★[LF] BE HIDE THE SCENE (12)
posted on 16 Oct 2011 13:52 by tuatae-rh in LONG-FICTIONSTitle: Be hide the scene
Status: 12
Author: Tuatae
Pairing: TOP x GD
Rating: Erotic, Drama (?)
Genre: Nc
Author’s note: เม้นซักกระจิ๊ดด จิตแจ่มใส ใครสนใจฟิคชั่นเรื่อง "OUR TIME" ยังสั่งได้อยู่นะคะ (ขายๆ) เปิดพรีรอบสุดท้ายแล้วจริงๆ ^^
EP.12
“ฮึกกก..ฮ ยอง” หยาดน้ำตาไหลร่วงเผาะผ่านแก้มใสเนียน ปากบางสั่นเทาจากแรงสะอื้น แค่นึกถึงคนรักที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ในห้องไอซียู หัวใจมันยิ่งรู้สึกปวดร้าว…หวาดกลัว
มัน…
ทำใจไม่ได้ หากต้องเสียเค้าไป
หากไม่ใช่เพราะเค้า…ที่ทำตัวเป็นเด็กๆ
หาก…เพียงแต่ไม่ใช่เค้า…ที่คอยทำตัวมีปัญหา…ถ้าไม่ใช่เค้า...เรื่องแบบนี้คงไม่เกิด
และถ้าวันนี้มันไม่ใช่เค้า...ฮยองคงไม่เป็นแบบนี้…เกลียดตัวเองเหลือเกิน
อี ซึงริ นายมันน่ารังเกียจ…
น้ำตาเม็ดใสที่ไม่เคยแห้งเหือด ทำให้ดวงตาคู่สวยบวมแดง ใบหน้าขาวซีดจางราวกับคนทนทุกข์ทรมาณมานานนับปี
ตัวอักษรภาษาอังกฤษสีแดง “ICU” หน้าประตูห้องฉุกเฉินยิ่งตอกย้ำตราบาปในหัวใจ
หากเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะเค้า…แค่ไม่ใช่เค้า!!
ฮยองคงไม่เป็นแบบนี้…
เฝ้าแต่นึกโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมาโดยไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดนั้นอยู่ที่ใด…
ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะรับบาปกรรมนี้แทนฮยองเอง…อยากจะเจ็บแทนฮยอง …ปวดแทนฮยอง
หรือแม้แต่…ให้สิ้นลมหายใจแทนฮยองเลยก็เป็นไปได้…แค่ฮยองอย่าเป็นอะไร
บาดแผลเล็กน้อยในตอนแรกบนร่างกายของเด็กหนุ่ม หลายชั่วโมงผ่านไปยิ่งทำให้รอยบอบช้ำนั้นชัดเจนและแลดูรุนแรงกว่าก่อนหน้านั้นมาก หากแต่ความรู้สึกเจ็บปวดทางกายมันได้ถูกกดไว้ภายใต้ความปวดร้าวภายในจิตใจ
ซึงรินั่งนิ่งเฉยราวกับไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป…มีเพียงน้ำตาที่คอยเป็นเพื่อน…น้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด
“ซ…ซึงริ…” (O_O) จียงที่เพิ่งมาถึงร้องเรียงพรางวิ่งถลาเข้ามาหาเด็กหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่คนเดียว “…ยองเบเป็นยังไงบ้าง” คนที่เด็กกว่าเพียงแค่ส่ายหัวเบาๆ จู่ๆน้ำตาก็พรั่งพรูหนักกว่าเดิมอีกครั้ง…ความเจ็บปวดนี้มันช่างทรมาน
ยาก…แม้แต่จะเอื้อนเอ่ยให้ใครฟัง
มันปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก
เห็นคนตรงหน้าได้แต่ร้องไห้ หัวใจมันเหมือนกับรับรู้ความรู้สึกนี้เข้าอย่างจัง…เจ็บปวดสินะ
จียงดึงร่างน้องชายเข้ามาโอบกอดพร้อมลูบหัวเบาๆ “ยองเบต้องไม่เป็นอะไร เชื่อฮยองนะ”
ราวกับหัวใจที่ใกล้จะสลายได้รับความอบอุ่นอีกครั้ง…เพียงแค่ใครซักคนโอบกอดในยามที่ท้อแท้
แขนสั่นเทายกขึ้นโอบกอดพี่ชายร่างเล็ก และปล่อยโฮหนักกว่าทุกครั้ง “ฮือออๆๆ ฮ…ย..ฮึกก ฮืออ”
ความรู้สึกนี้มัน…ทรมาณ
หยาดน้ำตาของคนเป็นพี่ไหลรินอย่างไม่รู้ตัว…ภาพตรงหน้ามันช่างเจ็บปวดและรวดร้าวเหลือเกิน
เป็นความทุกข์ทนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้…ร้องไห้มากมายแค่ไหนก็คงไม่พอ ถ้าหากว่าต้องเสียคนรักไป
ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเราล่ะ…
คนตัวเล็กหันหน้ากลับไปหาร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ด้วยสายตาอาวรณ์… ‘ชั้นไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับเราเลย’
ยิ่งคิดก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความรู้สึกรวดร้าวมากขึ้น ราวกับหัวใจดวงนี้มันรู้สึกแทนเด็กหนุ่มซะเอง
ชั้น…คงทนไม่ไหวถ้าหากต้องเสียนายไป
ร่างสูงเห็นคนตัวเล็กสีหน้าไม่ดีจึงเดินเข้าไปใกล้คนที่นั่งอยู่ ก่อนจะดึงหัวเล็กมาซบตรงเอว
พร้อมลูบหัวเบาๆโดยไม่พูดอะไร …จากคนปลอบใจ กลายเป็นคนถูกปลอบใจ…เมื่อความอ่อนแอเริ่มแทรกซึม
นายมันเป็นคนอ่อนไหวมากนะ…จียง
เมื่อรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยซึงริจึงผละออกจากอ้อมกอดเล็ก และโค้งหัวน้อยๆให้กับจียง “ข…ขอบคุณฮะ”
“ไม่เป็นไร…เลิกร้องได้แล้วนะ ยองเบคงไม่อยากเห็นนายร้องไห้หรอก” พร้อมยิ้มทั้งน้ำตาไปทางน้องชาย
“ฮะ” แม้จะพยายามฝืนยิ้มแต่มันก็ยังทำใจลำบากอยู่ดี…
ถ้าฮยองไม่อยากเห็นผมร้องไห้…ก็รีบตื่นมาหาผมสิ
ตื่นมาเจอหน้าผม…อีกซักครั้ง
ผ่านไปยี่สิบนาที..
