★[LF] 180 DAYS (8)
posted on 22 Nov 2011 16:33 by tuatae-rh in LONG-FICTIONSTitle: 180 DAYS
Status: 8
Author: DOUBLESWAG
Pairing: TOP x GD
Rating: Romantic, Comedy (?)
Genre: General
Author’s note: เป็นการหายไปที่นานมาเลยทีเดียว เค้านั่งนับวันที่เน็ตที่บ้านใช้ไม่ได้ (เพราะแถวบ้านน้ำท่วม) รวมๆแล้วก็ประมาณ 15 วันได้ จากความทรมาน(?)มันกลายเป็นความชินไปแล้ว (T^T) สิ่งที่พะวงอย่างเดียวก็คือ ยังไม่ได้ลงฟิคเลย ผู้อ่านจะลืม 180 กันรึยัง? ทุกคนจะอยากอ่านอยู่มั๊ย? ยังไงก็แล้วแต่... อย่าเพิ่งลืมกันนะ (T^T) ขอบคุณที่ยังติดตามอ่านอีกครั้งนะค่ะ :)
ปล. อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมจินตนาการไปกับฟิคเรื่องนี้แต่อย่าคาดหวังมาก(ไป)นะคะ 55 #มันสติลเกรียน

8. ไทม์แมชชีนในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
.
.
ไม่บ่อยนักที่ผมจะได้มายืนจ้องปฏิทินอันนี้ มันยังคงวางอยู่บนหลังไมโครเวฟที่เดิมไม่ถูกขยับไปไหน...มานานแล้ว
ผมค่อยๆเอื้อมมือพลิกแผ่นปฏิทินตั้งโต๊ะย้อนกลับไปเดือนที่แล้ว...และเดือนทีแล้ว จำนวนเลขสามสิบตัวทั้งสีดำและแดง(บางเลข)ในแต่ละแผ่น ชวนให้ละสายตาไม่ได้...มันไวขนาดนี้เลยหรอ?
ปฏิทินที่ทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องไทม์แมชชีนย้อนเวลา...ผมสามารถเห็นภาพของเราเมื่อวาน ที่ชวนกันดื่ม คุยกันเสียงดัง หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง และในที่สุดเราก็ผล็อยหลับไปพร้อมกันบนพื้นห้อง... และไทม์แมชชีนความทรงจำเครื่องนี้...
ยังย้อน...ไปได้ไกลถึงกระทั่งวันแรกที่เราเหยียบเข้ามาในห้องนี้...
วันแรก...
ที่เราทั้งคู่ยังไม่คุ้นเคยและยังคง...ทำตัวไม่ถูก
ผมยืนนับวันที่ผมจำเป็นต้องจากห้องนี้ไป...ห้องที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะชอบมันได้เลย...
แต่มาวันนี้มันกลายเป็นห้องที่ผมไม่อยากห่างไปไหน...
หนึ่งอาทิตย์...เท่ากับเจ็ดวันที่ผมจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่...
เท่ากับว่า...เวลาของผมจำต้องเหลือน้อยลงเจ็ดวัน...
เท่ากับว่า...ผมเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน...
หากเป็นผมในชีวิตที่เป็นปกติคล้ายเมื่อสามเดือนก่อน ผมคงไม่ต้องมานั่งกังวลว่าควรจะบอกเรื่องนี้ให้ใครรับรู้รึเปล่า แต่ผมในตอนนี้กลับเลือกที่จะอธิบายถึงสาเหตุการต้องจากไปครั้งนี้กับอีกคนที่ร่วมชะตากรรมเดียวกัน
เค้ายืนฟังนิ่งไม่เอ่ยคำพูดใดๆ...แต่ผมมั่นใจว่าผมสังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของจียง...
ผมไม่อยากจะหาเหตุผลต่อไปแล้วว่า...ทำไมผมถึงรู้สึกกระอักกระอ่วนที่เห็นใบหน้านี้...ไม่อยากจะรู้
ณ ตอนนี้มันผ่านพ้นเลยช่วงเวลาที่จะเอาคอยแต่นั่งถามให้ตัวเองแล้วว่า... ‘เราเป็นอะไร’
ผมไม่สนใจแล้วว่าผมเป็นอะไร...และไม่คิดจะหาเหตุผลอีกต่อไปแล้ว...เพราะการทำแบบนั้นมักทำให้ผมรู้สึกกบฏกับตัวเองจนแทบอยากเป็นบ้า...ไม่อยากคิดอีกต่อไปแล้ว
.
.
กระเป๋าสะพายใบหนักค่อยๆถูกรูดซิปปิดลง เค้าจงใจที่จะทำมันอย่างเชื่องช้า เพียงเพราะ...อยากยื้อเวลา
ไม่ต่างจากคนบนเตียงที่นั่งมองอีกคนตั้งแต่เสื้อผ้าชิ้นแรกยังไม่ถูกพับใส่กระเป๋า จนกระทั่งตอนนี้...กระเป๋าใบนั้นได้ถูกปิดอย่างสมบูรณ์ แต่ความรู้สึกแปลกๆที่กำลังวนเวียนอยู่ในร่างกายนี้มันคืออะไร...
เค้าไม่อยากจะพูดกับคนตรงหน้า...ทั้งๆที่ซึงฮยอนยังไม่ได้ทำผิดอะไร...
ไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า...ก็เพราะความรู้สึกแปลกๆ...ที่หน้าอก...
