★[LF] BE HIDE THE SCENE (11)
posted on 01 Oct 2011 17:12 by tuatae-rh in LONG-FICTIONSTitle: Be hide the scene
Status: 11
Author: Tuatae
Pairing: TOP x GD
Rating: Erotic, Drama (?)
Genre: Nc
Author's note: ถูกใจไม่ถูกใจยังไง ฝากเม้นเป็นกำลังใจกันหน่อยเน้ออ (T^T) มันเงียบเหงาคัน(?)ใจซะเหลือเกิ๊นน...ไม่รู้เป็นอะไร๊!~ 555
EP.11
-ฮยองตอนนี้ผมกำลังมีปัญหา ไปไม่ได้แล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะ-
From : ซึงฮยอน
“อ่าว ไอห่านี่” ชายหนุ่มร่างหนากระแทกเสียงคนเดียวหลังจากได้เห็นข้อความจากน้องชายสุดที่รัก
ธุระไรของมึ๊งงง ~ ถ้าไม่ใช่ธุระเมียมึง ตอนนี้หนังเรื่องใหม่ที่มึงจะแสดงจะไม่มีนางเอกนะ ควรสนใจกว่านี้สิไอโป้
ว่าแล้วก็เดินหุนหันกลับเข้าห้องทำงานไปอย่างเคย…
สายตาคมจ้องมองซองจดหมายสีขาวที่ฮยอนจุงยื่นให้เค้าเมื่อวานนี้ …เห็นแล้วมันโคตรสงสัยเลยโว้ย!
ทำไมจีโฮเด็กที่กุกำลังจะปั้นมันถึงลาออกวะ! และทำไมไอฮยอนจุงมันถึงมาบอกด้วยตัวเอง
มัน…ไม่ใช่เรื่องของมึงซะหน่อย ...ไปรู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่
ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ
ใบหน้าครุ่นคิดหาคำตอบแสดงออกมาด้วยความสงสัย
ไม่ทันได้หายคิดหนัก เสียงดังของโทรศัพท์ก็ปลุกเค้าออกจากภวังค์ ดวงตาเรียวจดจ้องซักพักก่อนจะกดรับ
“ว่าไง ตัวดี”
“อ…เอ่อ สวัสดีฮะคุชฮยอง”
“มีไรแก้ตัวรีบพูดมาเลย ชั้นยังไม่อนุญาติให้นายลาออก” มึงรีบแก้ตัวมาเลยนะ
“ผ…ผมขอโทษจริงๆนะฮะ ที่ต้องลาออกตอนนี้ คือมันกระทันหันมาก”
“กระทันหันอะไรขนาดนั้น จู๋ขาดหรอไง! ทำไมไม่คุยกันก่อนวะ”
“ข…ขอโทษมากๆเลยนะฮะ ฮึกกๆ” (T^T)
“เห้ย ร้องทำไม มีปัญหาอะไรไหนบอกมาดิ๊ คิดซะว่าชั้นเป็นพี่นายก็ได้” เอาละ มันมากมายกว่าที่กูคิดละ
“ขอบคุณฮยองสำหรับทุกสิ่ง ฝากบอกจินฮวานฮยองด้วยนะฮะ”
“จีโฮ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง”
“ฮึกก ไม่ครับ เราคุยกันรู้เรื่องแล้ว ขอบคุณฮยองจริงๆ” (T^T)
กึกก … ตื๊ดดดดดด …
คุย กัน รู้ เรื่อง แล้ว ?
มึงคนเดียวสิไอเด็กบ้า กูยังไม่รู้เรื่องอะไรเล้ยยยย!!! >[]
เสียงสัญญาณจากฝั่งคนตัวเล็กได้ตัดไป ยิ่งทำให้เค้าอยากจะสวมวิณญาณเจ้านักสืบจิ๋วโคนันขึ้นมาทันที
ร้องไห้ทำไม… ปัญหาส่วนตัวอะไรมันวะ …โอ๊ยยยย!! ไอพวกห่านี่!
..
“อื้ออ..อ๊า..อืมม” เสียงหวานที่ครางกระเส่าอยู่บนร่างสูง ด้วยสีหน้าเย้ายวนใจต่อคนข้างล่าง
ทำเอาไอเจ้าหนูที่เคลื่อนที่อยู่ภายในช่องทางรักอุ่น แทบไม่อยากจะแยกจากร่างบางเลยแม้แต่นิดเดียว
“อืมมม .. ดีมากจียง” มือหนาที่บีบขยำอยู่ตรงส่วนแก้มก้นนุ่มนิ่มที่ขยับไม่หยุดส่งเสียงครางเร้าอย่างพึงพอใจในลีลาเด็ดดวง ที่ไม่ว่าใครเจอก็ต้องล้มราบเป็นหน้ากองให้กับนางแมวยั่วสวาทตัวนี้
แม้ว่าเค้าจะเป็นคนเสนอข้อตกลงนี้เอง แต่ไม่คิดว่าไอเชวมันจะขี้เกียจและไม่ยอมยกกายขึ้นมากระแทกเค้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว เป็นคนตัวเล็กเองที่ขยับโยกส่วนล่างเองเป็นยกที่สองแล้ว…เหนื่อย!
ไอครั้นจะไม่ร้องคราง ก็… “อื้มม …ที่รักจ๋า ไม่เสียวหรอ อื้ออ”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ใบหน้าเว้าวอน กับน้ำเสียงที่ดูเหมือนเศร้าใจ มันก็มาแทรกโสทประสาทหูผมเข้าให้แล้ว
ก็เพราะไม่มีเสียงสยิวของผมสร้างอารมณ์ครึกครื้นให้มันน่ะสิ เลยทำหน้าแบบนี้ แต่ก็สามีล่ะนะ ผมจะทำไงได้
แลกกับการไม่ให้ไอเชวมันไปอ้อยอิ่งให้ใครที่ไหน “อ๊า..อ๊ะ…อื้มม ส…เสียวสิ” >//<”
“อ่า ที่รักจ๋า เดี๋ยวนะ” ร่างสูงพูดพรางค่อยๆยกยันตัวเองขึ้นพิงหัวเตียงนอน และจัดท่าให้คนตัวเล็กหันหลังให้เค้า
รอยยิ้มบางๆจากใบหน้าสวย เผยขึ้นเล็กน้อยพร้อมอาการหอบเหนื่อย … จะทำให้ชั้นแล้วใช่มั๊ย
“โอเค ที่รัก ทำต่อเลย”
(O_O)!
จียงเอี้ยวคอไปมองคนที่กำลังนั่งกึ่งนอนด้วยท่าสบาย “ท…ทำหรอ”
“อื้อ ท่านี้ล่ะ” ^^
หึ…ไอนี่! (>[]<)
สะโพกเล็กค่อยๆเคลื่อนไปครอบงำส่วนแข็งขึงอีกครั้งอย่างปฏิเสธไม่ได้
ควอน จียงคนนี้ ขอสัญญาเลย ไม่ว่าครั้งไหนๆ กูจะไม่ออนท๊อปให้มึงอีกต่อไป!
หากแต่คนใต้ร่างกลับไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกถึงรังสีอัมหิตได้เลยแม้แต่น้อย เพราะเมื่อส่วนสำคัญค่อยๆชำแรกแทรกผ่านปากทางเล็กไปจดสุดโคน มันทำให้เข้าใจจริงๆว่า ใกล้ถึงสวรรค์นี่มันเป็นยังไง
“ซี๊ดดด จียง…ตอนเข้านี่เสียวสุดๆอะ”
“อ๊ะ…อื้ออ เหมือนกัน” ^^” มือบางเอื้อมท้าวยันบนท่อนหน้าขาแข็งของชายหนุ่มก่อนจะขยับเขยื้อนสะโพกอีกครั้ง
บอกตรงๆด้วยขนาดของซึงฮยอน ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน แต่มันก็ถึงอารมณ์สุดๆ
แผ่นหลังขาวเนียน เอวคอดบาง เป็นส่วนที่ผมชอบมองที่สุด ยิ่งเห็นก้นเล็กขาวกำลังดูดกลืนส่วนนั้นของผม เข้าออก เข้าออก มันเหมือนสติจะหลุดลอยไปซะให้ได้ สุดยอดจริงๆ
และใจจริงมันอยากจะกระชากไอร่างเอ๊กซ์ๆนี่ลงมากดที่เตียงและกระหน่ำซอยใส่ให้ร้องลั่นห้องให้รู้แล้วรู้รอด
แต่เห็นแล้วมันหมั่นไส้ อยากจะแกล้งให้หมดแรงไปเลย …ยั่วเก่งดีนัก!
“ค…ควอ…นจ๋า …อื้อออ อืม” เมื่อเห็นร่างเล็กผ่อนแรงลง คนขี้แกล้งจึงชะเง้อหน้ามองหนาสวยเพียงนิดก่อนจะดันกระทุ้งแกนกายเข้าไปจนคนตัวเล็กร้องสะดุ้ง! “อ๊ะ! …ซี๊ดด…อื้อ”
ใบหน้าสวยหันมาสบตาร่างหนาอย่างขุ่นเคือง…ไม่ทำเองแล้วยังจะแกล้งกันอีก
รู้มั๊ยว่าทำเมื่อกี้มันรู้สึกมาก…มาก แบบที่ออนท๊อปทั้งคืนก็รู้สึกแบบนี้ไม่ได้…ไอบ้าเชว!!