ชายสามคนก็ยังคงนั่งรออยู่หน้าห้องไอซียูโดยไม่ขยับไปไหน เพียงเพื่อเฝ้ารอหมอในชุดผ่าตัดสีเขียวเดินออกมาจากห้องเพื่อชี้แจงอาการของคนที่เป็นทั้งคนรัก และเพื่อนของพวกเค้า
ถึงจะรู้สึกสงสารน้องชาย(ที่ไม่สนิท)ของคนรัก แต่ความสงสารมันระงับความหิวของเค้าไม่ได้ซะหน่อยนี่
ซึงฮยอนสะกิดเบาๆไปที่แขนเล็ก “ออกไปหาอะไรกินกัน”
“ไม่เอา นั่งรอหมอเป็นเพื่อนน้องก่อน”
“โห หิวอ่า” (-o-) คนตัวโตงอแง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง
“ไปเถอะฮะ ผมอยู่ได้” เด็กหนุ่มที่ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของคนเป็นพี่สองคนก็อดคิดไม่ได้ว่านี่มันก็เป็นเพราะเค้าอีกแล้ว
อย่ามามีปัญหาเพราะผมกันให้มากนักเลย…
“ต…แต่…” (- -)!
“ผมขอนมชาเขียวแก้วนึงนะฮะ” เด็กหนุ่มรีบตัดบทโดยทำเป็นฝากสั่ง เพื่อให้จียงไปกับซึงฮยอน
“เอางั้นหรอ? อยู่ได้นะ” ซึงริพยักหน้าตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ
ภาพของพี่ชายสองคนเดินจูงมือกันไป มันทำให้เค้ายิ้ม ที่เห็นคนอื่นมีความสุข แต่เพียงครู่ก็กลับเปลี่ยนเป็นสีหน้าโศกเศร้าดังเดิม เมื่อภาพวันวานของตัวเองกับคนรัก หวนคืนกลับมาจนไม่มีพื้นที่ว่างให้นึกถึงเรื่องอื่นได้แม้แต่นิดเดียว
ถ้าผมหิว ฮยองจะไปซื้ออะไรให้กินทุกครั้งโดยไม่บ่นอะไรเลย แม้แต่คำเดียว แต่ถ้าวันไหนไปเที่ยวด้วยกันแล้วผมไม่ยอมจูงมือฮยองก่อน เค้าก็จะโกธรผมเหมือนเด็กๆ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่โตแล้วถึงมีอารมณ์แบบนี้ด้วยนะ นานวันมันกลับเป็นความเคยชิน ผมสามารถจับมือฮยองได้ทุกครั้งอย่างไม่ขัดเขินในทุกที่ที่เราอยู่ด้วยกัน…คิดถึง
ผม…อยากจับมือฮยอง
อยากกอดฮยอง…
อยากที่จะ…”ขอโทษ”
..
“ชั้นสงสารซึงริจังเลย”
“…”
“ถึงร้านละ” ซึงฮยอนรีบดึงมือคนตัวบางเลี้ยวเข้าร้านอาหารทันทีที่เดินมาเจอร้านถูกใจ
สายตาเล็กมองค้อนไปยังคนตัวสูงน้อยๆ …ห่วงแต่กิน! (- -)!
ทั้งสองคนเดินตามบริกรหนุ่ม ก่อนจะนั่งลงตรงส่วนมุมกลางของร้านใกล้สลัดบาร์ “ขออนุญาติเสริฟเมนูครับ”
ซึงฮยอนเอื้อมมือรับ แต่ยังไม่ทันเปิดก็เริ่มสั่งก่อนอย่างรู้งาน “เอา เวอร์มุธ คร…”
“เดี๋ยว!” เสียงใสที่พูดขัดทำเอาบริกรหนุ่มชะงัก
“อะไร?” (- -)?
“จะกินมื้อหนักเลยหรอไง” (- -) มันเริ่มสั่งเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยแบบนี้ ไม่พลาดจะต้องกินอาหารอิตาเลี่ยนเซ็ตใหญ่ยกเซ็ตชัวร์… กินไปมีความสุขไป มันไม่มากไปหน่อยหรอ นี่เรามีธุระเรื่องยองเบอยู่นะ !
“หิวอะ” ><
“ไม่ให้กิน! กินแบบจานเดียวไป”
“โห่ จียงอ่า” (T^T) คนตัวใหญ่ทำเสียงอ้อน…คนมันเสียพลังงานไปเยอะนะ แถมยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า
“เอาเป็น สไลด์แรบีฟออส.เทนเดอลอยด์หนึ่งที่ และก็สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าครับ” คนตัวเล็กเปิดเมนูเพียงเล็กน้อยและสั่งแทนคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยความรวดเร็ว กินแค่สเต๊กจานใหญ่ก็คงอิ่มแล้วล่ะ ทำเป็นโลภจะกินเยอะแยะ เฮอะ! ไออ้วน เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง คนตัวโตได้แต่ทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็ก แต่มันน่ารักจริงๆ “…เอาน่า กินน้อยๆหน่อยนะ” (^^)
ไม่ต้องมายิ้มเลย…ร้ายไม่เคยเปลี่ยน เฮอะ
“ชั้นจะอิ่มหรอ? มีแค่เนื้อกับสลัดร๊อกเก็ตเองนะ”
“ไม่อิ่มก็ตักสลัดเพิ่มตรงโน้น นะที่รัก” (^^) พูดแบบนี้ใครจะไปปฏิเสธได้กัน เฮ้อ... ร่างสูงทำท่าคอตกคล้ายเด็กมีปัญหา ก่อนจะสอดส่ายหน้าไปทั่วร้านอย่างเบื่อหน่าย แต่สายตาของผู้ชายโต๊ะข้างๆที่กำลังมองมาทางโต๊ะพวกเค้า มันทำให้ไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่…มองอะไรวะ
แต่พอจ้องกลับไป มันก็ทำเป็นเสมองไปทางอื่น ซึงฮยอนจึงหันกลับมามองหน้าจียงด้วยใบหน้าเคร่งขรึม!
ร่างบางทำตาโต (O_O) จนเผลอปล่อยหลอดออกจากปาก …โกธรหรอ? “เป็นอะไร โกธรหรอ”
“…” อีกคนไม่ตอบเพียงแต่เหล่ตาไปยังไอโต๊ะข้างๆด้วยสายตาอมหิตอีกครั้ง
แน่ะ!! พอกูหันกลับมามึงมองโต๊ะกู พอกูมองกลับไปมึงทำเป็นไม่มอง…ไอเวร
มองเมียกูใช่มั๊ย!