“มีอะไรจะพูดรึเปล่า”
“...” ใบหน้าสวยหันเมินไปทางอื่น...ทำไมจะต้องมีอะไรพูดด้วยล่ะ
ซึงฮยอนยกกระเป๋าที่เพิ่งจัดสัมภาระเสร็จขึ้นมาวางบนเตียง พลางทิ้งตัวลงนั่งข้างคนตัวเล็ก เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบรรยากาศเงียบและอึมครึมแบบนี้มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนไหน...รู้แค่ว่าระหว่างที่เตรียมของจิตใจมันว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูก ความกระหายอยากที่จะทำงาน...ไม่หลงเหลืออยู่แม้แต่นิด
...ไม่อยากออกจากห้องนี้ไป
“ทำไมชอบกัดปากไม่เลิกซะที”
“เรื่องของผม”
“หันหน้ามาคุยกันดีๆไม่ได้หรือไง” ไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร...ถึงกูจะหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้ แต่กับมึง..ควรมีเหตุผลให้กูซักข้อสองข้อบ้างไม่ได้หรือไง! และไอที่กูทำตัวไม่ถูกอยู่ทุกวันนี้ มันก็เพราะมึงทำตัวแปลกๆแบบนี้ไม่ใช่หรอ! ไม่ใช่มึงคนเดียวที่อยากจะบ้านะ! กูเนี่ยล่ะ! ที่กำลังจะบ้าอยู่แล้ว!
“จียง...” มือหนาจับต้นแขนเล็กเบาๆ “...อย่า...” ...อย่าทำให้กูรู้สึกสับสัน
“...”
“มองหน้ากู” คำพูดจริงจังที่ไม่แฝงอาการหยอกล้อนั้นยากจะแข็งขืน ใบหน้าเล็กค่อยๆกันกลับมาอย่างช้าๆ แม้ในใจจะอยากค้าน...แต่ท้ายที่สุดเค้าก็จำต้องแข็งใจจ้องไปยังอีกคน...แม้ไม่อยากเห็น
“ไม่รู้ว่ามึงเป็นอะไร...แต่ถ้ากูทำผิด...กู...”
“ขอโทษหรอ?”
“...” อย่าเป็นแบบนี้ได้มั๊ย...จียง
“พี่ทำผิดอะไร...”
อย่ามองผมด้วยแววตาแบบนั้น...อย่ามาใส่ใจผม! “...พี่จะมาขอโทษผม ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดเนี่ยนะ”
“และมึงเป็นอะไร!” มือแกร่งจับเผลอข้อมือเล็กอย่างไม่ทันรู้ตัว
แต่คนตัวเล็กกลับสะบัดออกอย่างแรง บอกแล้วไงว่าอย่ามาใส่ใจ!!
“กูไม่รู้!!” กูไม่รู้ว่ากูเป็นอะไร! กูไม่รู้ว่าเพราะอะไร!
และก็ไม่อยากรู้ด้วย! กูไม่อยากรู้อะไรแล้วทั้งนั้น! ไอความรู้สึกบ้าๆพวกนี้น่ะ!
เกลียด...
เกลียดมึงที่ทำให้กูต้องมานั่งทำตัวงี่เง่าแบบนี้! ...ขอร้อง...อย่ามาสนใจกูได้มั๊ย!
.
.
ความสับสนที่อัดแน่นอยู่ในใจแต่ไม่สามารถพูดออกไปได้...ทำให้หยาดน้ำตาใสรินเอ่อล้นขอบตาสวย
แม้พยายามบังคับตัวเองให้ไล่ความรู้สึกบ้าๆแบบนี้ออกไปแล้ว...แต่ทำไมเค้าจะไม่รู้ล่ะ! ว่าจริงๆแล้ว...หัวใจมันฟ้องตัวเองอยู่ตลอดเวลาเลยว่า...ไม่อยากให้อีกคนห่างไป! และมึงจะให้กูพูดได้ยังไง! จะให้กูเอาเหตุผลเหี้ยๆแบบนี้ไปบอกกับมึงได้ยังไง!
ทั้งๆที่เราไม่ได้...รู้สึกอะไรต่อกันจริงๆ
หลายวินาทีที่ต่างคนต่างจ้องกันไม่ลดละ...ความรู้สึกที่ท่วมท้นแต่กลับเอื้อนเอ่ยออกมาไม่ได้...มันอึดอัดจนแทบบ้า แม้ลึกๆแล้วจะต่างคนต่างรู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง...แต่การยอมรับความจริง...มันกลับเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่าการรู้ใจตัวเอง
เค้ายังไม่พร้อม...
ยังไม่พร้อมที่จะดำเนินวิถีชีวิตในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม...
“มีอะไรอยากพูดมั๊ย”
“...” น้ำเสียงอ่อนโยนคล้ายทลายบ่อน้ำตาที่กลั้นไว้ให้ไหลร่วงเผาะ...ทำไม...ต้องทำเป็นสนใจผมด้วย
...ผมไม่ต้องการ...
.
.
น้ำตา...?
จิตใจที่เคยเข้มแข็ง...อ่อนฮวบ...เค้าไม่สนใจแล้วว่า...หลังจากนี้...เราทั้งคู่จะเป็นยังไง
เพราะความรู้สึกที่กำลังถาโถมเข้ามานี้...มันอยู่เหนือการควบคุมไปแล้ว
แขนเกร่งดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก...ดวงตาคมหลับพริ้ม...แม้ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ...แต่ตอนนี้เค้าสามารถรับรู้ได้เต็มอกเลยว่า...เราทั้งสองคนรู้นั้นสึกไม่ต่างกัน น้ำตาที่ไหลรินอย่างต่อเนื่องจนเสื้ออีกคนชุ่มแฉะ...มันกลับกลายเป็นคำตอบที่ชัดเจน...ต่างจากอ้อมกอดทุกครั้งที่เคยสัมผัส
“พี่...” เสียงอู้อี้เอ่ยเบาๆ ถึงขนาดนี้แล้ว...ผมก็จะไม่กลัวอีกต่อไป “...ผม...”
ใบหน้าหล่อที่วางเกยอยู่บนกระหม่อมเล็กนิ่งเงียบ...เค้ารู้ว่าสิ่งที่เรากำลังรู้สึกมันยากจะอธิบาย เพราะสิ่งที่อยู่ลึกๆในใจนั้นรีบทะลักและประทุออกมาทั้งๆที่ระบบร่างกายยังไม่ทันได้เตรียมความพร้อม...
ถ้ามันอธิบายไม่ได้...แล้วจะสนใจทำไม...
ถ้าเป็นผม...จะเลือกสนใจความรู้สึกและการกระทำให้มากกว่าคำพูด “ไม่ต้องพูดอะไร”
“พี่...”
ขอแค่ตอนนี้...