“อุ่ยย? ดูมองดิ” คนหล่อแสร้งทำหน้าทะเล้นกวน
“แกล้งกันนะ” (>.<)
วันนี้ยังอีกยาวไกล สุดที่รัก “พอๆ เดี๋ยวไม่สนุก”
มือหนาตีที่ก้นเล็กเบาๆ และใช้มือขยับเชิงให้ร่างบางลุกขึ้น “อะไร…จะทำอะไร”
วันนี้เรามีอะไรเล่นกันเยอะนะ … อย่าลืม
ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าสวยก่อนจะขยี้ไปที่ผมนุ่มสีน้ำตาลอ่อนของร่างบางที่กำลังทำหน้างงงวยใส่เค้า
“ยิ้มหน่อยนะ” ปากเรียวเอื้อมจูบปลอบเบาๆไปที่ริมฝีปากสวย
“เหนื่อยแล้วอ่า” : (
คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเหนื่อย…
มือหนาค่อยๆเอื้อมจับไปที่มือนุ่มก่อนจะจูบเบาๆไปที่หลังมือสวย พรางส่งสายตาสะกดใจมวลชนไปทางคนรัก
ไม่รู้สึกอะไรก็ให้มันรู้ไป สายตาหยาดเยิ้มแบบนี้ชั้นมองนายคนเดียวนะ
(.//.)
...เขิน
หัวไหล่ขาวเนียนถูกประทับรอยจูบไปพร้อมๆกับนิ้วซุกซนที่เขี่ยติ่งแต้มสีชาไม่หยุด “อื้อออ…อื้มมม”
ลำคอขาวยืดเอียงเพราะอาการวาบหวามหน่วงๆอยู่ที่ท้องน้อย ยิ่งเปิดโอกาสให้คนรุกพิมรอยรักสีกุหลาบไว้ทันที
ซึงฮยอนดันร่างเล็กให้นอนราบลงกับเตียงสปริงนุ่ม และเริ่มงัดลีลาเล้าโลมแบบเต็มสตรีมมายั่วยวน
ลิ้นร้อนเริ่มกวัดแกว่งไล้เลียอยู่ตรงยอดอกสีสวยที่แข็งไตทั้งสองข้าง ดูดและขบกัดสลับจนเสียงร้องครางที่เคยขาดห้วงไป
กลับมาสดใสอีกครั้ง พร้อมๆกับส่วนล่างที่เด้งขึงขังขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ
รู้สึกขนาดนี้…ซึงฮยอนคนนี้ไม่อยากจะอดใจแล้วสิ
อย่ารู้สึกไวนักเลยเมียจ๋า
สะดือเล็กถูกลิ้นที่เกร็งแข็งรุกล้ำเพียงทางผ่าน กลับทำเอาร่างเล็กบิดเร้าราวกับจะเสร็จซะให้ได้ เรียกรอยยิ้มบางๆจากนักแสดงหนุ่มได้ทันที …ฟังกันหน่อย บอกว่าอย่ารู้สึกไวนักไง หึหึ
มือหนาไล้จับไปที่ส่วนแข็งขึงน่ารัก เพียงเบาๆร่างเล็กถึงกับสะดุ้งโหยง! “อ๊ะ…”
ดวงตาเล็กหรี่ปรือพร้อมชะโงกหน้ามามองคนรักที่กำลังจะเล่นสนุกกับส่วนสำคัญของตัวเอง
ปลายลิ้นนุ่มนวลรวมถึงแรงมือที่กำและขยับรูดไปมาที่ส่วนหัวสร้างความฮึกเหิมขึ้นทีละนิด ซึงฮยอนจับขาเรียวขาวตั้งชันขึ้นพร้อมอ้ากว้างให้ได้องศา แต่ทันทีที่เห็นช่องทางรักสีชมพูตรงหน้า คล้ายกลับได้ยินมันพูดยั่วยวนเชิญชวนเค้าตลอดเวลา แทบอยากจะจับยัดลงไปทันทีที่เห็นอีกครั้ง…ให้ตายสิ นายมันคนยังไงกันจียง
“เมียจ๋า…” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนที่หลับตาพริ้ม ที่กัดเลียริมฝีปากอย่างสุขสม
ดวงตาใสปรือตาขึ้นมาชะโงกมองอย่างสงสัย “…หืม”
“มองนะ”
“ม…มองหรอ” (>//<) แปลกคนจริงๆ
แต่ก็ใช่ว่าจะปฏิเสธ…
หว่างขาขาวที่ผิวพรรณนั้นผุจผ่องดุจหญิงสาวสวย มีคนหล่อหน้าตาดีที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเค้า กำลังจดๆจ้องๆอยู่มันน่าอายและรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก แต่มันก็รู้สึกดีใช่เล่นเลยเหมือนกัน
“อ๊ะ!..อื้ออออ” เพียงลิ้นที่เกร็งแข็งเริ่มแยงแหย่เข้าไปในช่องทางรักสีชมพู เสียงร้องรัญจวนก็เริ่มครางอย่างรู้งานเหมือนกัน มันรู้สึกแปลกกว่าตอนที่ไม่ได้จ้องมองเวลาซึงฮยอนหลายสิบเท่า
บอกไม่ถูก ทั้งเสียวและวาบหวามปนความเขินเล็กๆเมื่อไอคนที่กำลังทำอยู่เงยหน้าขึ้นมายิ้มกริ่มให้เค้า
“ไอบ้า เลียได้ยังไง” (>//<)
“ทำไมจะเลียไม่ได้ นี่มันของเมียชั้นนะ”
คำพูดน่าอายไปฝึกมาจากไหน (>//<)
“ต..แต่มันสกปรก ของนายใส่เข้ามาแล้วนะ” (-//-)
“ชั้น-ไม่-รัง-เกียจ”
ไม่ต่อล้อต่อเถียงต่อ ชายหนุ่มทั้งโลมเลียและแหย่แยงจนปากทางหวานตอดลิ้นเค้าตุบๆ
ใบหน้าหวานเหยเก ควบคู่กับดวงตาที่ยังคงจับจ้องคนรักไม่ลดละ “อื้อออ…อ๊ะ…อ๊า”
ชั้นชอบมองหน้าหล่อๆของนายจัง
ซึงฮยอน
ไม่ทันได้หายใจหายคอ ไวเบรเตอร์สีชมพูสว่างสดใสรูปไข่ก็มาอยู่ในมือของร่างสูงซะแล้ว
รอยยิ้มร้ายๆส่งไปที่คนรักอย่างมีเลศนัย ก่อนจะโน้มตัวไปดูดปากเรียวสวยอีกครั้ง
ไวเบรเตอร์สีหวานค่อยๆผลุบหายเข้าไปในช่องทางแคบ ดวงตาเล็กเบิกโตเล็กๆและพ่นขำเบา
บอกให้เล่นตั้งแต่ตอนแรก ดันอดใจไม่ไหวอยากจะใส่ของตัวเองเข้ามาก่อน และมาใส่ไวเบรเตอร์เอาตอนนี้
มันแลดูตลกๆนิดหน่อย ที่ต้องเห็นอะไรเล็กๆสอดใส่เข้ามาหลังจากที่อะไรใหญ่ๆได้เคยใส่เข้ามาก่อนหน้าแล้ว
“ขำอะไร” พูดพรางกดใช้งานเครื่องให้สั่นระดับหนึ่ง
คนตัวเล็กที่นอนอ้าขา ยกเด้งสะโพกสวยด้วยความเสียวสะท้านจากแรงสั่นของเครื่อง “โอ๊ะ! …อื้ออ …ไอบ้า” (>//<)
“จิ๋ว แต่แจ๋ว เหมือนเมียผมเด๊ะ” ^0^
“…” ทำไมคำพูดคำจาของนายเดี๋ยวนี้…มัน… (>//<)
“อยากมองเมียจ๋าเฉยๆอะ ได้มั๊ย”
พิเรนอีกแล้วไอลิง
แต่…ต้องยอมใช่มั๊ย? (= =”)
ซึงฮยอนเลื่อนกดเครื่องมือสีชมพูเพิ่มเป็นระดับสาม ยิ่งทำให้ร่างเล็กที่เปลือยเปล่าบนเตียงสีขาวนั้นบิดเร้าสะท้านไปทั้งทรวง มันทั้งวาบหวาม สยิว ทุกอย่างปนเปไปกันหมด “อ๊า…อื้ออออ…ซี๊ดดด…อ๊า”
มือบางทำท่าจะเอื้อมมาจับส่วนที่แข็งขึงเบื้องหน้าของตนเพื่อระบายความคับคั่งภายใน
แต่ไอลิงหื่นกลับรีบคว้าจับมือเล็กเอาไว้ทันที “ไม่เอาดิ” ก็แค่อยากจะเห็น…ช่วงเวลาที่เมียทรมานที่สุด