“เป็นอะไร จ้องชั้นแบบนี้ทำไม กลัวนะเว้ย”
“มานี่ดิ๊” เสียงเข้มพูดสั่งอีกคน ให้ย้ายก้นเล็กๆมานั่งข้างตัวเอง
“ทำไม นั่งตรงนี้ไม่ได้หรอ”
ชายหนุ่มทำท่าเสียอารมณ์ ทำไมต้องเป็นคนที่สงสัยอะไรเยอะแยะด้วยวะ “มานี่”
ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจอีกละ …เป็นอะไรของเค้า
หากแต่คนที่พาลไม่พอใจ กลับตัดสินใจรีบลุกขึ้นมานั่งฝั่งเดียวกับคนตัวเล็กซะเอง แทนที่จะรอให้อีกฝ่ายมานั่งข้างเค้า
ร่างเล็กกระซิบ “เป็นอะไรเนี่ย ทำตัวแปลกๆนะ”
“ไอโต๊ะนั้นมันมองเมียชั้น ชั้นควรทำยังไงดีล่ะ”
“…” (>//<)
“เมียดื้อซะด้วย พูดอะไรไม่เคยฟังเลย” คนตัวสูงประชด
“เมียนายไม่ได้ดื้อซะหน่อย” พูดพรางยกหลอดจะเข้าปากแก้เขิน แต่มือหน้ากลับจับหลอดไว้ และเลื่อนแก้วน้ำออกมาทันที
“เลิกดูดหลอดแบบนี้ซะที”
“ชั้นดูดแบบนี้มันผิดตรงไหนวะ” เริ่มเป็นฝ่ายอารมณ์เสียบ้าง…แค่เรื่องหลอด มึงอะไรนัก ><
“ดูดหลอดเอ๊กซ์ขนาดนี้ มาดูดไอซึงน้อยมันเลยมั๊ย!” นิ้วเรียวยกชี้ไปยังส่วนกลางลำตัวที่นอนนิ่งภายใต้กางเกงยีนส์
“เว่อ” (.//.) เอะอะ เอ๊กซ์ เอะอะเอ๊กซ์ จะบ้าหรอไง
“ไม่เว่ออะ ดูไอห่าโต๊ะนั้น มองเมียจ๋าตาเป็นมันเลย!” จียงหันมองไปตามที่คนรักบอก ก่อนจะสังเกตเห็นโต๊ะผู้ชายที่มากันสามคนมีคนนึงที่กำลังมองมาที่เค้าและส่งยิ้มมาให้ ร่างบางจึงรีบหันหน้ากลับมา
แต่…ไอตัวใหญ่ข้างๆมันทำท่าจะลุกไปหาเรื่องเค้าซะแล้ว เสียงเล็กรีบกระซิบสั่ง “ซึงฮยอนนั่งลง!” (><)
“เม่ง มากไปละ ยิ้มหาพ่อมึงหรอ!” พรางส่งสายตาโกธรแค้นไปยังไอโต๊ะเดิม
“เอาน่า ไม่ต้องไปยุ่งกับเค้า” เฮ้อ…
ตอนนี้พูดตรงๆแทบจะไม่มีอารมณ์กินอะไรเลย ซึงฮยอนเบียดดันให้คนตัวเองใกล้ชิดกับร่างบางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่มันก็ยังไม่หายตะหงิดใจ ถ้าเป็นไปได้ อยากจะเก็บคนตัวเล็กลงกระเป๋าให้รู้แล้วรู้รอด
“ไม่อยากกินละว่ะ”
กูก็ไม่ค่อยอยากเท่าไหร่แล้วนะ…กลัวใจมึงจะไปมีเรื่องกับเค้าจริงๆ (- -) “อืม แล้วจะทำยังไงกับอาหาร”
“เดี๋ยวบอกเค้าให้แพ็คใส่กล่อง”
เป็นเวลาเดียวกับที่บริกรหนุ่มยกอาหารทั้งสองอย่างมาเสริฟพอดี ชายหนุ่มร่างหนาจึงจัดแจงบอกกล่าว
ให้พนักงานแพ็คอาหารใส่กล่อง เด็กหนุ่มทำท่าทางงงงวย …ยังไม่ทันได้กินเลยให้แพ็คละ แต่ก็ยกกลับไปเพื่อจัดเตรียมทำอย่างที่ชายหนุ่มต้องการ เพียงไม่นานอาหารสองชุดก็ถูกบรรจุลงกล่องหรูเรียบร้อย “เช็คบิลเลย”
เด็กหนุ่มยื่นบินค่าอาหารใส่ถาดสีดำใบเล็กมาให้คนตัวสูง ซึงฮยอนเหล่ตาเพียงนิดหน่อย ก่อนจะควักแบงค์หมื่นวอนออกมาสี่ใบวางใส่ถาด “ไม่ต้องทอน”
ข้อมือเล็กถูกดึงลุกขึ้นทันที่ซึงฮยอนพูดเสร็จ เพียงไม่นานสองร่างก็ออกมาจากร้าน
“เชี่ยแม่ง! มองห่าไรนักวะ”
“เอาเหอะ แค่มองเอง” เหมือนรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรพลาดไปแล้ว จียงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองร่างหนาข้างๆที่เงียบผิดปกติอย่างหวาดกลัว ชิทท! ไม่ผิดเลย ดูมันทำหน้า รังสีความน่ากลัวแผ่มาขนาดนี้! (- -)
“แค่มองหรอ!”
“เห้ย ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” จียงพยายามแก้ตัว
“แล้วหมายความอะไรวะ ‘แค่มองเอง’แปลว่าใครจะมองก็ได้ดิ”
“ยังไม่ได้ซื้อขาเขียวให้ซึงริเลยนะ” (^^)
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง!” อีกคนยังคงยืนนิ่ง พูดมาได้ยังไง แค่มองเอง ทำตัวเหมือนตัวเองไม่มีเจ้าของทั้งๆที่กูหวงจะเป็นจะตายแต่เจ้าตัวกลับพูดง่ายๆว่า แค่มองเอง เฮอะ
“แล้วจะเอาไงวะ…” จียงขึ้นเสียง “…ที่เคยทำงานมาอะ มันมากกว่านี้นะ อย่าลืมดิ!”
พูดเสร็จก็จ้ำอ้าว เดินหน้าไปโดยไม่สนใจคนที่ยืนอยู่ตรงที่เดิมเลยซักนิด…
ใช่… นายมันเป็นนักแสดง
..
นมชาเขียวแก้วเล็กที่ตอนนี้กลายเป็นเย็นชืดถูกตั้งวางอย่างไร้ความสนใจจากเจ้าของ และแม้ว่าจะเป็นคนสั่งให้จียงซื้อก็ตาม แต่ความเป็นจริงแล้ว เค้าไม่ได้อยากกินเลยซักนิด ก็แค่ไม่อยากให้จียงฮยองทะเลาะกับคนรักก็เท่านั้นเอง
ชายหนุ่มสามคนที่นั่งเรียงกันโดยไม่มีใครเอ่ยพูดกับใคร มันทำให้บริเวรหน้าห้องฉุกเฉินดูเงียบและน่าอึดอัดมาก หากแต่กลับแฝงไปด้วยความขบขันเมื่อคนตัวใหญ่ที่สุดกำลังเอื้อมมือไขว่คว้าหาตีแมลงที่บินว่อนไปมา เพียงเพราะคนตัวเล็กข้างๆไม่ยอมพูดด้วย…มันดีนะ...แต่แค่ไม่ถูกที่และไม่ถูกเวลา!
