★[LF] OUR TIME (12)
posted on 18 Aug 2011 03:58 by tuatae-rh in LONG-FICTIONSTitle: ★OUR TIME
Status: 12 (END)
Author: Tuatae
Pairing: TOP x GD
Rating: Drama (?)
Genre: Genera
EP12: Happiness sadness tears sky star n’ my heaven
.
.
เป็นเวลาหลายชั่วโมง ที่เค้าเฝ้ามองร่างคนตัวเล็กข้างๆที่เอาแต่นิ่งเงียบ... ไม่พูดอะไร
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้... จียงขึ้นมาหาผมที่คอนโดด้วยใบหน้าที่ดวงตาบวมแดง
ไม่บอกก็รู้ ว่าร้องไห้หนักแค่ไหน... ในใจกลับคิดว่า... เราทำอะไรผิดอีกหรือเปล่า?
แต่พอเค้นถาม ก็เอาแต่นั่งเงียบพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ...
ผมไม่รู้จะทำยังไง... เจ็บปวดอะไรแต่กลับไม่บอกผมซักคำ
บางทีเค้าอาจจะอยากอยู่เงียบๆคนเดียว ผมจึงเลือกที่จะไปนั่งที่อื่น เพื่อไม่ให้เค้ารู้สึกแย่กว่านี้
แต่มือเล็กของเค้า กลับดึงรั้งผมเอาไว้... ทำให้ผมรู้ว่าเค้าไม่ได้อยากอยู่คนเดียว
จิตใจที่บอบช้ำนี้... ต้องการพึ่งและใครซักคน
คนคนนั้น... ก็คือผม
น้ำตาใสยังคงไหลเอื่อยๆอย่างต่อเนื่อง... ผมได้แต่นั่งอยู่ข้างๆอย่างเงียบๆและคอยซับน้ำตาที่ไหลออกมาให้แค่นั้น
ก็แค่ไม่อยากให้ดวงตาคู่สวยของผมโดนบดบังด้วยน้ำตา... สงสารจริงๆ
หัวเล็กเอนมาพิงที่ไหล่ผมคล้ายกับไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว แต่ในมือยังถือซองสีน้ำตาลแน่น
มันคืออะไรกันแน่...
ผมเพียรก้มมองใบหน้านี้ และเช็ดน้ำตาให้ตลอดเวลาที่มันรินไหลออกมา...
รอแค่ให้เค้าสบายใจ...และพร้อมที่จะพูด ไม่ว่ายังไงผมก็สามารถอยู่กับเค้าได้ทั้งคืน
.
.
ร่างเล็กยกหัวขึ้นจากไหล่แข็ง ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือแกะซองเอกสารสีน้ำตาลอย่างโรยแรง
ภายในซอง ซีดีแผ่นเล็กๆ กับจดหมายที่เรียบง่ายหนึ่งแผ่น “ซ...ซึงฮยอน ขอยืมกล้องวีดีโอหน่อยสิ”
เสียงอู้อี้เพิ่งเอ่ยเป็นครั้งแรกหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง “เดี๋ยวนะ”
เมื่อได้กล้องวีดีโอ... คนตัวเล็กค่อยๆสอดใส่แผ่นซีดีแผ่นเล็กเข้าไป ก่อนจะกดเพล
.
.
ภาพของเด็กหนุ่มหน้าตายับเยินและบอบช้ำ มีรอยแผลอยู่ทั่วใบหน้านั่งอยู่บนเตียงนอนตัวเอง
กำลังจัดท่าทางแสตนด์บายปรากฏขึ้นบนจอกล้องวีดีโอของซึงฮยอน
ทำเอาคนที่อยู่ข้างๆถึงกับตาลุกวาว... เด็กนี่!