ยิ่งเห็นคนตัวเล็กดีดดิ้นทุรนทุรายยิ่งชอบใจ ซึงฮยอนกดเพิ่มระดับการสั่นจนสุดแม๊กซ์
“อ๊า…อ…ย่า…แกล้…ง…อื้ออ…อ๊ะ” ใบหน้าสวยเห่อแดงระเรื่อ เหงื่อเม็ดใสเริ่มผุดพราวประปราย
เสียงหอบหายใจดังไม่แพ้เสียงร้องคราง … เกินจะทนแล้ว
ปลายจมูกสวยที่เอื้อมลงไปสูดดมความหอมบนร่างกายยังคงซุกไซร้ลงไปที่ซอกคอ เมื่อริมฝีปากหนาลากผ่านพื้นผิวยามใดร่างกายเล็กมักจะสั่นระริกตามไปด้วย พอๆกับส่วนร่างที่ยังขยับส่ายไปมาไม่หยุดเพราะความเสียวกระสันต์
ไม่ใช่การแสดง…
การที่ทำกับคนรักบอกตรงๆมันรู้สึกมากกว่าตอนแสดงหลายเท่าเหลือเกิน
รสจูบที่ร้อนแรงเริ่มแผดเผาร่างกายเล็กจนร้อนลุ่มเพิ่มขึ้นไปอีก มือขาวเอื้อมเกาะเกี่ยวไปบนแผ่นหลังหนาแน่น จนหลังของอีกคนเป็นร่องรอยสีแดงจากการจิกเล็บของคนตัวเล็ก หากแต่คนกระทำกลับไม่รู้สึกตัว ลิ้นนุ่มที่สอดเข้ามาพันเกี่ยวแลกความหวานภายใน ช่างร้อนแรงและดูดดื่ม เพียงแค่นิดหน่อยและผละจาก
“จูบสามีหน่อยสิ” เมื่อเห็นอีกคนเหมือนจะสบายเกินไป คำร้องสั่งจากสามีเอาแต่ใจเริ่มเอาเรื่อง แต่คล้ายกลับเป็นคำประกาศิตเพราะทันทีที่พูดจบมือเล็กก็สอดเข้าไปในผมนุ่มเพื่อประคองใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้ก่อนจะประกบริมฝีปากลงอย่างจาบจ้วง …ถูกใจผมจริงๆ สั่งอย่างไหนได้อย่างนั้น
ใครจะรู้ว่าคนที่มีความสุขที่สุดในโลกตอนนี้น่ะ มันไม่ใช่บิลเกต หรือไอพวกมหาเศรษฐีทั้งหลาย
แต่เป็น…ผมคนนี้ต่างหาก
มือหนาที่ลูบไล้อยู่ที่เอวคอดอย่างเคลิบเคลิ้ม ค่อยเลื่อนลงไปจับสายสีชมพูแล้วทำท่าชักเข้าชักออก “อ๊า…”
เสียงร้องครางจากการกระตุ้นของคนที่ใบหน้าแดงก่ำมันรัญจวนใจจริงๆ
ร่างหนาเพียงแค่จ้องมองร่างที่กำลังขบกัดริมฝีปากแน่น พร้อมๆกับร่างกายที่บิดเร้าไปมาบนเตียงใหญ่อย่างเอ็นดู รอยแดงบนผิวขาวที่เกิดจากน้ำมือตัวเองมันทำให้เค้ายิ้ม …เมียชั้น
คนร่างสูงโน้มตัวไปจูบบนแก้มนุ่มที่แดงระเรื่ออย่างแรงฟอดใหญ่อีกครั้งอย่างหมั่นเขี้ยว “ชั้นรักนายจริงๆนะ!!”
อารมณ์ไหนไม่รู้ แต่รู้ว่ารักคนคนนี้มากเหลือเกิน มากจนอธิบายเป็นคำพูดอื่นไม่ได้นอกจาก…รักเท่านั้น
“ร…รักก็เอาอ…อกได้แล้ว…” จียงส่ายหัวเบาๆด้วยสีหน้าเว้าวอนคล้ายน้ำตาจะไหล “…ไม่ไหวแล้ว”
“ไม่ไหวเหมือนกัน”
ราวกลับมีคนสตาร์ทเครื่องให้ใหม่อีกรอบ มือหนากระชากไวเบรเตอร์สีชมพูออกจากช่องแคบจนร่างเล็กโหวงเหวงในท้องเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือจับรูดไปมาที่ส่วนอ่อนไหวของตัวเองรออีกคน “ซะทีสิซึงฮยอน!!”
นิ้วเรียวคลึงที่ช่องทางรักสีหวานเบาๆ ก่อนจะจับส่วนหัวของตัวเองค่อยๆดันผ่านปากทาง “อื้อออ...อ่า”
ซึงฮยอนกดมือลงไปบนหน้าขาทั้งสองเพื่อที่จะจับมันแยกออกให้กว้างที่สุด จากนั้นก็เริ่มขยับสะโพกกระแทกถี่จนคนตัวเล็กร้องครางระงมลั่นไปทั่วห้อง
“อ๊า…อีก แรงอีก”
“ชอบอันนี้มากกว่าอันที่แล้วใช่มั๊ย”
“แน่นอน ของสามีเจ๋งที่สุด”
“หึ หึ”
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนจะขยับมือไปบีบเขี่ยที่ยอดอกที่แข็งไต จากนั้นจึงค่อยก้มลงจรดริมฝีปากลงดูดดื่มความหวานตรงที่เดิมอย่างหื่นกระหาย
แรงกระแทกถี่ทำเอาร่างเล็กสั่นไหวหากแต่มีความสุขจนไม่รู้วันเวลา “อ่า ซี๊ดดด อื้อออ”
มือบางตบเบาๆที่ก้นของคนบนร่างราวกลับสั่งจนร่างสูงแอบสะดุ้ง
ทำไมเมียจ๋าร้อนแรงจัง
จากที่นอนราบอยู่เมื่อครู่ บัดนี้ร่างสูงได้ขยับอุ้มให้เขาขึ้นมานั่งอยู่บนตักของตนเอง ก่อนจะกระเด้งสะโพกสวนขึ้นไป ให้อีกคนจุกเสียวน้อยๆ แขนเล็กเกาะเกี่ยวนัวเนียคนตรงหน้าและแลกจูบดูดดื่มอย่างหื่นกระหาย “อื้มมม…อื้อ…อื้อ”
อันที่จริงตอนนี้ก็รู้สึกสนุกเป็นบ้าแล้ว แต่การที่เค้าเปิดโอกาสให้มากขนาดนี้ความรู้สึกไม่พอมันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่มันไม่ผิดที่ผมจะรู้สึกแบบนี้นี่ โบราณเค้าว่า ‘น้ำขึ้นให้รีบ…ยัด (?)’
คนตัวสูงค่อยๆเคลื่อนตัวเองออกจากรังรักเบาๆ ทำเอาคนที่คาอยู่บนร่างผวาจนกอดเกี่ยวที่คอแน่น
“อื้ออ…ทำอะไร”
“ไปที่อื่นกัน”
“อื้มม กำลังดีเลย อย่าเพิ่งได้มั๊ย อื้อออ” เมื่ออีกนจ้องแต่จะย้ายที่ คนที่ยังค้างอยู่จึงถือโอกาสเป็นคนควบคุมจังหวะเข้าออกแทนซะดื้อๆ สะโพกมนเล็กกำลังขยับยกขึ้นลงกลืนกินแท่งเนื้ออันใหญ่ แต่ถ้ายังไม่หยุดตอนนี้ร่างสูงอาจจะขยับไปไหนไม่ได้แน่…และมันอาจจะเกินโควต้าห้ารอบ (= =)
“ซี๊ดดด…เดี๋ยวป๋าจัดให้ครางลั่นเลย อย่าเพิ่งนะ อื้ออ” ได้จังหวะพอดี คนตัวสูงจึงพยายามก้าวขายืนขึ้นทั้งๆที่ส่วนอ่อนไหวยังคงเชื่อมสองร่างไว้อยู่ แขนแกร่งเอื้อมโอบกอดร่างบางก่อนจะตัดสินใจยกขึ้น “…ไปแบบนี้ล่ะ” (^^)
หน้าทะเล้นของคนตรงหน้าเรียกเสียงหัวเราะเบาๆให้คนรักได้ไม่ยาก วันนี้มันสุดๆจริงๆ
นับวันนายชักจะน่ารักเกินความจำเป็นแล้วนะ…ซึงฮยอน
ก้าวแต่ละก้าวที่เหยียบย่ำบนพื้นกระเบื้องหินอ่อนมันสะเทือนไปถึงส่วนล่างของร่างเล็กที่ยังเชื่อมติดกันไม่ขาด
ใบหน้าสวยเหยเกเล็กน้อย แต่กลับแอบยิ้มกับความทะลึ่งของคนตัวใหญ่ก่อนจะถามด้วยเสียงหวาน “หนักมั๊ย?”
ดูทำหน้า…
อย่ายิ้มด้วยรอยยิ้มแบบนี้ให้ใครเห็นนะ!