อย่าเพิ่งผละอ้อมกอดออก...ผม...อยากสัมผัสความรู้สึกนี้ต่อไปนานๆ
..
11.10.01
...สมองมีหน้าที่สั่งการทุกอย่างให้เป็นไปตามกลไก
แต่ชั้นเชื่อว่า...มีอย่างนึงที่สมองไม่สามารถขัดขืนได้เลยนั้นคือ “ความรัก”
เพราะเราไม่รู้หรอกว่ามันจะเดินมาหาเราเมื่อไหร่ และจากเราไปตอนไหน...
สมองก็ไม่สามารถรู้ได้เช่นกัน...
ฮเยยุนปิดสมุดไดอารี่และวางมันลงในลิ้นชัก ก่อนจะหันมานั่งท้าวคาง...ตอนนี้เธอไม่รู้หรอกว่าเจ้าความรักที่พูดถึงอยู่นั้น...ใกล้เดินทางมาถึงรึยัง ไม่เคยเฝ้ารอ...และไม่เคยคาดหวังมาก่อน
ความรักในมุมมองของเธอไม่ใช่แค่ตัวหนังสือที่มาสะกดรวมกันแล้วอ่านออกว่า ‘ความรัก’
แต่มันคือปัจจุบันถึงอนาคตที่เป็นรากฐานของความสุข...ความสุขรูปแบบที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนา
ไม่ใช่อารมณ์แบบเด็กๆ ที่เฝ้าแต่ตะโกนบอกรักเสียงดัง ทั้งๆที่ยังไม่เข้าใจในความหมายมันเลยด้วยซ้ำ
ความรักแบบเด็กๆ ของ...ปาร์คยูชอน
พรุ่งนี้ยูชอนยื่นคำขาดว่า...เค้าจะใช้สิทธิ์ผู้ช่วยดีเด่นเพื่อขอออกเดทกับเธอ...เพราะว่าหลังจากนี้อีกเจ็ดวันเค้าจะไม่อยู่ให้เธอเห็นหน้า ในความคิดเธอ...มันเป็นเรื่องที่ดี...ที่จะไม่ต้องเห็นหน้าเด็กที่เอาแต่ชอบมาวุ่นวายกับชีวิตเธอ
แต่...เธอไม่รู้หรอกว่า...สิ่งที่เธอกำลังคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนั้น...มันกลับเป็นเรื่องที่ตรงข้ามกับหัวใจ
ความรักที่เธอไม่เคยเฝ้ารอ และไม่เคยคาดหวังมาก่อน...นั้นใกล้เดินทางมาหาเธอแล้ว...
รอแค่เพียง...เวลาปรากฎกายที่เหมาะสม
.
.
“...นายไป...แสดงว่าซึงฮยอนก็ต้องไปด้วยใช่มั๊ย?”
“อื้อ!” ชายหนุ่มคีบเนื้อที่ห่อแล้วใส่ปากคำโต
“แล้วจียงล่ะ...จะอยู่คนเดียวได้ยังไงตั้งหนึ่งอาทิตย์” น้ำเสียงเป็นห่วงใยของนูน่าสาวเอ่ยพร้อมสีหน้ากังวล
“มันเป็นผู้ชายนะพี่ ทำไมจะอยู่คนเดียวไม่ได้ล่ะ”
“นายไม่เข้าใจหรอกน่า!” (>o<)
ยูชอนละจากอาหารก่อนจะเงยหน้าถามอีกคน “พี่จะบอกว่า...พี่เข้าใจมันสองคนมากกว่าตัวมันกันเองงั้นหรอ”
“ใช่...ชั้นนี่ล่ะ! ที่รู้ใจมันดีกว่าพวกมันเอง!” (>o<)! ไม่รู้อะไรแล้วยังจะพูดมาก...น่ารำคาญจริงเชียว
“เยี่ยมไปเลยแฮะ...ผมรักคนไม่ผิดจริงๆ” (^^)
“หนวกหูน่า!” (>o<)!!
รู้สึกดีที่ได้กวนโมโหอีกคน...
ผมไม่พวกคนที่ชอบสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูเป็นสุภาพบุรุษ หรือถ้าผมคิดจะสร้างภาพจริงๆก็คงไม่ทันแล้ว เพราะตั้งแต่ที่เริ่มรู้จักกับซึงฮยอน ผมก็ได้รู้จักกับพี่ฮเยยุนทันที เธอคงเห็นความดีเลวชั่วของผมไปยันม้ามก้อนที่แปด(?)แล้วล่ะครับ
ความใกล้ชิด...
ทำให้ผมหลงรักเธอ...จากคำพูดที่เอาแต่หยอกล้อ...พอมารู้สึกตัวอีกทีบนฟ้าก็มีแต่ใบหน้าเธอ
งดงาม...เฮี้ยวซ่า...และไม่แข็งกระด้างจนเกินไป...
ความงดงาม...เพราะใบหน้าที่ชวนให้ผู้ชายทุกคนหลงไหล...และเผลอปันใจ
ความเฮี้ยวซ่า...นิสัยที่ทำให้ผู้ชายหลายๆคนถอยห่างจากเธออีกเช่นกัน...
แต่ผมชอบความหวานปนขมแบบนี้...
และจะดีมาก ถ้าได้เป็นเจ้าของน้ำผึ้งรสขมแก้วนี้...แต่เพียงผู้เดียว
“วันนี้ผม...จะพาพี่ไปในที่ ที่พี่ไม่เคยรู้จักมาก่อน”
“ในโซลชั้นรู้จักหมดล่ะ!” อย่ามาน้ำเน่า (- -)!
“ใครบอกว่าจะพาไปเที่ยวในโซล” ใบหน้าหล่อยิ้มเยาะ
“ต่างจังหวัดชั้นไม่ไปนะเว้ย” (>o<)
“ไม่ใช่ต่างจังหวัด ไม่ใช่ในโซล ... แต่เป็นโลกของยูชอนต่างหาก”
“...” อ้วกกกกก! (-o-)! ฮเยยุนคีบเนื้อห่อ ก่อนจะจัดการยัดใส่ปากไอเด็กเพ้อเจ้อ! “อุ๊บ!!” :X
ชายหนุ่มยิ้มพลางเคี้ยวเนื้อย่างคำโตที่อยู่ในปากตุ้ยๆ
แต่ถึงอย่างนั้น...นี่ก็เป็นรอยยิ้มแบบไม่ปิดบังครั้งแรกของพี่...