“หมอออกมารึยังซึงริ” จียงเพียงหันไปเหล่ตาคนบ้าที่กำลังไล่แมลง ก่อนจะเอ่ยถามซึงริ
“ครับ เมื่อกี้หนึ่งคน”
“จริงหรอ? ว่ายังไงบ้าง” (O_O)?
“ผ่านไปเจ็ดสิบเปอร์เซ็นแล้วครับ ร่างกายฮยองแข็งแรงมากทำให้ง่ายต่อการช่วยเหลือมากครับ” จียงยิ้มกว้างและเอื้อมมือไปขยี้หัวเด็กหนุ่ม แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงโรยแรงแต่ดูก็รู้ทันทีว่ากำลังใจดีขึ้นมาเยอะแล้ว รอยยิ้มน้อยๆที่มาจากก้นบึ้งของจิตใจมันเริ่มเผยออกมาสู่ภายนอกแล้ว นายต้องเข้มแข็งเหมือนยองเบรู้มั๊ย?
ซึงริยิ้มน้อยๆให้คนเป็นพี่…มันแทบรอที่จะเจอฮยองไม่ไหวแล้วล่ะ
.
.
เผียะ!
“พวกแกอย่าได้มาเจ๋อให้ชั้นเห็นหน้าอีกนะ” ซึงฮยอนดีดแมลงตัวเล็กที่เพิ่งตบตายด้วยน้ำมือตัวเองเมื่อไม่นาน ให้กระเด็นไปไกลด้วยใบหน้าอาฆาต เสมือนว่าแมลงตัวเล็กเป็นกลุ่มแก๊งผู้ชายในร้านอาหารเมื่อครู่
คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงกลางส่ายหัวอย่างเอือมระอาไปทางเด็กหนุ่มที่ส่งสายตาหมดความศรัทธาไปทางรุ่นพี่หน้าหล่อ
คนเรามันมองจากภายนอกไม่ได้จริงๆด้วยแฮะ…หน้าตาดี แต่สมองอาจจะกลับก็เป็นไปได้เหมือนกัน (- -)
เมื่อคนตัวใหญ่ทำท่าง้างมือจะตบแมลงที่บินไปมาอีกครั้ง กลับถูกมือเล็กรั้งเอาไว้ “พอแล้ว จะบ้าหรอ”
“บ้าหรอ?”
“เออดิ ปัญญาอ่อนรึเปล่าเนี่ย” คนดีที่ไหนนั่งตบแมลงอยู่ได้
“ปัญญาอ่อนหรอ?” ร่างสูงจ้องลึกเข้าไปในตัวตาคู่สวยเขม็ง “จำไว้นะจีย... แม้แต่แมลงตัวเล็กๆ มันก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวนาย ถ้าชั้นยัง…อยู่ กับ นาย”
“…” (>//<) ท…ที่นาย…นั่งไล่ตบแมลงซึ่งมีไม่กี่ตัว เป็นเพราะ…ไม่อยากให้มันมาแตะต้อง…ชั้น?
ไม่เพียงแต่จียงที่รู้สึกเขิน คนที่เด็กกว่าที่นั่งอยู่ด้วยกลับรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที…
แบบนี้นี่เอง…นัมเบอวัน โฮ่วว! (>//<)
//ตืดดด ตืดดด// คุชฮยอง
“ครับ” เสียงทุ้มกดรับทั้งๆที่ดวงตาคมยังจับจ้องไปหน้าสวยไม่หยุด
“อยู่โรง’บาลรึเปล่าวะ”
“ครับ”
“เออ ชั้นใกล้ถึงแล้ว”
ใกล้ถึงแล้วมึงก็เข้ามาสิครับพี่ จะบอกกูทำไมวะเนี่ย “เออ ใกล้ถึงแล้วก็เข้ามา โทรมาไมวะฮยอง!”
“ไอเชี่ยนี่ กวนตีนกูตลอด ยังไม่เคลียนะเรื่องจีโฮอะ บอกให้มาหาเสือกบอกมีธุระ!”
“ฮยองก็เคลียกับไอ…ไอ…” ซึงฮยอนแสยะยิ้มไปทางร่างเล็กที่จ้องมาทางเค้าเขม็ง
“ไอไหนวะ”
“ไอ…โอ๊ย!” มือเล็กฟาดไปที่ไหล่หนาอย่างหมั่นไส้ เมื่อคนตัวโตเอาแต่กวนบาทา “ไอจีโฮไงเล่า! แค่นี้นะ!!”
กึกก! ...ตื๊ดด
“โกธรอยู่”
“โกธรแล้วมาตบแมลงให้ทำไม”
“โกธรก็โกธร หวงก็หวง รักก็รัก คน ละ แบบ” พูดเสร็จก็สะบัดหัวไปอีกทาง
โถ่…ถึงจะพูดแบบนั้นก็เหอะ ยังไงก็รักชั้นอยู่ดีใช่มั๊ยล่ะ จียงค่อยๆเอื้อมมือเล็กไปคล้องแขนหนาเบาๆโดยไม่พูดอะไร
คนตัวโตเผลอยิ้มก่อนจะแสร้งทำเป็นดึงหน้าเข้มเหมือนเดิม…ง้อหรอ
คล้องแขน?
การง้อครั้งนี้ เอาไป…เจ็ดเต็มสิบละกัน หึหึ
..