“ไม่” ไม่อยากจะมองหน้า อย่ามามองชั้นด้วยสายตายั่วยวนแบบนั้นนะ
นิ้วเล็กยกขึ้นมาไล้เกลี่ยที่สันคางคนหล่อ
“จริงหรอ?” (0.0) พูดเสร็จก็แผลงฤทธิ์ ปล่อยแขนที่เกาะเกี่ยวคออีกคนไว้ และเอนตัวทิ้งน้ำหนักลงหลังทันที
ทำให้คนที่กำลังเดินอยู่ชะงักและรีบเอื้อมแขนคว้าเมียดื้อๆไว้แทบไม่ทัน “เห้ย!”
“และแบบนี้หนักมั๊ย?”
“ไม่!!” ไม่หนัก แต่ไอนั่นอาจจะหัก (= =) “…ไม่ทนแล้วนะ” พูดพร้อมกับรีบเดินหันข้างไปทางมุมกำแพงของห้อง ก่อนจะดันให้คนตัวเล็กอัดติดกำแพงเพื่อแบ่งเบาน้ำหนักที่ตัวเองแบกรับไว้อยู่กึ่งหนึ่ง
“ห๋า!” (O_O)
“อื้ออ แบบนี้ล่ะ ดื้อนัก” ว่าแล้วก็ให้คนตัวเล็กกอดเกี่ยวคอตัวเองไว้แน่นๆ จากนั้นจึงค่อยเริ่มขยับสะโพกหนาอีกครั้ง
ขาเล็กที่พันเกี่ยวอยู่ที่รอบเอวคนตัวใหญ่สั่นไหวตามจังหวะของแรงกระแทก “อ๊า …อื้ออ”
“โดนกี่ครั้งก็ร้องดังทุกครั้งเลยนะ”
“อื้ออ…งั้นง…อื้อ…เงียบก็ได้…นะ อ๊ะ”
“จุ๊ๆ อย่าดื้อ” กล่าวเตือนคนดื้อพร้อมกับเพิ่มแรงขยับโยกทำเอาริมฝีปากบางๆที่เผยอครางร้องระงมไปทั่วห้อง
กลับไม่ใช่เสียงเดียวที่ร้องแต่เป็นสองเสียงที่ประสานในจังหวะเดียวกัน
“อื้ออ ยังไม่เสร็จอีกหรอ อ๊า”
“คิดว่าชั้นไม่ฟิตขนาดนั้นเลยหรอ” ตอบด้วยเสียงหอบ
“ม…ไม่ อ๊า…แต่ไม่ไหวแล้ว” ร่างบางร้องครางอย่างเหลือจะทน
สามรอบของชั้นมันจะหมดไวเกินไปรึเปล่า??
ในห้องและเสา (- -) ไม่เอาน่าที่รัก อย่ารู้สึกไวนักเลย สามียัง…สนุกอยู่เลยนะ
“อ่า.. เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งนะเมียจ๋า”
“ฮื้ออ…อย่าเพิ่งงั้นก็หยุดก่อน อื้อออ…เจ็บหลัง” ร่างสูงชะงักก่อนจะใช้มือข้างนึงปาดเหงื่อเบาๆไปที่หน้าผาก
พร้อมจ้องมองไปที่ใบหน้าน่ารักที่เห่อแดงระเรื่อไปหมด “ครับ”
โซฟาที่คุ้นเคย เริ่มสั่นไหวอีกครั้ง เพราะร่างกายของชายหนุ่มทั้งสองเริ่มออกแรงประทะกันด้วยความเร่าร้อน
ความสนุกที่มอบให้กันกลับไม่ใช่สิ่งเดียวที่ได้รับ…หากแต่เป็นหัวใจสองดวงที่เชื่อมเข้าหากันมากเรื่อยๆนั้นแหละ
คือความหมายที่แท้จริงของการเป็นคนรัก
..
จากบรรยากาศตอนเช้าที่สดใสกลายเป็นอารมณ์อึมครึมของทั้งคนบนรถแทน สายตาที่แอบลอบมองไปยังเด็กข้างๆที่ทำหน้านิ่งไม่ยอมพูดยอมจาทำให้เกิดความคิดที่อยากจะงอนง้อ แต่คิดไปคิดมาบางทีถ้าเค้าทำตัวให้ซึงริได้ใจจนเกินไป มันอาจจะไม่เป็นผลดีต่อเราทั้งคู่ในอนาคต
รถขับแล่นมาได้ซักพักด้วยความเร็วเท่าเดิม ไม่ต่างกับเด็กเอาแต่ใจบนรถที่ยังนั่งเงียบเหม่อมองไปนอกหน้าต่างรถเหมือนเดิม จะต่างก็ตรงที่คนขับที่คอยมองหน้าน่ารักอยู่ตลอดเวลา เริ่มสั่งเกตุเห็นมือเล็กคอยยกขึ้นปาดไปปาดมาบริเวณใบหน้านี่สิ ถ้าเดาไม่ผิด…เด็กดื้อของเค้างอแงอีกแล้ว
“ซึงริ” ร้องเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“…”
“หันมาหาฮยองหน่อย” มือที่จับพวงมาลัยอยู่สองข้างเมื่อสักครู่ บัดนี้มืออีกข้างนึงถูกยกขึ้นมาแตะเบาๆที่หัวไหล่เล็ก แต่อีกคนกลับทำท่าสะบัดเล็กน้อยจนคนแตะต้องชักมือออกไปตามสัญชาติญาณ
โกธรจริงๆสินะ
ซักพักเสียงสะอื้นเบาๆก็เริ่มดังขึ้นน้อยๆ สติที่เคยมีเหลือในการขับรถนอกจากการพะว้าพะวงเกี่ยวกับคนตัวเล็กได้หมดลงอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มเบี่ยงรถเข้าข้างทางทันทีก่อนจะบิดกุญแจดับเครื่องรถ
“อยากตบอยากต่อยฮยองมั๊ย?” ยองเบพูดอย่างขมขื่น แม้จะอยากเป็นฝ่ายดุเด็กเอาแต่ใจบ้าง แต่หัวใจมันกลับไม่เชื่อฟังพ่ายแพ้ให้กับน้ำตาเม็ดใสของซึงริซะหมดคราบ และก็อดโทษไม่ได้ว่าเป็นความผิดของตัวเอง
เด็กหนุ่มที่นั่งหันหน้าไปนอกหน้าต่างส่ายหน้าเบาๆ ทั้งๆที่น้ำตาเม็ดใสยังคงไหลอาบแก้มอย่างเอื่อยๆ เราไม่เคยทะเลาะกันซักครั้ง แต่กลับทะเลาะกันเพราะเรื่องความงอแงของตัวเอง มันเกลียดตัวเองและก็เจ็บใจตัวเองเหลือเกิน
โทษฮยองไม่ได้หรอก
แต่แค่ไม่เข้าใจ… ว่าฮยองรู้จักผมขนาดไหนกัน
มือบางถูกยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้าสากของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน ยิ่งทำให้น้ำตาที่ไหลอยู่เนืองๆ นั้นกลับไหลพรากอย่างห้ามไม่ได้ …ห้ามไม่ได้แม้แต่เสียงสะอื้นที่พยายามเก็บกลั้น แต่ยังคงทำใจแข็งไม่หันกลับไปมองอีกฝ่าย
“ไม่รักฮยองแล้วหรอ”
รักสิ …ปัญหามันอยู่ตรงที่ความรักนี่ล่ะ ‘รักมาก’ ก็ยิ่ง ‘เสียใจมาก’
หมดปัญญาจะต้านทานความอึดอัดในจิตใจ น้ำตาที่ไม่เคยไหลให้ใครมาก่อนกลับไหลออกมาซะดื้อ
มือเล็กที่ถูกกอบกุมให้สัมผัสใบหน้ารู้สึกได้ถึงความชื้นแฉะน้อยๆ ในหัวใจมันยิ่งรู้สึกทรมาณ
ฮึกก…ฮยองร้องไห้ทำไม
ริมฝีปากอบอุ่นไล้จูบจนทั่วมือสวย อย่างไม่รู้ทางออก รู้แค่ว่าตอนนี้หัวใจมันไม่สงบเอาซะเลย
นึกภาพไม่ออกว่าถ้าเค้าไม่มีคนๆนี้อยู่ข้างกายชีวิตจะดำเนินไปยังไง …ทั้งหมดเป็นความผิดของเค้าเอง