ตอนนี้...
เท้าข้างนึงของพี่ก้าวเข้ามาในโลกของผมแล้วล่ะ J
..
ชายร่างสูงสามคนยืนพิจราณาคำขอร้องของรุ่นน้องหน้าเครียด มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกที่ควรซักเท่าไหร่ที่จะเอาคนอื่นไปร่วมการอบรม(?)ครั้งนี้...แถมคนอื่นที่ว่ายังเป็นรุ่นน้องปีสองอีกต่างหาก ถ้ากิจกรรมภายในครั้งนี้หลุดลอดออกไปสู่ปากรุ่นน้องปีถัดไป ความสนุกสนานที่รุ่นต่อไปจะได้รับอาจจะลดน้อยลง...กลายเป็นว่าไอพวกนั้น...รู้มากไปซะแล้ว
“ขอเหตุผลที่มันควรไปกับเราหน่อย”
“...” ถามเหตุผลกูอีกละ! มึงเรื่องมากกันจังนะพี่ (- -)! “มันเป็นรุ่นน้องคนสนิทผม”
“กูก็สนิทกับมันเหมือนกัน...ขออีก” ดองวุคเอ่ยขัด
แต่ผมสนิทกับมันจียงมากกว่าพี่แน่นอน (ToT) แต่กูบอกไม่ได้!!! “มันอยู่บ้านคนเดียว”
“กูอยู่คนเดียวมันตั้งแต่ปีหนึ่ง...ขออีก” คราวนี้ฮงจุนเอ่ยขึ้นบ้าง
โอย... (>o<)!!
กูแค่ขอให้เอาจียงไปด้วย มันจะลำบากอะไรพวกมึงนักหนาวะพี่! “พี่สาวมันฝากให้ผมดูแลมันอะดิ!”
คราวนี้ทั้งสามคนหันหน้ามองกันอย่างไตร่ตรอง...และทำไมพี่สาวมันต้องมาฝากให้มึงดูแลมันด้วย
ไอจียงก็โตอย่างกับควาย หรือว่าจริงๆแล้วมันเป็นลูกแหง่ติดแม่เหมือนกับที่หน้าหวานๆของมันฟ้องออกมา
“เดี๋ยวนะ...” แทบินยกมือขึ้นขัด “...มึงรู้จักกันมาก่อนด้วยหรอ”
“อ...อื้อ! ประมาณนั้นล่ะพี่” (. .)! ไอเหี้ยพี่แทบิน! อย่าเสือกสงสัยมากกว่านี้เลย กูขอร้อง (ToT)!
“ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย...กูจำได้ว่า...ตอนแรกมึงยังไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่”
“โหพี่ กูก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร พี่จะสงสัยอะไรมากวะ” เริ่มฉุนแล้วนะเว้ยเห้ย!
ปาร์คฮงจุนยกมึงขึ้นปามอิมแทบินที่ทำท่าจะอ้าปากถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง “มึงรับผิดชอบมันได้แน่นะ”
“แน่นอน”
“ถ้าปีสองหรือปีหนึ่งรู้ถึงกิจกรรมการอบรมนี้ ทั้งหมดต้องเป็นเพราะมึง”
“ครับ” (_ _)!
“ค่าใช้จ่ายกูคงไม่คิดเพิ่ม เพราะแค่คนเดียว...แต่ถ้าจียงเกิดมีปัญหาอะไร ความรับผิดชอบต้องตกอยู่ที่มึง”
“ครับ” (_ _)!
แค่นี้ล่ะครับ...ที่ผมต้องการ..ผมพร้อมที่จะรับผิดชอบชีวิตมันในทริปครั้งนี้ด้วยตัวเอง
เพื่อความสบายใจของทุกคน... (_ _)! “ขอบคุณครับ รุ่นพี่”
..
“ห๋า! จะให้ผมไปด้วยหรอพี่!”
“เออ” (- -) ร่างสูงที่ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหมุนคอบิดขี้เกียจไปมา เหตุเพราะความเหนื่อยล้าที่ต้องวิ่งวุ่นทั้งวัน
“พี่...” (. .) ไม่จำเป็นต้องให้กูไปก็ได้...กูอยู่ได้อยู่แล้ว “...ผมอยู่ได้น่า”
“แต่ กู อ ยู่ ไม่ ได้” ร่างที่เหยียดตัว...หลับตาพริ้มพิงพนักโซฟาเอ่ยเรียบโดยไม่มองอีกคน
“...” (.//.)
“ไปเก็บเสื้อผ้าได้แล้วไป” ที่หลับตาไม่ใช่เพราะ...เพลียจนง่วง...แต่ไม่เขินจนไม่กล้ามองหน้าอีกคนต่างหาก
ถ้าเดาไม่ผิด...ไอเด็กที่นั่งข้างๆผม ก็คง...จะนั่งก้มหน้าแดงแปร๊ดอยู่เหมือนกัน
“พี่...ก็ไปอาบน้ำได้แล้ว” (. .) จียงลุกเดินเลี่ยงออกห่างจากจุดที่ทำให้เค้าใบหน้าร้อนผ่าว ถึงจะรู้สึกไม่ชินกับความรู้สึกแปลกใหม่นี้ ...แต่ไม่ได้หมายความว่า...รู้สึกแย่
เพราะเค้าเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาเราจะชินและคุ้นเคยกับมันไปเอง ก็เหมือนกับครั้งแรกที่เราต้องย้ายมาอาศัยอยู่ด้วยกัน...จนถึงตอนนี้ทำให้เรารู้ว่า...หลายสิ่งมันสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้
แม้กระทั่ง...หัวใจ
หัวใจที่ไม่เคยคิดว่าจะมีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่มันก็กลับตัลปัตได้ถึงเพียงนี้...
.
.