ผลการรักษาเป็นที่น่าพึงพอใจมากครับ แปดสิบเปอร์เซ็นของการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี เพราะร่างกายที่แข็งแรงของผู้บาดเจ็บ ต้องขอบคุณร่างกายที่สมบูรณ์ของคุณยองเบนะครับ …เค้าจะฟื้นตัวเมื่อยาสลบหมดฤทธิ์นะครับ
มีปัญหาอะไรกดปุ่มเรียกพยาบาลได้ตลอดนะ
ซึงริยิ้มกว้างเมื่อนึกใบหน้ายิ้มแย้มของคุณหมอใจดีในชุดผ่าตัดสีเขียว เค้ารู้สึกขอบคุณอย่างมาก แต่ไม่รู้จะตอบแทนด้วยวิธีใด นอกจากโค้งขอบคุณซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ น้ำตาแห่งความปลื้มปิติไหลรินอีกครา เมื่อคนรักนั้นพ้นขีดอันตราย แต่ตอนนี้ คนที่เค้าอยากพบมากที่สุดกำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงพักฟื้น ภายนอก ขาซ้ายและแขนซ้ายถูกใส่เฝือกอย่างแน่นหนา ใบหน้าเรียวยังดูบวมช้ำอยู่มาก แต่ยังไง…เค้าก็ยังดูหล่อเสมอ
“ฮยอง…รีบตื่นมานะ” เด็กหนุ่มกระซิบเบาๆที่ข้างหูของคนที่หลับสนิท
“ซึงริ กลับไปอาบน้ำนอนที่บ้านก่อนมั๊ย” เสียงของฮงจุนเอ่ยเมื่อคนตัวเล็กผละตัวออกมาจากร่างคนป่วย
คนที่เด็กกว่าเอาแต่ส่ายหัวไปมา เค้าแค่อยากอยู่กับยองเบฮยอง
แต่สีหน้าอิดโรยกับแผลฟกช้ำนั้นมันไม่เห็นดูแข็งแรงเหมือนกับใบหน้าที่กำลังดื้อรั้นนี้เลยซักนิด
“ไปเถอะนะ จะได้พักผ่อน เดี๋ยวป่วยหนักไปอีกคนทำยังไงล่ะ” คุชเสริม
“เอ่อ…” เมื่อผู้ใหญ่หลายคนคิดเห็นว่าอย่างนั้น…มันก็ลำบากใจที่จะขัดขืน
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวชั้นกับซึงฮยอนจะเฝ้ายองเบให้เอง” (^^)
“ต…แต่…”
“คุชไปส่งซึงริดิ๊” เพื่อนซี้ตัดบทยืดเยื้อของเด็กเอาแต่ใจ โดยให้ชายหนุ่มร่างหนาเป็นคนไปส่งซึงริซะเอง
คนที่โดนใช้ได้แต่บ่นขมุบขมิบว่าทำไมตัวเองถึงไม่ไปเอง แต่สุดท้ายก็ควักกุญแจรถและเดินนำหน้าซึงริออกไปก่อนจนได้
พร้อมทั้งตะโกนกลับมาว่าจะขอกลับเลยและมาใหม่อีกทีพรุ่งนี้เช้า ซึ่งทุกคนในห้องพยักหน้ารับคำ
“พวกแกจะเฝ้ายองเบใช่มั๊ย?”
“ครับ” (^^)
“งั้นชั้นกลับก่อนนะ เคลียร์งานต่ออีกหน่อย”
“บ๊ายบายฮยอง พักผ่อนด้วยนะ” จียงยกมือโบกลาพี่ชายอย่างสดใส
หากแต่สายตาที่กำลังเหล่มาของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ กลับทำเอาใจไม่ดี “น้อยๆหน่อยนะ”
“เบร่” :’P พูดเสร็จก็ลุกขึ้นไปจ้องมองร่างสันทัดที่หลับนิ่งไม่รู้สึกตัว รีบๆฟื้นมานะยองเบชั้นคิดถึงนาย
แต่ชั้นคงพูดดังไม่ได้…ก็ไอบ้านี่มันอยู่ข้างๆน่ะสิ อิอิ
มือเล็กเอื้อมสัมผัสเบาๆที่ผิวหน้าช้ำอย่างอ่อนโยน…ถ้านายรู้สึกถึงชั้นรีบตื่นมานะ…ตื่นมาเจอพวกเรา (^^)
“โอ๊ะ!” ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อมือเล็กถูกยกขึ้นจากใบหน้ายองเบอย่างอ่อนโยนเช่นเดียวกัน
“อย่ารบกวนคนป่วยครับผม” (^^)
ยอมเค้าเลยจริงๆ ถ้านายอยู่กับชั้น ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตอะไรก็ห้ามแตะต้องชั้น และชั้นก็ห้ามแตะต้องสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งใช่มั๊ย?
ร่างสูงเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม ก่อนจะกระดิกนิ้วเรียกร่างเล็กให้มาหาตนเอง
เมื่อคนตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ คนแผนสูงจึงรวบเอวบางมานั่งบนตักตัวเอง ทำเอาหน้าสวยเหวอ จึงแก้แค้นโดยการเอื้อมปากไปงับกัดที่หูบาง “โอ๊ย! กัดหรอ”
ซึงฮยอนหมั่นเขี้ยวจึงงับเบาๆไปที่หัวไหล่มนคืนบ้าง พร้อมยิ้มอย่างมีชัย จียงจึงหันกลับไปหวังจะกัดไปที่ใบหูเดิมอีกครั้งเพื่อเอาคืน หากแต่ครั้งนี้คนเจ้าเล่ห์กลับยื่นปากมารับปากเรียวที่จ้องจะกัดแทน อีกทั้งเป็นฝ่ายงับที่ปากสวยซะเองด้วย
เพียงค่อยๆดูดดึง…และปล่อย และเป็นฝ่ายรุกเข้าไปงับเบาๆอีกครั้ง…และปล่อย
ใบหน้าสวยแดงกล่ำ ก่อนจะรู้สึกถึงบางอย่างใต้ล่างที่กำลังดุนดันส่วนล่างของตนอยู่เนืองๆ
ริมฝีปากนุ่มถูกรุกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ลิ้นร้อนชื้นไม่ยอมสลัดความหอมหวานทิ้งไปเสียที ทำให้เค้าหลงจนไม่อยากจะตีตัวออกจากโพรงปากอุ่นนี้เลย สองลิ้นพันเกี่ยวราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน อุณหภูมิภายนอกช่างหนาวเหน็บ แต่สองร่างที่นั่งทับซ้อนกันอยู่กลับร้อนผ่าวคล้ายมีเตาผิงอยู่รอบตัวก็ไม่ปราณ
“อื้มม อื้ออ” ชายเสื้อของคนตัวเล็กถูกเลิกขึ้น เพื่อที่นิ้วซุกซนจะได้เขี่ยติ่งแต้มที่เริ่มแข็งไตได้ถนัดมือ
แผ่นหลังเล็กแอ่นยืดออกเพราะความสยิว…ริมฝีปากเล็กกัดเม้มแน่นเกินจะทน “อ่า…”