ซักพักความทิฐิก็พ่ายแพ้ต่อความต้องการภายในจิตใจ เค้าไม่ได้อยากทะเลาะกับฮยอง เรายัง ‘รักกัน’ อยู่
ซึงริหันหน้ามาด้วยดวงตาที่บวมฉึ่งบ่งบอกว่าร้องไห้มาเป็นเวลานาน จมูกรั้นแดงขัดกับใบหน้าขาว เสียงสะอื้นเบาๆยังคงไม่หมดไป
“ฮึกก ร…ร้องไห้ทำ ฮึกก…ไม” พูดทั้งๆที่ตัวเองก็ยังมีน้ำตาไหลไม่ขาดสาย
“ก็…เราไม่รักฮยองแล้ว…”
มือเล็กทำท่าจะชักออกช้าๆ ทำเอาคนอีกคนที่ไขว่คว้ากลับไปกอบกุมแนบหน้าไว้อย่างเดิม “…ไม่ปล่อย”
“ผมพูดว่า ไม่รัก อย่างนั้นหรอ” (T^T)
ยองเบส่ายหัวไปมา ถ้าใครมาเห็นเค้าสภาพนี้คงไม่เชื่อแน่ ว่าผู้ชายที่แลดูสุขุมนุ่มลึกแบบเค้า จะร้องไห้ และเป็นคนพูดจาเอาแต่ใจเหมือนเด็กให้กับคนที่เด็กกว่าตรงหน้า แต่ต่อให้ต้องทำตัวทุเรศกว่านี้เค้าก็ยอม จะไม่ปล่อยให้เด็กดื้อแบบนี้หลุดลอยจากเค้าไปแน่ๆ …ไม่มีทาง
ชายหนุ่มเงยหน้าจ้องเข้าไปในดวงตาใสที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของคนตรงหน้า และเสียงกระซิบแผ่วเบาก็ออกมาจากริมฝีปากของเค้าอีกครั้ง
“ฮยอง…ขอโทษนะ”
ราวกับเป็นตัวเรียกน้ำตาให้มากมายขึ้นซะอย่างนั้น แค่เพียงเพราะเสียงกระซิบเบาๆ
น้ำตาเริ่มไหลอย่างพรั่งพรูอีกครั้ง เสียงสะอื้นดังขึ้นอย่างสุดจะห้าม “ฮึกกก ฮยองอ่า ฮือออๆๆ” (T T)
ยองเบเคลื่อนกายเอื้อมกอดคนขี้แงตรงหน้าแน่น “ขอโทษนะ ฮยองขอโทษ”
“ฮึกกก ฮืออ …ผม …รักฮ …ฮยองมากนะ ฮึกกก ฮืออ”
รอยยิ้มหลังร่องรอยของคราบน้ำตาเผยขึ้นอย่างสุขใจ สัญญาเลยว่าอาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เราจะทะเลาะกัน ไม่อยากให้มันมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นกับพวกเราอีกแล้ว ชายหนุ่มผละออกจากอ้อมกอด
“ในชีวิตนี้ ฮยองรักใครไม่ได้อีกแล้วเหมือนกัน” มือหนาเอื้อมขยี้ไปที่ผมสีดำขลับของเด็กหนุ่มอย่างเอ็นดู ก่อนที่ริมฝีปากจะเอื้อมไปกดจูบเบาๆที่ปากแดงของคนตรงหน้า ดวงตาใสจ้องกลับอย่างลึกซึ้งพร้อมพยักหน้า
“และยังอยากกลับไปนอนอยู่มั๊ย?”
“…” ซึงริส่ายหน้า และส่งยิ้มไปทางคนรัก
“งั้นไปโบส์ถกันนะ”
“อื้ม” (^_^)
ความง่วงที่เคยมีมาแต่ตอนต้นหายไปไหนไม่รู้ แต่ตอนนี้ความรู้สึกอยากขอบคุณพระเจ้ามันมากมายซะแทบรอให้ฮยองขับรถไปถึงโบส์ถไม่ไหวเลย เรื่องนี้ต้องขอบคุณพระเจ้า หรือขอบคุณตัวเองดี ที่ได้มาเจอคนที่รักเค้ามากอย่างฮยอง
งั้น…ขอบคุณฮยองละกัน
ที่รักผมมากขนาดนี้…
.
.
รถคันสวยที่แล่นมาด้วยความเร็วปานกลางท่ามกลางเสียงพูดเจื้อยแจ้วของคนรักข้างๆ บรรยากาศสดชื่นและอบอุ่นแบบนี้ ราวกับมีผีเสื้อแสนสวยบินวนไปมาบนทุ่งหญ้าสีเขียวที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีสดใส โดยมีเด็กเอาแต่ใจช่างยิ้มของผมอยู่ท่ามกลางพวกนั้น มันยากที่จะละสายตาจากรอยยิ้มน่ารักนั้นจริงๆ
“ฮยองงง!!!” (OoO)!!!
หืม?
เสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือซึงริตะโกนเรียกชื่อตัวเอง ก่อนที่เค้าจะหักหลบรถจักรยานเด็กคันเล็กที่ขับตัดหน้า ดีที่เป็นยามเช้าถนนจึงโล่งไม่มีรถสัญจร รวมถึงกับทางไปโบส์ถไม่ได้อยู่ในเมืองมากนัก เสียงล้อยางครูดถนนดังเอี๊ยดทำให้รถสีดำเงาวับหมุนเคว้งไร้การควบคุมแม้คนบนรถจะพยายามแล้วก็ตามที สายตาแวบนึงของยองเบสังเหตุสีหน้าตกใจเหมือนจะร้องไห้ของซึงริ ก่อนจะตัดสินใจหักพวงมาลัยไปทางซ้ายจนหมด รถคันใหญ่ถลาตกข้างทาง ด้านข้างคนขับชนเข้ากับตำแหน่งของต้นไม้ใหญ่เข้าอย่างจัง
รถคันสวยบุบยับเยินไม่หลงเหลือความงามอีกต่อไป ภายในรถกลับดูอนาถและน่ากลัวไม่แพ้กัน ร่างสันทัดที่ยังเหลือสติอยู่เพียงเล็กน้อย ส่วนหัวแนบอยู่กับพวกมาลัยรถยากจะขยับ ดวงตาเล็กเริ่มพร่ามัวขึ้นเรื่อยๆ เพราะเลือดแดงข้นที่ไหลลงมาจากส่วนหัว แต่ภาพของเด็กหนุ่มที่สลบแนบชิดกับหน้ารถ มันเหมือนกับสั่งให้ร่างกายนี้จะพยายามเรียกร้องกำลังของตัวให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง
แม้จะ…
ห ายใจ ลำ บา ก
เค้ายกแขนเขย่าแรงๆไปที่ซึงริ พร้อมเสียงที่แม้แต่พยายามจะเปล่งดังแค่ไหนก็ได้เพียงกระซิบ “ซ…ซึง…ริ”
หากแต่ร่างข้างๆกลับไร้สตินอนนิ่ง แขนแกร่งสั่นเทา พยายามสูดลมหายใจเข้า และใช้กำลังเฮือกสุดท้าย
ตีแรงๆไปที่กายของคนตัวเล็ก ก่อนที่ทุกสิ่งจะ…มืดดับไป
ได้โปรด …ขอให้เค้า…ฟื้นขึ้นมา
ผมยอมแลกลมหายใจของผม…เพื่อแลกกับชีวิตของ…คนที่ผมรัก
.
.
ซึงริ
.
.
ซึง ริ
.
.
ซึ ง ริ!
เด็กหนุ่มได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกำลังเรียกชื่อเค้า…ดวงตาเรียวกระพริบปรืออยู่หลายครั้ง
ก่อนจะค่อยๆขยับยกร่างกายที่มีเพียงรอยฟกช้ำจากการกระแทกที่หัวและเนื้อตัวด้วยความหนักอึ้ง เพื่อมองดูรอบๆ
ดวงตาสวยเบิกค้างทันทีเมื่อหันไปเห็นร่างข้างๆที่สลบนิ่ง ร่างกายที่เคยแข็งแรงนั้นเต็มไปด้วยเลือด (O_O)!
“ฮยองงงง!!!”
..