“ไม่ต้องเอาไปเยอะมากหรอก” เสียงทุ้มกล่าว หลังจากที่นอนมองอยู่นาน...ก็ไม่เห็นมันจะจัดกระเป๋าเสร็จซะที
“อยู่เจ็ดวันนะพี่ ไม่ใช่สองวัน” (- -)!
“กูไม่เห็นเอาไปเยอะเท่ามึงเลย แบกไปน้อยๆมันหนัก” พูดให้ฟังหน่อยเหอะ! คอยแต่จะเถียงเรื่อย
“ก็น้อยแล้วเนี่ย” (><)
พูดแล้วมันก็ดื้อไม่ฟัง เล่นจับสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋ารัวเหมือนกลัวผมจะเห็น ผมเลยกระโดดลงจากเตียงแล้วไปกระชากกระเป๋ามันมาทันที จียงทำหน้าเหม็นบูด ...หึ...นี่หรือน้อยของมึง เดี๋ยวกูปั๊ดซัดหน้าหงาย! “น้อยห่าไรเนี่ย!”
“เดี๋ยวกูแบกเองน่า!” (. .)!
“พวกนี้...” ชายหนุ่มควักกางเกงนอนหลายตัวจากกระเป๋าลากใบใหญ่ออกมาชู “...เอาออกไปให้หมดเลย”
“พี่...และกูจะเอาอะไรใส่นอนล่ะ” (>o<)
“ใส่กับกูไง จะได้แบกไปน้อยๆ”
“ไม่เอา!” ทำไมต้องห้ามด้วยวะเนี่ย!
แต่ร่างสูงไม่ฟังเสียงค้าน เลือกหยิบหลายสิ่งที่คิดว่าไม่จำเป็นออกจากกระเป๋า ซะจนตอนนี้กระเป๋าลากใบโตมันกลับโล่งโจ้งแทบไม่มีอะไรเหลือ นอกจากเสื้อและกางเกงชั้นใน (- -) จียงที่ได้แต่มอง ทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก...ทำแบบนี้กูไม่ไปดีกว่านะ (T T)
“พี่! ถ้าทำแบบนั้น กูไม่ไปแล้วดีกว่า!” (>o<)
“กูเป็นคนเอามึงไปด้วย กูก็ต้องทำให้เค้าวุ่นวายน้อยที่สุดดิ! เอาไปเยอะมันจะลำบากคนอื่น!” เข้าใจหน่อยเหอะ!
“ก็บอกว่าไม่ไปแล้วไง!!” (>o<)!
“แล้วกูอะ!” ซึงฮยอนขึ้นเสียง แล้วพลันเปลี่ยนเป็นเสหลบตาอีกคน (. .) “...กู...จะไปคนเดียวได้ไง”
“...” (o///o)!
ขัดใจอยากบอกไม่ถูก...ทำไมหน้าร้อนแบบนี้วะ...โอ๊ย...กุอาย!
เค้ารีบลุกขึ้นมาที่เตียงหลีกเลี่ยงจากการประจันหน้าตรงๆกับอีกคน “งั้นตามใจมึงก็ได้.. เดี๋ยวกูแบกให้เอง” (. .)
“...” (. .)
เฝ้าถามตัวเอง...ว่ามันดีแล้วหรอ?
มันดีแล้วหรอที่เราจะเป็นแบบนี้...มันดีแล้วหรอ...ที่เราจะเชื่อฟังสิ่งที่อยู่ข้างในมากกว่าคนรอบข้าง
ถึงความรู้สึกพวกนี้จะทำให้ผมมีความสุข แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...ถ้าออกไปข้างนอก...ไปพบเจอผู้คนในสังคมเดิมที่เราอยู่ พวกเราไม่มีวันกล้าแสดงความรู้สึกแบบนี้ออกมาอย่างแน่นอน
นั่นหมายความว่า...สิ่งที่เรากำลังทำ...และรู้สึก
...มันผิด...
มือเล็กค่อยๆคัดเลือกเสื้อผ้าที่เค้าคิดว่าจำเป็นมากที่สุดใส่ในกระเป๋าใบใหม่ที่เล็กกว่าเดิม ถูกอย่างที่ซึงฮยอนพูด เค้าไม่ควรสร้างความลำบากเพิ่มให้คนอื่น เพราะไม่อย่างนั้นคนที่ต้องซวยก็เห็นจะเป็นซึงฮยอนอยู่ดี
แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า...กูเลือกไม่ได้ (>o<)
ก็ทุกตัวมันสำคัญกับกูหมด! แล้วจะให้กูจะทำยังง๊ายยย (ToT)
ชายหนุ่มที่ยังคงเฝ้ามองอีกคนด้วยความเป็นห่วง เห็นคนตัวเล็กหยิบเสื้อผ้าเข้าๆออกๆในกระเป๋าอยู่หลายครั้ง ก็อดส่ายหัวไม่ได้ เค้ารู้ว่าจียงกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบาก (- -.) ...ลำบากเพราะตัดใจไม่ได้ว่าจะเอาอะไรไปบ้าง
ชายหนุ่มลอบยิ้ม ก่อนจะลุกจากเตียงเพื่อเดินไปหาคนตัวเล็กอีกครั้ง เค้าดึงกระเป๋ามาจากมืออีกคน จนเจ้าของหน้าเหวอ หลังจากนั้นเค้าก็เทเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นที่จียงตั้งใจจัดใหม่ออกจนหมด และโกยเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่กองอยู่ที่พื้นก่อนหน้านั้น มากวาดลงกระเป๋าลากใบใหญ่แทน...
ลำบากนัก...ก็เอามันไปให้หมด
บอกแล้วไงเดี๋ยวกูถือให้...
“พี่ มึงทำไรเนี่ย”
“ไปอาบน้ำนอนได้แล้ว”
“แต่นั่น...” (. .) สายตาแบบนั้นอีกแล้ว...ทำไมชอบจ้องนักนะ “...มันเยอะเกินไป”
“เดี๋ยวกูถือให้ เห็นมึงทำหน้าแบบนั้นแล้วรำคาญตา!”
มึงก็...รำคาญกูตลอดล่ะ...
กูก็รำคาญตัวเองเหมือนกันล่ะ...แม่งเอ๊ย!