“ครั้งนี้นับรวมกับสองรอบที่เหลือมั๊ย?” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบข้างใบหูเล็ก
“อื้ออ…นับสิ” มือเล็กเอื้อมไปลูบคลำส่วนล่างของคนตัวสูงไปพราง
“อ่า…ขี้โกงนี่ นี่มันไม่ใช่บ้านเราซะหน่อย” ปากเรียวเริ่มซุกไซร้ตามซอกคอหอมหวน
“ไม่ อ๊ะ!” คนตัวเล็กครางร้อง เมื่อฟันคมงับเอาที่ลำคอสวย ซึงฮยอนจับพลิกร่างเล็กนั่งบนโซฟา ก่อนจะยืนขึ้นและรูดซิปกางเกงเพื่อดึงส่วนอ่อนไหวมา มีหรอที่คนตัวเล็กจะไม่รู้หน้าที่ ปากอวบอิ่มเอื้อมมาครอบงำความเป็นชายของคนรักทันที
ลิ้นร้อนชื้นลากเลียจากส่วนโคนมาถึงส่วนปลาย และย้อน…กลับไปส่วนโคนอีกครั้งด้วยใบหน้าเย้ายวน
ใบหน้าหล่อเหยเก ลีลาของเมียตัวเล็กมันทำเอาขาเค้าแทบสั่น…เสียวครับ
ช่องปากอุ่นเวลาที่ครอบครองแกนกายไว้ทั้งอัน และรุดขึ้นลงมันรู้สึกดีสุดๆ แต่ยังไงก็ดีสู้ส่วนล่างไม่ได้อยู่แล้ว
ร่างหนาเคลื่อนสะโพกเข้าออกช้าๆอย่างเป็นจังหวะ “ซี๊ดด…อ่า…เมียจ๋า”
แม้เวลาที่ส่วนนั้นดันเข้ามามันจะลึกจนแทบถึงคอหอย แต่ความสุขของสามีไม่ว่ายังไงก็จะทำให้ถึงที่สุด
จียงห่อปากให้แคบลงเพื่อให้เวลาที่ส่วนอ่อนไหวรู้สึกมากที่สุด ยิ่งทำแบบนั้น จังหวะการเคลื่อนที่เข้าออกของร่างสูงก็ยิ่งเร็วมากขึ้นอาจจะเพราะความกำหนัดอย่างสุดจะทน “อ่า…ด…ได้มั๊ย เมียจ๋า”
ถามทั้งๆที่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ไม่สามารถตอบได้อยู่แล้ว…
“อ่า…อื้ออ…โอ้ว” ซึงฮยอนเร่งความเร็วเพิ่มเล็กน้อยก่อนจะกระตุกเกร็ง เพียงไม่นานน้ำรักสีขาวข้นจะทะลักล้นปากแดงเจ่อ ร่างหนายืนหอบเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างคนตัวเล็ก
ส่วนจียงได้แต่ใช้มือบีบนวดปากไปมาเพราะความเมื่อยล้า “อำไออึ๋ง อำอี๊อากอ่า (ทำไมถึง ทำที่ปากอ่า)”
“ไม่รู้ดิ ไม่ไหวจริงๆอะ”
“โหว พ่อซุปเปอร์แมน” พูดเสร็จก็ทำแก้มป่องเพื่อบริหารปากแก้เมื่อยอีกครั้ง
“ให้เวลาคิดชื่อใหม่” จียงทำหน้าสงสัย ไม่เข้าใจในความหมาย ก่อนจะสังเกตเห็นไอน้องชายของคนรักมันดึ๋งดั๋งขึ้นมาอีกแล้ว อ่อ…ซุปเปอร์แมนมันคงดูเด็กๆเกินไปสินะ…งั้น…พ่อโคตรยอดมนุษย์ (- -)!
.
.
“อ๊า... ซึงฮยอนกระแทกแรงๆ อื้ออ…ชั้นจะเสร็จแล้ว…อ๊ะ” เสียงร้องเอาแต่ใจ กลับทำให้อีกคนกลับชอบใจ ความสนุกสนานที่ได้รับมามันทำให้หลงลืมไปว่าที่นี่คือโรงพยาบาล
“ซึงฮยอน…ข้างในมัน…อื้อ…เสียว ...ชั้นเสียว...มาก” แรงกระแทกเข้าออกจากส่วนล่างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อช่องทางแคบตอดรัดแรงเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกเสียวสะท้านไม่แพ้คนที่ครางไม่หยุด ทำไมครั้งนี้ถึงคำพูดถึงร้อนแรงจัง
“อ่า…จียง อื้มม” ร่างสูงกัดฟันแน่น พร้อมใส่กำลังถาโถมกดสะโพกเข้าไปในตัวร่างบางเร็วและแรงที่สุด
“อ๊า!!!!”
ซึงฮยอนล้มทับไปบนร่างเล็กบนโซฟา พรางหันไปหอมแก้มใสเบาๆ “รักเมียจ๋านะ”
“อื้อ” ใบหน้าแดงระเรื่อตอบอย่างโรยแรง
หางตาสวยที่มองลอดผ่านคนตัวโตรู้สึกเหมือนเห็นยองเบขยับเล็กน้อย แต่คิดว่าคงจะตาฝาดไปเอง
เรานี่มันบ้ากันสุดๆเลย ทำแบบนี้กันที่โรงพยาบาล…เฮอะ
แต่…ชั้นชอบอะไรที่มันแปลกใหม่นะ
เหตุผลที่ร้อนแรงล่ะ : P
..
แสงอาทิตย์ที่สอดส่องยามเช้าตรู่ คนที่มาถึงห้องพยาบาลเป็นคนแรกคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากซึงริ แม้ว่าเมื่อคืนเค้าทั้งพะว้าพะวงเกี่ยวกับยองเบในทุกๆเรื่อง แต่ก็กลับหลับสนิทราวกับร่างกายไม่ได้พักผ่อนมานาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปและความบอบช้ำที่ร่างกาย แต่ไม่ว่ายังไงก็ช่างเถอะ…ตอนนี้เค้าต้องการเพียงจะเห็นหน้าคนรักยามที่ตื่นขึ้นมาก็เท่านั้นเอง
ซึงริเดินเข้าไปเปิดม่าน เพื่อให้แสงอาทิตย์สีทองงดงามส่องเข้ามาถึงภายในห้อง เด็กหนุ่มเดินเข้าไปใกล้เตียงคนป่วย ก่อนจะกระซิบเบาๆที่ข้างหูชายหนุ่ม “เช้าแล้ว ตื่นได้แล้วครับ” (^^)
หากแต่คนที่หลับเพลินกลับไม่ตื่นซะที…ถ้าฮยองไม่เจอผมเป็นคนแรกตอนที่ตื่นมาล่ะก็…งอนจริงๆด้วย
พูดเสร็จก็ยิ้มไปที่คนนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว ดวงงตาเรียวกวาดมองทั่วห้อง ภาพของคู่รักที่นอนกอดเบียดกันบนโซฟามันทำให้อดยิ้มไม่ได้…นอนกอดกันขนาดนี้ หวังว่าเมื่อคืนคง…
(- -)
ความคิดถูกหยุดชะงักด้วยกองกระดาษทิชชู่ที่วางอยู่บนพื้นข้างโซฟา…โห่ พวกฮยองใจร้ายที่สุด
ทำกันทั้งๆที่ยองเบฮยองยังหลับอยู่เนี่ยนะ…เด็กหนุ่มทำหน้าเสียอารมณ์! โฮ่วว!!: (
.