ผิวอ่อนนุ่มของร่างบางไม่ว่ายังไงก็ยังคงแลดูน่าสัมผัส และมันก็เป็นไปได้ยากที่เค้าจะตัดใจยอมละร่างกายออกมา ริมฝีปากที่ลากไล้ไปทั่วร่างกายยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี
“ฮื่ออ…อื้อ” แววตาร้ายหยุดเงยหน้าขึ้นมองเสียงหวานที่ร้องครางก่อนจะก้มลงทำต่อ ราวกับไม่มีความรู้สึกใดๆ
ขาเรียวเริ่มดิ้นน้อยๆเมื่อใบหน้าของอีกคนซุกลงที่ตรงหว่างขา
เข้าทั้งจูบ ดูดดึงขาอ่อนขาวจนเป็นรอยช้ำ หากแต่ไม่สัมผัสส่วนอ่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าสวยแดงซ่านเพราะการหายใจติดขัด ฟันเล็กขบกันกันแน่น แต่ไม่ร้องขอ “อื้ออ…ฮื่ออ อ่า”
แผลที่ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้นแล้ว เผยให้เห็นห่วงสีชมพูน่าหลงไหล… แต่เพียงแค่ยังไม่ถึงเวลา
ฮยอนจุงจับร่างกายเล็กพลิกอย่างเบามือ ก่อนจะขบดูดเบาๆไปที่แก้มก้นนุ่มนิ่ม แผ่นหลังขาวเนียนถูกลากไล้เลียอย่างหื่นกระหายด้วยลิ้นชื้น เสียงร้องเครือเบาๆของคนน่ารักปลุกให้ส่วนที่ซ่อนอยู่ภายในร่มผ้าตุงขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็น
กายเล็กถูกจับหันกลับมาจูบที่ปากสวยอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง ลิ้นร้อนถูกสอดเข้าไปยังช่องปากสวย เล็มเลียอย่างละเมียดละไม ความอ่อนโยนแบบนี้มันทำให้หัวใจรู้สึกสับสน แต่ร่างกายก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความสุข
แบบนี้น่ะหรอ ที่พร่ำบอกว่า ‘เกลียด’ กัน
ผมไม่ใช่เด็กอมมือที่จะไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ ความอ่อนโยน ..ถ้าแสดงได้แนบเนียนแบบนี้ถือว่าเก่งมาก
ผมเชื่อความรู้สึกตัวเอง ว่ารุ่นพี่ไม่ได้เกลียดผม แต่ก็อาจจะไม่ได้รักผมเหมือนกัน…
และที่ให้ผมลาออกจากงานรวมถึงไม่ให้ออกไปไหนอันนี้ผมไม่เข้าใจ
คิดอีกแง่ ร่างกายของผมอาจจะยังอ่อนแอเกินไปจนไม่สามารถทำอะไรได้ แต่มันก็เรื่องของผมนี่
แบบนี้ไง ถึงบอกว่า ‘หัวใจกำลังรู้สึกสับสน’ เพราะผู้ชายร้ายๆคนนี้
“อ๊า..อื้ออ” น้ำรักสีขาวขุ่นจากกายขาวนุ่มค่อยๆโพยพุ่งออกมาพร้อมเสียงร้องครางกระเส่าและลมหายใจหอบถี่เฮือกสุดท้าย จากนั้นชายหนุ่มจึงเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่ที่หัวเตียง ดวงตาคมจ้องมองผ่านเข้าไปในตาสวยนิ่ง
ก่อนจะเคลื่อนหลบก้มลงมาเช็ดทำความสะอาดหน้าท้องแบนราบอย่างเบามือจนเสร็จสิ้น
ฮยอนจุงทำท่าจะลุกจากไปโดยไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดทั้งสิ้น…หากแต่ส่วนที่ยังดันตุงอยู่ภายในกลับรั้งสายตาของร่างเล็กเอาไว้ ความรู้สึกผิดลึกๆ ทั้งๆที่ไม่ควรรู้สึกกลับส่งให้ปากร้องท้วง “ต…ตรงนั้น…ของรุ่…นพี่” (.///.)
“ทำไม” ร่างสูงหันมาทำหน้านิ่ง
“ห…ให้ผมช่วยมั๊ย” (.///.)
“ไม่ต้อง ชั้นเกลียดนาย” อย่ามาให้ท่าจนชั้นอดใจไม่ไหวอยากจะฟัดนายหน่อยเลย
เกลียดหรอ?
เกลียดแล้วทำไมยังอ่อนโยนอยู่เล่า!!
ความอดทนที่มีมาแต่ต้นเริ่มหมดไป ความจริงเค้าไม่ต้องยอมที่จะลาออกจากบริษัทก็ได้ แต่ทำไม? ทำไมถึงกลายเป็นคนอ่อนแอ ที่เค้าบอกอะไรก็เชื่อก็ฟังไปซะทุกอย่าง ตอนแรกอาจจะรู้สึกกลัวกับทุกคำที่ขู่เข็ญ และเจ็บใจกับทุกคำที่ประชดทำร้ายจิตใจเรื่องซึงฮยอนฮยอง แต่ทำไมการกระทำของรุ่นพี่ตั้งแต่เฝ้าไข้ผมจนถึงตอนนี้มันช่างขัดกับคำพูดไปซะทุกอย่าง
“เกลียดหรอ!” ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยกลับคำถามที่ตอกย้ำเข้ามาในจิตใจ ก่อนจะดึงหน้าขรึมเหมือนเดิม
“ช..ใช่” เป็นคำตอบที่สวนทางกับจิตใจ ทั้งๆที่ความจริงมันบอกเค้าตลอดเวลาว่า หนึ่งคืน …ไม่สิคงตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มีอะไรกับคนนี้เลยด้วยซ้ำ ว่าเค้ารู้สึกหลงไหลร่างกายนี้ จนตอนนี้มันกลายเป็นความรัก รักจนอยากจะเกลียด…
“หึ เกลียด?” สีหน้าเย้ยหยันน้อยๆของคนตัวเล็กทำเอาคนที่ยืนจ้องมองอยู่เดาไม่ออกว่าจีโฮกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ น้ำเสียงแบบนั้นเค้าไม่เคยได้ยินเลยซักครั้ง แต่…ก็เอาสิ เผยออกมา ความเป็นตัวนายน่ะ
“เกลียดแล้วมาดูแลผมทำไม!”
“ก็ชั้นเป็นคนทำให้นายเป็นบะ…” ไม่ทันได้พูดจบประโยคอาการประชดประชันที่ตัวเองเคยทำ ก็ถูกก๊อปปี้มาอยู่บนใบหน้าและน้ำเสียงของคนตรงหน้า แต่…อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ “อ๋อ จะบอกว่าตัวเองเป็นคนดี ต้องรับผิดชอบนักแสดงหนังเอ๊กซ์อย่างผมน่ะหรอ”
“…”
“หึ เป็นคนดีไปหน่อยแล้วมั้ง คุณฮยอนจุง!”
“…”
“ดีซะจนถึงต้องมานั่งเฝ้าไข้ ทะนุถนอมชั้น เหมือนกับว่า ‘รัก’ ชั้นอย่างนั้นล่ะ” เมื่อเห็นท่าทางอึกอักของคนตรงหน้า คนตัวเล็กรู้ทันทีว่าไม่มีอะไรทำให้คนๆนี้เป็นแบบนี้ได้ นอกจากที่พูดมานั้นมันเป็นความจริง! และเค้าก็จะไม่ปฏิเสธตัวเองด้วยว่ารู้สึกดีเหมือนกัน กับไอคนปากแข็งตรงหน้า จนแทบจะลืมเรื่องซึงฮยอนฮยองไปซะสนิท
ฮยอนจุงถ้านายยังไม่ฉลาดชั้นจะด่านาย ให้ลืมความปากดีที่ชอบประชดประชันไปเลย
ชั้นไม่ใช่นางเอกสาวผู้ใสซื่อนะ ชั้นน่ะ มันตัวร้ายตั้งแต่รู้จักกับพวกนายแล้ว!
“เงียบทำห่าไรเล่า!!”
(O_O)! ห่า?
“ยังคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกที่จะยอมให้ชั้นหายดีแล้ววิ่งแจ้นไปหาผู้ชายอีกคนหรอไง!”
(O_O)?
นายกำลังคิดจะพูดอะไรจีโฮ สมองที่เคยประมวลผลดีในทุกๆเรื่องจนได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะทางคารม แต่เรื่องนี้กลับทำสมองเค้าช้าและตีบตันอย่างไร้ทางออก ปากมันหนักอึ้งจนไม่รู้จะตอบกลับว่าอะไร
“ยังโง่อยู่ใช่มั๊ย!!” (>o<)!! ร่างเล็กดีดลุกขึ้นจากเตียงนอน ก่อนจะเดินปึงปังไปตรงหน้าคนที่จ้องเค้าเขม็งแต่ดวงตากลับว่างเปล่าราวกลับเป็นคนโง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆ มือเล็กกระชากคอเสื้อกร้ามสีดำจนล้มไปบนเตียงอีกครั้ง
เหมือนร่างกายและสมองล่องลอยไปพร้อมกัน ภาพคนตัวเล็กที่กำลังวีนเหวี่ยงอยู่ตรงหน้ากลับเป็นกลายเป็นการเคลื่อนไหวช้าๆ เค้าปล่อยตัวปล่อยใจราวกับคนไร้สติ จนเมื่อกระทั่งมือเล็กฟาดหนักลงมาบนแก้มหยาบจนเสียงดัง
เผียะ!!!
“โอ๊ยย!! เห้ยเจ็บนะ” มือเรียวลูบแก้มตัวเองป้อยๆ ก่อนจะจ้องเขม็งไปในดวงตาใสของคนที่นั่งคร่อมเค้าอยู่
ชั้นนี่มันโง่เง่าจริงๆ โง่จนเผลอทำสิ่งที่คนโง่ชอบทำ ‘ประชดประชัน’ วิธีที่สุดแสนจะปัญญานิ่ม ลืมความเป็นตัวเองไปซะสนิท ชั้นมันก็ไม่ใช่คนดีนักหรอก และจะมาทำดีเรียกร้องอะไรล่ะ หึ
“เออ!! ที่ทำไปทั้งหมด เพราะชั้นรัก แล้วไงวะ!”