“บ่นไร”
“ป่าว!!” (>o<)!
“รำคาญๆๆ” ร่างสูงลุกขึ้น แล้วแกล้งใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากมนจนหงาย “รำคาญตัวเองที่เอาแต่อยากเห็นหน้ามึงเนี่ย!” (>o<)!
“...” (O_O)
จากปากเล็กที่กำลังอ้าค้างจะด่า คำพูดทุกคำผลุบหายกลับเข้าไปในลำคอ...ใจเต้นแรง
อาการหน้าชา...ที่ไม่ใช่เพราะอากาศหนาว...แล่นปราดขึ้นมาพร้อมๆกับสีแดงระเรื่อบนแก้มใส
ไม่คุ้นชิน...
ยังไงผมก็คงไม่มีทางโพล่งความรู้สึกของตัวเองออกไปได้ชัดเจนเท่าคนตรงหน้าหรอก
แม้ผมจะเห็นว่าซึงฮยอนจะหน้าแดง...แต่หลังจากนั้นรอยยิ้มที่ส่งกลับมาให้...มันทำให้ผมรู้สึกอิจฉา
อิจฉา...ที่มันกล้ากว่าผม
กล้าที่จะทำอะไรอย่างตรงไปตรงมา...แม้ตัวเองจะยังไม่ชินก็ตาม
ผมอยาก...เป็นแบบนั้นบ้าง
..
หกโมงเย็น...
นักศึกษากว่าสี่สิบชีวิตได้มารวมตัวกันในที่นัดหมาย อากาศเริ่มมืดและหนาว แต่พลังเสียงของเหล่าชายหนุ่มและหญิงสาวยังไม่มีทีท่าว่าจะขาดหายลงไปแม้แต่นิด คล้ายกับเด็กที่ตื่นเต้นเวลาได้ออกทัศนศึกษา พวกเค้ามีความสุขที่ได้ร่วมเดินทางไปกับเพื่อน...บางคนขอตัวหลับเพื่อเอาแรงก่อน แต่บางคน...มันก็กลับเริ่มสังสรรค์(?)กันบนรถตั้งแต่เริ่มออกเดินทางเลยเช่นกัน
เบาะนั่งเป็นคู่บนรถบัสคันยาวในส่วนกลางแถบขวามือ เป็นที่นั่งของผมและจียง เห็นมันบ่นกระปอดกระแปดว่าเสียงดังผมเลยเอาหูฟังจับยัดใส่หูมันไป มันหันมาทำหน้างงประมาณว่า...ประชดหรอ? แต่ไม่นานก็ผล็อยหลับไปซะดื้อๆ
ผมไม่อยากให้มันรู้สึกเคว้งเพราะบนรถมีแต่รุ่นพี่...บางคนสนิท แต่บางคนก็ไม่สนิท ทุกคนเอาแต่ทำหน้าสงสัยว่าเด็กนี่เป็นใคร? ...และเอามันมาทำไม...มันก็คงรู้สึกอึดอัดไม่น้อย...และสิ่งที่ผมจะทำให้มันคลายความไม่คุ้นเคยนี้ลงไปได้ ก็คงเป็นการที่พยายามอยู่ด้วยกับมันตลอด...แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอยากที่จะไปเฮฮากับเพื่อนบ้าง...
เมื่อเห็นอีกคนหลับได้ซักพัก เค้าเลยถือโอกาสเดินออกมาหากลุ่มเพื่อนหลังรถ ทั้งของขบเคี้ยวและแอลกอฮอล์นั้นเยอะจนทำให้ผมถึงกับตาค้าง...พวกมึงมาเต็มมากไอสัส!
“อ้าว มาแล้วหรอ! ไอคนติดเมีย! ฮ่าๆๆ” อูยองที่เคี้ยวขนมเต็มปากเอ่ยแซวปากกว้าง
“เบาๆไอเหี้ย กวนตีนนะ เหยิบเลย นั่งด้วย!” (>o<)! เค้าแทรกตัวลงนั่งกับกลุ่มเพื่อนซี้ ท่ามกลางเสียงเอ่ยแซว ไม่หยุดไม่หย่อน พวกมันจะพูดห่าอะไรผมไม่ถือ แต่ถ้าคนอื่นได้ยิน...เป็นเรื่องแน่!
“แล้วทำไมต้องจียงเอามาด้วยล่ะ” ฮยอนจุงที่นั่งดื่มเงียบจู่ๆก็ถามขึ้น
ไอเสือเงียบ...ทำเอากูงิดเลย! จู่ๆมึงจะมาสงสัยอะไรวะเนี่ย! (>,.<)! “ก็...พี่มันบอกให้กูเอามันมาด้วย”
“งั้นหรอ...”
ทำเสียงเหมือนไม่เชื่อกูนะ (- -.) คิดว่ากูโกหกใช่มั๊ย...เออ...มึงคิดถูก “กูจะโกหกมึงทำไม” (- -)
“แล้วน้องเค้า...ทำไรอยู่”
“หลับ!” มึงคิดไรป้ะเนี่ย เหี้ยแทคยอน ทำหน้าตากรุ้มกริ่มชิบหาย! (- -)!
ระหว่างที่เราตะโกนแหกปากคุยกันเสียงดัง ไออูยองก็กลายเป็นแผนกชงเหล้ายื่นให้ทุกคน ไอนี่มันร้าย มันคิดจะมอมทุกคนให้เมา แล้วตัวเองก็จะไปเอาหน้ากับรุ่นพี่ใช่มั๊ย! ฮ่าๆ
“มึงจะมอมพวกกูหรอสัส”
“มึงมานั่งตรงกูมั๊ยล่ะ! กูจะได้ไปนั่งแดกสบายๆ” (- -)! มันตอบด้วยหน้านิ่งๆ พลางจะยกตีนขึ้นถีบผม อันที่จริงแล้ว มันสะเออะไปนั่งตำแหน่งนั้นเอง ก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องเป็นคนชง แต่...ตอนนี้ผมเริ่มสงสัยว่า...ไอมิคมันหายหัวไปไหน! ตั้งแต่มาถึงยังไม่เห็นหัวมันเลย และก็ได้คำตอบจากไอแทคยอนว่า มันไปอยู่ตรงหน้ารถ...เห็นว่าไปโทรศัพท์
โทรศัพท์หรอ...ไอนี่มันเป็นพวกติดโทรศัพท์เมื่อไหร่
แต่ช่างเหอะ...ขอแค่มันอย่าปากโป้งไปบอกใครเรื่องผมกับจียงอีกก็พอ
.