.
เปลือกตาสวยกระพริบถี่ เมื่อแสงสีทองสาดส่องมากระทบดวงตา “อ้าว ซึงริมานานยัง”
“เมื่อกี้ครับ”
“อื้อ ปล่อยก่อนซึงฮยอน” มือเล็กค่อยๆแกะแขนที่กอดเค้าแน่นเป็นกาวออก แต่ก็ไม่เป็นผล
เมื่อไม่ปล่อยจึงออกแรงตีหนักๆไปที่แขนแกร่ง! “โอ๊ย!”
“โอ๊ย อะไรล่ะบอกให้ปล่อยไม่ปล่อย”
จียงลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินเข้ามาหาซึงริ “หมอมาตรวจรึยัง”
“อีกห้านาทีครับ ฮยองกลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง”
“เอางั้นหรอ” ซึงริพยักหน้าด้วยรอยยิ้มคนเป็นพี่เห็นแบบนี้ก็สบายใจ…จึงเดินไปลากไอคนที่หลับไม่รู้จักลุกออกจากโซฟาด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะโบกมืออำลาน้องชาย “เดี๋ยวมาเที่ยงๆนะ”
“ครับ ขอบคุณครับ”
.
.
หลังจากที่หมอเดินออกจากห้องไปหลังตรวจอาการยองเบเสร็จ คนตัวเล็กก็ได้แต่นั่งจ้องร่างที่หลับปุ๋ยไม่รู้จักลุกซะที
หมอบอกร่างฟื้นตัวเร็วตอนนี้แค่กำลังหลับ…กลายเป็นคนนขี้เซาตั้งแต่เมื่อไหร่ ฮึ! ยองเบ
มือเล็กค่อยดันจมูกคนป่วยขึ้น คล้ายจมูกหมู “ไอ-ขี้-เซา-ตื่น-ซะ-ที-สิ”
ทำไปก็ขำไปและไม่ลืมที่จะเอาโทรศัพท์มาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นคอเล็คชั่นความขบขันของตัวเอง
ผ่านไปหลายนาทีจนไม่รู้ว่าจะเล่นกับส่วนไหนของร่างกายป่วยๆนี้แล้ว จึงได้แต่นั่งมองใบหน้าที่คิดถึง…
มองจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน…ดีใจที่เค้ายังอยู่ตรงนี้
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่…จนเผลอหลับไป
.
.
“อื้ม จะนอน” เด็กหนุ่มส่ายหัวไปมาอย่างขัดใจ เมื่อรู้สึกเหมือนมีอะไรมาเกะกะอยู่บนใบหน้า
แค่ได้ยินเสียงเล็ก…หัวใจดวงนี้มันกลับเต้นตูมตามไม่เป็นจังหวะ…ยองเบสูดหายใจเข้าช้าๆเพื่อเรียกสติ
นิ้วชี้ข้างขวาจิ้มเบาๆไปที่ปลายจมูกสวยอีกครั้งอย่างเอ็นดู
“อื้อ…บอกว่าจะน…” (O_O) ร่างเล็กกระเด้งตัวลุกขึ้นเมื่อคิดขึ้นได้ว่าเค้าไม่ได้อยู่บ้าน และตอนนี้ในห้องนี้มีเพียงเค้ากับคนรักในชุดคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง และ…”ฮ…ยอง” (O_O)
เด็กหนุ่มตาโตเมื่อลืมตาขึ้นมาพบยองเบที่กำลังนอนยิ้มกว้างให้เค้าอยู่ จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาซะอย่างนั้น (T_T)
“โอ่ ร้องไห้ทำไม ไหนมากอดฮยองหน่อยเร็ว คิดถึงจะตายอยู่แล้ว” คนที่ขยับตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนใช้แขนขวากวักมือเรียกคนรักที่ยืนอึ้งค้างอยู่ข้างเตียงให้เข้ามาใกล้ๆ
(T_T) ข…ขามันก้าวไม่ออก
ฮือออ…ฮืออออ
“อ่าว ร้องไห้หนักเลย กอดฮยองหน่อยสิ”
“ฮ…ฮยองอ๊า ฮือออๆๆ” ซึงริโผเข้ากอดร่างสันทัดแน่นจนแทบลืมว่าเค้ากำลังป่วยอยู่ “โอ๊ะ เจ็บ”
“อ่า ขอโทษ” (T^T)
คิดถึง…โหยหา
ความรู้สึกก่อนหน้านี้เป็นความทรมาณที่น่ากลัวที่สุด…ทรมาณเพราะกลัวว่าจะไม่ได้พบคนที่รัก
น้ำตาเม็ดใสไหลผ่านแก้มหยาบช้าๆโดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่า…เค้าต่างหากที่คิดถึงจนอยากจะร้องไห้
ขอบคุณพระเจ้าที่ยังเชื่อในความรักของเรา
ขอบคุณพระองค์…
..
ตลอดทั้งวันมีคนเข้ามาเยี่ยมยองเบมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นคนในค่ายที่เคยทำงานร่วมกัน จนตอนนี้เหลือเพียงแค่ซึงริ คู่รักนัมเบอวัน และพี่ชายจอมเจ้าเล่ห์ทั้งสอง ที่คุยจ้อกับเค้าไม่หยุดจนบางทีก็รู้สึกอยากจะพักบ้างแล้วเหมือนกัน
“เม่ง เลวว่ะ ฮ่าๆ” เสียงฮงจุนหัวเราะชอบใจ เมื่อซึงริเล่าถึงวีระกรรมที่ตัวเองเห็นหลักฐานคาตาจะจะ
“เมียผมมันเอ๊กซ์อะ ทำไงได้”
“โห่ พูดหน้าไม่อาย” คุชส่ายหัว ก่อนจะกดรับโทรศัพท์
“ฮ่าๆๆ”
คนทั้งห้องหัวเราะเฮฮากับความจัดจ้านของซึงฮยอนที่ไม่เคยแม้แต่จะปิดบังความอับเฉาของตัวเอง
ซึงริที่นั่งอยู่ข้างเตียงก็คอยป้อนแอ๊ปเปิ้ลใส่ปากคนตาเล็กอยู่เรื่อยๆ เป็นภาพที่เห็นแล้วมันเรียกว่าความสุขจริงๆ
แอ๊ดดดดดด~
เสียงเปิดประตูจากคนใหม่ผู้มาเยือนทำเอาทุกสายตาจับจ้องไปยังประตู คนที่เดินเข้ามาทำเอาซึงฮยอนเบ้หน้าหนี
เหอะ! เสือกมาทำไมวะ จียงเห็นอาการคนรักจึงรีบสะกิดให้ทำหน้าดีๆหน่อยๆ
แต่ที่น่าแปลกใจมาก…คือจีโฮที่เดินตามหลังฮยอนจุงมา…ทุกคนได้แต่มองหน้ากันอย่างงงๆ
ร่างสูงเพรียวเดินถือกระเช้าผลไม้ไปทางคนป่วย “หายไวๆนะคุณยองเบ”
“ข…ขอบใจฮยอนจุง” (^^)”
ห้องที่เคยหัวเราะเฮฮากลับเงียบสงบจนซึงริต้องชวนทั้งสองคุย “เอาน้ำมั๊ยฮะ”
“ไม่เป็นไรๆ” ฮยอนจุงตอบ
“เห้ย ทำไมมาด้วยกันวะ” คนที่อดรนทนไม่ไหวที่จะถามคนแรกคือคุช หลายเรื่องที่ยังค้างคาในใจกู
พวกมึงทำเอากูงงตาแตกไปหลายวัน ถ้าวันนี้ไม่เคลียไม่ใช่กู!