อยากได้นักใช่มั๊ยคำนี้น่ะ แล้วยังไงจะยอมพลีกายถวายชีวีให้ชั้นหรอไง
“ก็อย่ามาทำเป็นไอหน้าโง่ซื่อบื้อให้เห็นดิ”
“เม่ง กูก็โง่เพราะเจอมึงนี่ล่ะ” คนที่นอนอยู่บนที่นอนสะบัดหัวไปทางอื่นด้วยท่าทางขัดใจ แต่คนบนร่างกับอมยิ้มในคำพูดที่เผยความเป็นตัวเองออกมาเรื่อยๆ แบบนี้สิ ฮยอนจุงตัวจริง
แต่…ชั้นคิดว่า ชั้นคนนี้คงจะหลงรักความโง่ของนายเข้าให้ซะแล้วสิ…อ่า คนตัวเล็กลอบถอนหายใจ
“ถอนหายใจทำไม! เลิกซ่าแล้วหรอ”
คนหน้าสวยเงียบ ก่อนจะยิ้มร้ายๆที่แฝงไปด้วยความมียั่งยวนมาทางฮยอนจุง “เอากัน”
(O_O)!
‘เอากัน’ เท่ากับ ‘รักกูเหมือนกัน’ รึเปล่าวะ?
“หมายความว่าไง”
“โง่! ใช้เซ้นบ้างดิ”
ด่าได้ล่ะด่าใหญ่เชียว (- -)
แต่อยากด่าอะไรก็เชิ๊ญ… เฮ้ออ ทำไมวันนี้ท้องฟ้าดูสดใสแปลกๆ …แบบนี้เรียกว่าความสุขหรอ?
“แผลล่ะ”
“ก็อย่าแรงสิ ไอ…”
“โง่!” ฮยอนจุงแทรกพูด พร้อมทำหน้าทะเล้นใส่คนบนร่าง รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะในคอของคนตัวเล็กกลับเผยอย่างมีความสุข มันอาจจะเป็นทางเดินที่พระเจ้าต้องการก็ได้…ลองดูซักครั้ง
ร่างเล็กถูกจับพลิกกาย ก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มถูกเล้าโลม สองร่างเริ่มกอดก่ายนัวเนียกันบนเตียงนุ่มอีกครั้ง
ท่ามกลางกลิ่นอบอวลของความสุขเล็กๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของทั้งคู่
..
“ฮื้ออ …อ๊า…อ๊ะ” เสียงกระท่อนกระแท่นร้องครางพร้อมน้ำรักสีขาวใสไหลย้อยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
“อ่า” ชายหนุ่มที่เพิ่งจะปล่อยสิ่งเดียวกันฉีดเข้าไปในร่างกายบางเอ่ยครางด้วยอาการหอบ
ร่างเล็กที่เป็นฝ่ายขย่มอยู่บนตัวคนร่างหนาก่อนหน้านี้ล้มลงหอบอย่างหมดแรง
“ปวดหลังชะมัด” ชายหนุ่มทำหน้าเหยเก พร้อมกับแอ่นหลังเพื่อคลายอาการปวดนิดหน่อย ส่วนคนที่นอนนิ่งซบอยู่บนอกไม่ยอมขยับลุกไปไหน ได้แต่นอนยิ้มกับท่าทางคนรัก “แก่แล้วนี่ ไม่แปลกหรอก”
“โห! พูดงี้มีขึ้นนะเมียจ๋า”
“พูดผิดตรงไหนล่ะ” (- -)
“ต่อให้สาวๆแบบเมียจ๋า โดนกระแทกอึกๆๆบนพื้น ก็ไม่ไหวจะร้องเจ็บหลังเหมือนกันล่ะ หึ” งอนว่ะ ว่ากูแก่
คนตัวเล็กนอนฟังน้ำเสียงขุ่นของซึงฮยอนจึงยกหัวขึ้นมามองหน้าหล่อที่กำลังทำหน้ามุ่ยงอนอยู่
“งอนหรอ?” สองนิ้วจับปลายจมูกบิดไปมาเบา “…ถามว่างอนหรอ?”
“…” (>.<)
“ถ้างอน งั้นยกเลิกสัญญาก็ได้นะ อีกแค่สองระ…”
“งอนที่ไหนเล่า” (^^)
“ทีแบบนี้ล่ะไวเชียว” อดยิ้มไม่ได้ทุกครั้งเวลาที่หมอนี่ทำตลกใส่
“ลุกก่อนเร็ว หิวน้ำ” คนตัวเล็กค่อยไถลตัวลงจากร่างหนากลิ้งลงบนพื้น แต่ทันทีที่ร่างหนาลุกไป จึงตะกายตัวเองขึ้นมานอนพักบนโซฟาตัวเดิมที่เคยผ่านศึกมาโชกโชน มันเหนื่อยแต่ก็มีความสุข สามรอบติดโดยไม่เว้นเวลาพักแม้แต่วินาทีเดียว แถมแต่ละรอบนานซะจนเสียงแหบแห้งหมดแล้ว นายไม่ใช่อัศวินแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะทีนี้
แก่ที่ไหนล่ะ ฟิตปึ๋งปั๋งตลอดเวลาแบบนี้น่ะ
พาโบ~~ : )
.
.
“จียะ…” ชายหนุ่มที่เดินกลับพร้อมขวดน้ำเกลือแร่ในมือ มองร่างเล็กนอนขดผล็อยหลับอยู่บนโซฟาด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะเผลออมยิ้ม …เหนื่อยขนาดนั้นเลยหรอไง
ซึงฮยอนวางขวดเกลือแร่ไว้บนโต๊ะกระจก ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบกองผ้าห่มผืนนุ่มและหมอนออกมาปูข้างๆโซฟา
“ที่รัก…” มืออบอุ่นลูบเบาๆที่ผมนุ่มที่ชื้นเหงื่อน้อยๆของคนหลับ “…มานอนข้างล่างนี้มั๊ย”
“อื้ออ” คนที่หลับไหลกลับครางอย่างไม่รู้สึกตัว และพลิกหน้าหันเข้าพนักโซฟาไปทันที จนอีกคนต้องจับหันหน้ามาและถือวิสาสะอุ้มลงมานอนข้างล่างพื้นด้วยกัน
ไม่แปลกที่จะหมดแรง เราตื่นกันตั้งแต่เช้า ทั้งๆที่นอนดึก
แถมยังกลับมาทำอย่างไม่ลืมหูลืมตา …เป็นเมียชั้นนี่มันโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ หืม?
คนตัวสูงกดจูบไปที่กระหม่อมเล็ก และทำท่าจะล้มลงนอนข้างๆ แต่ก็ตกใจสะดุ้งขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อลืมไปว่ากายอ่อนนุ่มของร่างบางยังคงเปลือยเปล่า เค้าตัดใจลุกขึ้นยืนอีกครั้ง หากแต่ความขี้เกียจเริ่มครอบงำจึงเดินไปคว้าได้เพียงเสื้อสเว็ตเตอร์สีเข้มตัวใหญ่ของตัวเองมาเท่านั้น
“จียง…” เสียงทุ้มก้มลงกระซิบอย่างอ่อนโยน “…ใส่เสื้อก่อนนะ”
คิดอยู่แล้วว่าอีกคนคงไม่ตอบจึงเป็นคนสวมใส่ให้ด้วยตัวเอง …และจดจ้องไปที่ใบหน้าสวยอีกครั้ง
ตัวดี…
ยังติดหนี้สามีไว้อยู่สองรอบนะ หึหึ
แขนแกร่งวาดไปกอดก่ายร่างเล็กให้เคลื่อนเข้ามาแนบซบใกล้ๆ
ก่อนที่ดวงตาจะค่อยๆปิดลงเพราะความเหนื่อยล้า…
.
.
//ตืดดด ตืดดด//
“อื้ออ” คิ้วหนาขมวดเป็นปมอย่างรำคาญ เมื่อเสียงโทรศัพท์ที่กำลังแผดร้องอยู่ที่ไหนซักแห่งกำลังรบกวนการนอนของพวกเค้า คนตัวเล็กที่เริ่มรู้สึกตัวน้อยๆ กระชับกอดคนข้างๆแน่น
พื้นที่เล็กๆที่นอนขดกอดกันอยู่ มันไม่ต่างจากการที่ได้นอนเตียงใหญ่ที่สุดแสนจะนุ่มเลยซักนิด
เพียงแค่มีกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นยังไง ทุกอย่างที่ได้ทำด้วยกัน มันคือ ‘ความสุข’
หากแต่เสียงโทรศัพท์เจ้าปัญหายังคงกรีดร้องไม่เลิกรา จนคนที่นอนอยู่เริ่มไม่ไหวจะทน
ทำไมต้องโทรมาตอนนี้ด้วยวะ!
“ซ…ซึง รับหน่อย” (= =) เสียงแหบเล็กพูดทั้งๆที่ยังหลับตาสนิท
แต่ร่างหนาก็ตอบกลับอย่างไม่สนใจเช่นกัน “หึ”
//ตืดดด ตืดดด//
“จียง ไปรับไป โทรศัพท์นาย” เริ่มไม่ไหวละ กูง่วง!
“ไม่เอา~~ จะนอน” (><)
“งั้นไปกดปิดเครื่อง!”