.
การเดินทางที่ยาวนานกับรถที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา ทำให้ผมรู้สึกว่าแอลกอร์ฮอลที่ไหลผ่านคอลงท้องไปนั้น เริ่มทำปฏิกริยาต่อร่างกายซะแล้ว หูผมเริ่มอื้ออึง จนต้องตะโกนคุยกันเสียงดังกว่าเดิม...แต่ยังไม่ถึงกับเมามากมาย
“...แล้วไงต่อวะ ฮ่าๆ” ไออูยองที่หน้าแดง ตาเยิ้ม แหกปากเล่าเรื่องมันที่ถูกสาวๆทิ้ง ทำเอาทุกคนฮาจนตาปิด โง่ๆแบบนั้น ถ้ากูเป็นผู้หญิงก็ไม่เอามึงหร๊อกก! ไอควาย!
“มึงมันโง่ไง เมาแล้วเสือกไปอ้วกใส่เค้าบนเตียง ฮ่าๆ”
“ไอห่า กูไม่ไหวจริงๆ เมามากไปหน่อย นึกแล้วก็ฮาว่ะ” ว่าแล้วมันก็กระดกไปอีกแก้ว จนไอฮยอนจุงที่นั่งเงียบมานาน ต้องยั้งมือมันเอาไว้ แล้วบอกให้พอก่อน เดินทางมาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเมากันขนาดนี้...เดี๋ยวรถคันนี้ก็ได้เลอะอ้วกมึงเหมือนผู้หญิงคนนั้นอีก
“มึงเชื่อมั๊ย...” แทคยอนเปิดประโยคได้น่าสนใจ จนทุกคนต้องหยุดฟังมันกระซิบ “...เมื่อประมาณสองคืนก่อน”
“เปิดเรื่องมางี้ มึงไปฟันใครมาอีกแล้วใช่มั๊ย” กูรู้ทันหรอกน่า~~ ไอฟัก!
“คนนี้...” ร่างหนาทำสีหน้ากรุ้มกริ่ม ราวกับว่าแค่นึกถึงหน้าอีกคน ก็ชวนขึ้นสวรรค์แล้ว “...เด็ดสุดๆ” (><)
“ไอเหี้ย มึงไม่ต้องเล่าว่าเด็ดยังไง กูจะอ้วก บอกแค่ว่าใคร” (- -)! อูยองรีบปามเอาไว้ทันที
“เห้ย อย่าขัดดิไอด้ง! กูอยากรู้ว่ามันเด็ดยังไง ไอห่านี่ ถึงได้ทำหน้าเคลิ้มขนาดนี้”
“ทำไม! มึงจะเอามันเป็นกรณีศึกษาหรอ โอ๊ย!” (><)
มือหนาฟาดแรงๆไปที่หัวคนข้างๆ ก่อนจะหันมาสนใจไอเหยินต่อ “ว่าไงวะ เป็นใคร? เด็ดยังไง?”
“คิม...แจจุง”
พวกเราทุกคนอ้าปากค้าง...ยกเว้นฮยอนจุงที่นั่งไขว่ห้างฟังนิ่งๆ ...ช่วยมีอารมณ์ร่วมหน่อยเถอะไอสัส (- -)!
จริงๆแล้วคิมแจจุงไม่ได้อยู่เอกเดียวกับพวกเรา แต่ที่รู้จักก็เพราะ...มันผู้ชายที่ฮ๊อตในหมู่สาวๆและผู้ชายด้วยกันมากเหลือเกิน แต่ไม่ยักรู้มก่อนว่ามันเป็นเกย์ด้วย! และไอที่สาวๆคอยกรี๊ดกร๊าดมันล่ะ! สร้างภาพหรอไงว๊ะ!! (>[]<)!
“มัน...เป็นแบบมึงหรอ”
“โห...ตัวแม่! มึงรู้จักมั๊ย” ไอแทคเริ่มเล่าอย่างออกรสชาติมากขึ้น
“หูววว...งั้นสาวๆที่แอบชอบมันล่ะ กูขอได้มั๊ย” (ToT)
“เงียบเลยไออูยอง กูจะฟัง”
“ทั้งลีลา...เสียงร้อง...โอ๊ยย! ไอเหี้ย! เด็ดสุดๆ” (>o<)!
“พอออออออ!!” (>o<)! ไออูยองยกมือสต๊อบ!! มันทำหน้าจะอ้วก แยกไม่ออกว่าเพราะเหล้าที่ดื่มไป หรืออาการแขยงขนลุกจากท่าทางและน้ำเสียงชวนสยิวกิ้วของไอแทคยอน (- -)!
“เออๆๆ กูไม่เล่าแล้วก็ได้ ไปโทรหาแจจุงดีกว่า แม่ง! กูน่าพาเค้ามาด้วยว่ะ” มันบ่นและเดินเซไปช่วงหน้าของรถ เดาได้ว่าคงจะหายไปหมกตัวคุยโทรศัพท์ตรงไอยูชอนแน่ๆ ส่วนไออูยองผมฝากฮยอนจุงช่วยดูแลมันหน่อย ก่อนจะค่อยๆคุมสติตัวเองเดินกลับมานั่งเบาะเดิม
“โอ๊ยพี่!!” (><) มือเล็กผลักร่างหนาให้ออกห่างตัวทันทีที่อีกคนเบียดเข้ามาใกล้
“ผลักกูทำไมเนี่ย”
“กลิ่นเหล้าหึ่งเลย เขยิบไปนะ!” (><)
“ไม่เอาอ่า” คนเมาได้ทีแกล้งเอาหน้าไปซุกไซร้ซอกคอคนข้างๆ จียงเบิกตาโต! (O_O)! “พี่!!”