“ก…ก็” จีโฮอึกอักพรางสะกิดไปที่แขนคนข้างให้ตอบ
“มาด้วยกันเป็นไรอะฮยอง ถามมากน่า”
คุชที่นั่งกัดแอ๊ปเปิ้ลอยู่ยกเท้าชูขึ้นสูง “อยากโดนตีนหรอพูดแบบนี้อะ”
(_ _)
“มีไรบอกไอคุชไปเลย ไอนี่มันโง่ไม่ค่อยเข้าใจอะไรอ้อมๆหรอก ฮ่าๆ”
“เดี๋ยวมึงได้โดนไอหมีขั่วโลก…ว่าไงพวกมึงอะ” หันกลับไปถามสองคนที่ยืนงุดหน้าอยู่อีกครั้ง
“ก็อยู่ด้วยกันอะ ก็มาด้วยกันดิ” ฮยองจุนตอบกระอ้อมกระแอ้ม ทำเอาจียงหันไปทำตาโตใส่คนตัวสูงข้างๆ
ซึงฮยอนทำท่าไม่เข้าใจเหมือนกัน
“มึงอยู่ด้วยกันยังไง ลาออกทำไม เป็นห่าอะไรกัน ตอบมาให้หมด” ความอยากรู้ของกู กูต้องรู้!
“เอ่อ…ค…”
“จีโฮไม่ต้อง เดี๋ยวชั้นบอกฮยองเอง”
ซึงริที่นั่งมองอยู่แอบกระซิบกระซาบเชิงตลกใส่ยองเบว่าบรรยากาศแบบนี้คล้ายกับลูกสาวหนีไปกับผู้ชายแล้วพ่อจับตัวมาสืบสวนยังไงอย่างนั้นเลย ฮ่าๆ
“เรื่องมันยาว เอาแค่ว่าเราคบกัน…ไม่สิ ตกลงเป็นผัวเมียกันแล้วอะฮยอง! แล้วไอเรื่องที่จีโฮลาออกก็เพราะผมบอกให้เค้าทำเองอะ ก็แค่รู้สึกไม่อยากเห็นมันเอากับใคร ทนไม่ได้จริงๆ เข้าใจผมมั๊ย?”
“มึงรักหรอ?”
ฮยอนจุงพยักหน้าโดยไม่เถียงไม่ตอบโต้ซักคำ …ทำเอาทุกคนในห้องหันหน้ามองกันควับ มีเพียงแต่จีโฮที่ก้มหน้าแดง
จียงได้แต่คิดในใจและไอเด็กจีโฮแก่แดดที่อยากจะได้สามีคนอื่นเค้านักหนาล่ะ…ก็รักฮยอนจุงเหมือนกันหรอ?
“เออ กุเคลียร์! แต่ยังให้ลาออกไม่ได้”
“โห่ ไรอะฮยอง!” ฮยอนจุงโวยวาย เมียใคร ใครก็หวงอะ
“เอาน่า ไม่เสียหายหรอก … มึงด้วยไอซึงฮยอน!” คุชหันมาบอกคนที่นั่งนิ่งอยู่ช้างหลัง
“อะไรเล่า เกี่ยวไรกับผม” (- -)
“เกี่ยวเต็มเต็ม! ฮ่าๆๆ”
คุชส่งสายตาไปให้เพื่อนซี้ “พักผ่อนพอละเด็กๆ The third vacation รออยู่นะ”
“THE - THIRD” (>o<)
“VA-CA-TION” (>o<)
จียงและซึงฮยอนอ้าปากค้าง เมื่อรู้ว่าภาคสามยังต้องมีจีโฮและฮยอนจุงมาร่วมแสดงด้วยอีกครั้ง
แต่สองเพื่อนซี้แค่มองตาก็รู้ใจ สถาณการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปนิดหน่อย…เราคงต้องวางพล๊อตเรื่องใหม่อีกซักนิด
หึหึ…
คนที่เข้าใจแผนนี้ที่สุดคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้ช่วยทุกสถาณการณ์อย่างยองเบ…
แผนพลิกโอกาสให้เป็นดับเบิ้ลโอกาสของพวกฮยองนี่กอบโกยได้ทุกรุปแบบจริงๆ ฮ่าๆ
หนังแผ่นนี้อาจจะล้ำค่า ยอดจองทะลุเป้า ยอดขายทะลุหลังคา เพราะเป็นเรื่องสุดท้ายของจีโฮ
และอาจจะเป็นเรื่องสุดท้ายของจียงซะด้วย…ดูจากคิ้วที่ขมวดติดกันขอซึงฮยอนแล้ว…มันไม่พอใจเอาซะเลย
.
.
จียง : ฮยองคิดจะทำอะไรกันแน่!
ซึงฮยอน : ทำอะไรไม่สน ถ้าไม่ถูกใจมีเรื่อง!
ฮยอนจุง : เมียกูใครห้ามแตะ!
จีโฮ : โหย ฮยองหาเรื่องอะ ฮยอนจุงมันจะให้เล่นมั๊ยเนี่ย ><”
ฮงจุน : คิดเหมือนกันมั๊ยบี2
คุช : คิดเหมือนกันเลยบี1
ยองเบ : น่าสนุกว่ะ (^^)
ซึงริ : เมื่อไหร่จะออกกันไปให้หมดซะที!
TBC.
จียง จียง จียง เอ็กซ์ไปม๊อยยยย

เย้ ๆ ชอบคร๊าบ ขอบคุณไรท์เตอร์นะคะ
#1 By nanny (115.87.87.60) on 2011-10-16 16:15