้มันมีความสุขมากจนล้นทะลักออกมาที่ใบหน้าหล่ออย่างเห็นได้ชัด ซึงฮยอนฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะสวมเท้าเข้าไปใกล้ร่างเล็กเพิ่มขึ้น ริมฝีปากเรียวก้มลงจูบที่หน้าผากสวยอย่างอ่อนโยนและผละออกช้าๆ
“คนธรรมดาคนนี้ล่ะจะทำให้นายมีความสุขเอง”
“สัญญาดิ” นิ้วก้อยเล็กของอีกคนยกขึ้นตรงหน้าหวังให้อีกคนเกี่ยวเพื่อทำคำมั่นสัญญา หากแต่อีกคนกลับก้มลงไปประทับสัญญาด้วยการจุมพิษจากปากนุ่มแทน จนอีกคนได้แต่ทำแก้มป่องแก้เขิน (.///.)
“ด้วยเกียรติของเชวซึงฮยอน”
สองร่างยืนยิ้มให้กันและกันอย่างมีความสุข ก่อนที่คนตัวเล็กจะอดใจไม่ไหวถลาเข้าไปสวมกอดคนตรงหน้าทันที...มีคนนี้แม้แต่ดาวแต่เดือนผมก็ไม่ต้องการอีกต่อไป...บางทีพระเจ้าอาจจะไม่อยากให้ผมหวังสูงเกินตัว...ดวงดาวสว่างสดใสที่ผมตามหามาทั้งชีวิตกลับไม่เคยเจอ...แต่ได้มาพบคนใกล้ตัวที่สุด...คนที่เค้าสัญญาว่าจะทำให้ผม ‘มีความสุข’ แม้ว่าตัวเค้าจะไม่ใช่ดวงดาว...คนรักของผม...เป็นผู้ชายที่แสนจะธรรมดาคนนี้...
ผมว่า...ความจริงใจของเค้ามันส่องประกายมากกว่าดาวดวงอื่นเป็นไหนๆ
คนธรรมดาคนนี้ล่ะ...ที่ผมรอมาทั้งชีวิต...
...เชวซึงฮยอน...
END.
ถึงจะยาวว..แต่ก็ยังอ่านจบมาถึงตอนนี้...
แม้จะแต่งมาหลายเรื่องแล้ว แต่ในแต่ละครั้งที่ลงฟิคแต่ละเรื่อง
ไม่เคยมีความมั่นใจเอาซะเลย...กลัวโน่น กลัวนี่ไปหมดดด T^T
ดีหรือไม่ดี, สนุกหรือไม่สนุกยังไง...ก็ติชมกันมาเลยนะคะ *แอ่นอกรับ* 5555
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ :)

ชอบมากๆ มันเป็นฟิคที่หลากหลายอารมณ์มาก ทั้งเศร้า ทั้งสุข ทั้งเขิน
ตอนเศร้ามันก็เศร้าจริงจังสงสารท็อปจนแทบจะร้องไห้ตาม
ตอนสุขมันก็สุขมากๆเช่นกันชอบตอนสารภาพรักชอบการเปรียบเทียบระหว่างดวงดาวกับพื้นดินโรแมนติคมากๆ ตอนเขินมันก็เขินจริงๆอ่ะ
อยากเม้นท์ยาวกว่านี้แต่คิดไม่ออกแล้วว่าจะบอกความรู้สึกยังไงเอาเป็นว่าชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆ ขอบคุณค่ะ
#1 By bbelover (124.122.129.180) on 2011-11-23 20:32