“อาไรเล่า~”
“มึงเมาแล้วมึงก็นอนไปเลย!!” คนตัวเล็กเหล่ตามองดูคนอื่นรอบตัว เค้ารู้สึกโล่งใจที่ทุกคนรอบข้างหลับไปหมดแล้ว แต่ถึงยังไงเค้าก็ไม่ชอบไออีกคนทำตัวลุ่มล่ามแบบนี้ “วันนี้เมาแล้วเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย!” (><)!
โอ๊ยย!! ไม่ไหวแล้วนะ
มือไม้อย่างกับปลาหมึก ทำไมแต่ก่อนตอนเมาไม่เห็นเป็นแบบนี้...วันนี้มึงเป็นอะไรเนี่ย
“จียงอ่า”
“พี่อย่าดิ!” จียงกัดฟันร้องห้าม เพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่นที่หลับอยู่ แต่อีกคนยังคงแกล้งนัวเนียคนตัวเล็กไม่เลิก แม้ว่ามือเล็กจะคอยผลักอกหนาให้ออกห่างตัวก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าสมองที่ถูกแอลกอฮอลควบคุมมันไม่รับฟังเค้าเอาซะเลย
เผียะ!!!
“โอ๊ย!” ซึงฮยอนร้องดังเมื่อใบหน้าหล่อโดนตบจนหัน “เจ็บนะเว้ย”
“มึงเป็นบ้าไปแล้วหรอ ทำเหี้ยไรเนี่ยพี่” (>[]<)! แม้จะอยากตะโกนเสียงดัง แต่ก็ทำได้แค่ตะคอกเบาๆ
“ล้อเล่นเฉยๆน่า” (^^) มือหนายกขึ้นขยี้หัวเล็ก แล้วปรับเบาะเตรียมจะนอนพักผ่อน ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“...” ร่างเล็กเหล่ตามองอย่างเคืองๆ ...ถ้ามึงเป็นแบบนี้อีก...ไม่แค่โดนตบหน้าแน่! ไม่ทันได้ละสายตาจากอีกคน หัวหนักก็มาวางแปะอยู่ที่บ่าเค้าซะแล้ว “...ขอนอนหน่อยนะ” (^^)
“พ...พี่” แววตาสวยแอบสอดส่องไปดูคนรอบข้างอีกครั้ง มันเงียบสนิท...ทุกคนหลับหมดแล้ว
เพราะงั้น...ถ้าคนอื่นไม่เห็น...มันก็ไม่เป็นไร...แต่...จะนอนแบบนี้จริงๆน่ะหรอ
“จียง...” เสียงทุ้มแหบเอ่ยทั้งๆที่ยังหลับตาพริ้ม
“อะไร”
“...ฮันนีมูน...ในใบสัญญาน่ะ”
“...” พี่เมาแล้วพร่ำเพ้อไปนะ... (><)
“...มาทำให้มันคอมพลีสกันเถอะ”
“...” (O_O)! ไม่...เข้า...ใจ
ความคิดเรื่องฮันนีมูนในใบสัญญา...ไม่เคยอยู่ในหัวสมองเค้ามาก่อนเลย...
มันเป็นเรื่องไกลตัว...และไม่เคยคิดว่า...เราจะสามารถทำมันให้สำเร็จได้จริงๆ
มันแทบ...ไม่มีความเป็นไปได้เลย
“พี่...หมายความว่ายังไง”
“อย่างที่พูด...มาทำให้การไปเที่ยวของเราด้วยกันครั้งนี้...เป็นการ ‘ฮันนีมูน’ กันเถอะ”
“...” ใบหน้าหวานแอบก้มลงไปมองคนที่นอนซบอยู่ที่บ่า...
พี่พูดเพราะ...อาการเมา
หรือว่า...พูดเพราะคิดเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วเนี่ย... (O_O)!
“กูไม่ได้เมานะ”
.
.
ผมไม่รู้หรอกนะ...ว่าการฮันนีมูน หรือดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ของคู่รักมันเป็นยังไง...
แต่...ถ้าเป็นผมในตอนนี้...ผมก็คงทำมันได้แต่ในรูปแบบของผม
สิ่งเดียวที่อยากจะขอ...ก็คือ...
หวังให้มันกลายเป็นความทรงจำที่ดีของเราก็แล้วกัน J
มือเล็กค่อยๆเอื้อมหยิบผ้าห่มผืนเล็กจากกระเป๋าที่วางอยู่ข้างกายมาห่มคลุมให้ร่างหนา... แววตาสวยหยุดจ้องใบหน้าคมคายที่ดูเหมือนจะหลับสนิทไปแล้วเพียงซักพัก ก่อนจะเสยผมที่ปรกหน้าผากขึ้นไปอย่างอ่อนโยน...
พี่อยากให้ชีวิตเราสองคนเป็นแบบนี้จริงๆหรอ...
ผมไม่มั่นใจเลย...ผมกลัว...กลัวชีวิตที่ต้องผิดแปลกไปของพวกเรา...มันจะเป็นความด่างพร้อยของชีวิต
กลัว...
...ว่าเราจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไปแล้ว
TBC.
หวังว่า...คงจะช่วยเติมเต็มทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ ;D
อย่างที่บอกมันอาจจะไม่ใช่ฟิคที่ดีเด่อะไรมากมาย...
แต่แค่ไรเตอร์เห็นทุกคนยิ้มหัวเราะไปกับได้...ก็เป็นเรื่องที่ดีสุดๆแล้วค่ะ
ขอบคุณทุกแรงที่สนับสนุน...
ถึงจะหายไปไม่นาน(?) แต่มันรู้สึกคิดถึงทุกคนแทบขาดใจจริงๆ
ยังไง...อยากให้ติดตามกันไปจนกว่าจะจบเนอะ ^^
และมีใครคิดถึงเค้าบ้างรึเปล่าเนี่ยย?? 55555

รีบมาต่อเร็วๆนะคะ
ชอบอ่ะ ชอบอ่ะ มาต่อเลยนะ จียง โป้ เกือบเเล้ว~
#1 By minegd on 2011-11-22 17:34