คนตัวเล็กที่ยังนอนขดหลับอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนนุ่มส่ายหัวไปมาคล้ายเด็กเอาแต่ใจ “ไม่เอา~~” (><)
ไม่ว่ายังไงไอคนดื้อนี่คงไม่ลุกไปแน่ๆ ซึงฮยอนดีดตัวลุกขึ้นเสยผมอย่างขัดใจ “ชิท!”
โทรศัพท์เครื่องเล็กถูกชายหนุ่มกดปิดเครื่องและโยนกลับเข้าไปไว้ในห้องดังเดิม โดยไม่สนใจเลยว่าใครจะโทรมาหาเมียเค้ากันแน่ รู้แค่ตอนนี้ กูง่วง ไม่ไหวแล้ว
ร่างกายที่มีเพียงกางเกงนอนขายาวคุมกายเดินสะลึมสะลือกลับมาหน้าโซฟา เพื่อมานอนกอดก่ายคนรักอีกครั้ง
แต่เมื่อเห็นไอตัวดีหลัพริ้มก็อดใจไม่ไหวจนต้องเอื้อมมือไปตีที่ก้นคนดื้อใต้ผ้าห่มดังเผียะ! “อื้ออ ตีทำไม” (=o=)
มือเล็กปัดกายคนขี้แกล้งออกไปด้วยท่าทางรำคาญ หากแต่ซึงฮยอนกลับยิ้มย่องอย่างถูกใจ
ก่อนจะมุดไปใต้ผ้าห่มผืนเดิม เตรียมที่จะตีไปที่ก้นสวยอีกครั้ง ผิดกันตรงที่ครั้งนี้เค้าจะตีด้วยปากน่ะสิ
เมื่อปากซนเริ่มไล้เลีย คนที่หลับอยู่ก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบกลับทันที “อื้อออ…อ…ย่าสิ” (><)
นิ้วเรียวยาวแหวกเข้าไปในกลีบก้นมน จากนั้นค่อยๆใช้นิ้วสอดใส่เข้าไปในห่วงรักสีชมพูอย่างยากเย็น
“อ๊ะ…อื้อออ จ…เจ็บ” คนตัวเล็กตาสว่างจากการรบกวนของร่างสูงร้องอย่างเจ็บแสบ
ตรงนั้นมันทั้งแห้งและน้ำยาหล่อลื่นก็ไม่ได้ใส่ ทำให้การที่จะสอดใส่เข้าไปนั้นช่างเจ็บแสบเหลือเกิน
“นิดนึงนะ” ขาเล็กถูกอ้าออกกว้างอีกครั้ง โดยมีคนตัวใหญ่ซุกอยู่ตรงหว่างขา ปากหนาละเลียดแตะไปที่ส่วนปลายอย่างอ่อนโยน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บจากช่องทางหลังของคนรัก “อื้มมม…อ๊า”
ส่วนหน้าของคนตัวเล็กตั้งชูชันขนานกับแรงโน้มถ่วงของโลก พร้อมๆกับช่องทางที่แคบเริ่มตอดรัดนิ้วเรียวได้บ้างแล้ว
ซึงฮยอนจึงใช้มือกำรูดส่วนอ่อนไหวอย่างเป็นจังหวะ พรางชักนิ้วด้านหลังเข้าออกไปพร้อมกัน
“อ๊า…อื้อ ไม่…ห…ไหวละ อ๊า” เพียงตื่นนอนน้ำอุ่นๆก็โพยพุ่งมาจากภายในร่างสวยอีกครั้ง
ใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อหอบหายใจจากถี่รัวจนกลายมาเป็นเบาลง…ตื่นมาก็จัดเลยหรอไง
ไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนากระชากร่างเล็กที่ทำเป็นนอนนิ่งมาซุกตรงหว่างขาทันที
แต่ครั้งนี้ต่างจากที่ร่างสูงทำให้เค้า เพราะให้เจ้ามังกรน้อยของซึงฮยอนมันกลับตื่นรอเค้าอยู่แล้ว
ปากแดงเล็กอ้ากว้าง ก่อนจะค่อยครอบงำความเป็นชายของชายหนุ่มเข้าไปจนเต็มรัก
“อ่า…อื้ม” มือหนาจับกดอยู่ที่ผมสีอ่อนตามจังหวะขึ้นลงของคนสวย…อา
ปากเล็กหุบลงก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้ลิ้นลากเลียจากส่วนโคนมาจนถึงส่วนปลายของแกนกายแท่งใหญ่
ความเสียววาบแผ่กระจายไปจนทั่วกายแกร่ง “อืมม…อ่าดีมา…”
//ตืดดด ตืดดด//
คนที่กำลังเสพความสุขชะงักเล็กน้อยก่อนจะคว้ามหมับไปที่โทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกใกล้ๆ
“ซี๊ดดด อ่า…ดีจังเมียจ๋า” พูดพรางเหล่ตามองดูเบอร์ที่โทรเข้ามา
Unknow number
คนตรงหว่างขาไม่เลยแม้แต่ที่จะทำหน้าที่ตกบกพร่อง ทำเอาสะโพกหนาถึงกับอยู่ไม่ติดพื้น
ยกเด้งตามจังหวะดูดกลืนของคนรัก จนหลายครั้งที่คนตัวเล็กเกือบสำลักกับขนาดที่ทิ่มแทงมาจนถึงคอหอย
ไม่ทันที่จะกดรับเสียงโทรศัพท์ก็เงียบดับไป แต่พอจะวางโทรศัพท์กลับไว้ที่เดิม มันกลับดังขึ้นมาอีกซะอย่างนั้น
“ฮัลโหล!”
“ซึงฮยอนรึเปล่า ชั้นฮงจุนนะ” ปาร์ค ฮงจุนพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“อื้ออ…ค…รับ อ๊ะ” เสียงสะดุ้งจากร่างหน้าเมื่อคนตัวเล็กพิเรนเผลอไผลไปเล่นกับส่วนน่ารักสองลูกเล็ก
ด้านใต้ของแกนกายชายหนุ่ม
“นายโอเคมั๊ย”
“ค…ครับโอเคมากเลย” ^^”
“ตอนนี้ยองเบรถชนอยู่ รพ. ชั้นไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง โทรหาจียงไม่ติด นายอยู่ด้วยกันรึเปล่า”
“ค…ครับผม อ…อยู่ด้วยกัน และเค้าเป็นไงบ้าง” ดวงตาคมจ้องมองร่างสวยที่ตั้งใจทำอย่างพอใจ ก่อนจะใช้มือหนาข้างนึงจับลูบใบหน้าสวย และดึงขึ้นมาจูบที่ปากแดงเจ่อ
“ก็ชั้นไม่รู้ไง! นายช่วยบอกจียงรีบไปดูอาการยองเบหน่อย ชั้นเสร็จธุระแล้วจะรีบตามไป”
“อืมมม อ่า ครับ”
“นายโอเคแน่นะ ซึงฮยอน”
“ครับ ผมจะรีบบอกจียงให้นะ” ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์ไปไว้ที่เดิม
“มีอะไรหรอ”
“อ่า…ทำต่อสิ” คนตัวเล็กเร่งจังหวะการชักเข้าออกตามคำสั่งอยู่เพียงครู่ น้ำรักสีขาวไม่ขุ่นมากก็พุ่งจนเลอะแก้มนุ่ม
ร่างหนาซี๊ดปากน้อยๆ อย่างกระสันต์
“มีอะไรจะบอกชั้น” จียงเช็ดหน้าลวก พรางเอ่ยถามอีกคน
“ยองเบรถชน อยู่ รพ. น่ะ ฮงจุนฮยองโทรมา”
(O_O)! รถชน?
“วุ๊ยยย!!” ร่างเล็กสบถใส่คนตรงหน้าอย่างเสียอารมณ์ พร้อมมือบางฟาดลงไปบนไหล่หนา นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ ทำไมถึงยังให้ชั้นบริการนายจนเสร็จโดยไม่รีบบอกเรื่องที่ฉุกเฉินแบบนี้
“ตีไมอ่า” (>o<)
“นายคิดว่า ชีวิตคนมันไม่มีความหมายหรอไง” และชั้นควรทำยังไงก่อนล่ะ
“ใจเย็นก่อน”
“ยองเบ เค้าจะเป็นอะไรรึเปล่า ชั้นกลัว” ร่างสูงไม่ตอบเพียงแต่เดินไปในห้องแล้วคว้ากางเกงหนึ่งตัวในหลายร้อยตัวของจียงออกมาให้ “ใส่ซะ และรีบไป เดี๋ยวขับรถไปให้”
.
.
รถคันงามเคลื่อนที่ออกจากลานจอดรถชั้นบนอย่างรีบเร่ง… แต่ยังไม่ลืมสัญญา “เหลืออีกสองรอบนะ”
“…” จียงหันมามองค้อนด้วยสายตา มันใช่เวลามั๊ยไอบ้า
นายต้องไม่เป็นอะไรนะ…ยองเบ
TBC.

แต่ยงเบ นายต้องไม่เป็นอะไรนะ (ไรท์เตอร์คะช่วยยงเบด้วยนะคะ)
สู้ ๆ นะคะไรท์เตอร์ที่น่ารัก
#1 By nanny (115.87.87.208) on 2011-10-01 20:34