“ขอโทษนะซึงฮยอน... นายอาจจะลำบากใจ แต่ชั้น...ฮึกก” ร่างเล็กไม่พูดอะไรต่อ มีเพียงแต่น้ำตาที่ไหลออกมา
“อ่ะ...อืม ไม่เป็นไร ...ชั้นก็อยากรู้ว่ามันคืออะไร” คืออะไร? ...เด็กนี่มันมีแผนอะไรอีก
.
.
“อ่า...เอ่อ อันย๊อง เห็นผมมั๊ย” ^^ ใบหน้ายิ้มแย้ม โบกมือทักทาย “เอ่อ...เอ่อ...คือยังไงดีอะ... ผมขอโทษด้วย ที่เมื่อวานที่ดงแฮ ผมไปส่งคุณที่บ้านไม่ได้...” เด็กหนุ่มจิ้มไปที่แผลข้างปาก “...หมามันกัดน่ะ ฮ่าๆ”
“แต่เหตุผลจริงๆที่ผมถ่ายวีดิโอวันนี้หรอ...ก็แค่อยากบอกว่าทำไมผมถึงชอบยุ่งกับคุณนัก อย่างที่คุณเคยถามผมนั่นแหละ อันที่จริงมันไม่จำเป็นต้องอัดวีดีโอใช่มั๊ย? ...แต่ผมไม่กล้าบอกคุณตรงๆนี่ มันอายที่จะพูดเรื่องอดีตและเหตุผลให้คนอื่นฟัง ...ขอโทษอีกครั้งละกันที่ไปส่งที่บ้านไม่ได้”
เค้าสูดหายใจลึก เหมือนคำพูดที่กำลังจะออกมานั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน “ผมจะจริงจังแล้วนะ อย่ากระพริบตาล่ะ ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะ ที่ดูไม่ตลก ถูกเค้นออกมา
“คุณจำผมได้ครั้งแรก ในวันที่คุณนั่งอยู่หน้าโรงหนังใช่มั๊ย...” เด็กหนุ่มยิ้มทะเล้นใส่กล้อง
“...แต่ครั้งแรกที่ผมจำคุณได้ มันไม่ใช่ที่โรงหนังนะ” ^^ ทำเอาคนที่ตั้งใจดูถึงกับเลิกคิ้วขึ้น
...นายหมายความว่ายังไง ซึงริ
“อ่า... ผมได้เดาเลย ว่าคุณคงจำไม่ได้หรอก เฮอะๆ” เด็กหนุ่มชี้นิ้วมาใส่กล้องด้วยใบหน้ากวน “ไม่อยากจะเชื่อเลย ต้องมารื้ออดีตน่าอายให้คนขี้ลืมฟัง ฮ่าๆ” ซึงริที่อยู่ในกล้องวีดีโอลุกออกไปนอกจอ
และกลับมาพร้อมของบางสิ่งในมือ จียงและซึงฮยอนพยามสังเกตว่ามันคืออะไร...
เด็กหนุ่มยื่นหุ่นยนต์โรบอทที่สีดูซีดจางจากกาลเวลามาใกล้หน้ากล้อง “คุ้นมั๊ย? ...พอจะจำอะไรได้บ้างรึเปล่า”
หุ่นยนต์... คุ้นจัง
คลับคล้ายคลับคา... แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
“ไม่เอาละ ผมไม่ให้คุณนึกละ... ตอนนั้นกี่ปีมาแล้ว ผมก็จำไม่ได้ ...มันค่อนจะข้างลางเลือนสำหรับผมนะ
ผมจำได้ว่า... วันนั้นตอนเย็นผมถือไอหุ่นยนต์เนี่ยออกไปเล่นนอกบ้าน” เค้าชูมันขึ้นอีกครั้ง “...แต่มันดันมีไอพวกแก๊งกระจอก ไม่มีปัญญาซื้อของเล่น มารุมและพยายามจะแย่งผม พอพูดแล้วก็เคือง!” เค้าโยนหุ่นยนต์ตัวเดิมไปบนที่นอนข้างๆ
ภาพเหตุการณ์ ที่ดูเหมือนจะถูกลบไปจากหัวของร่างบางที่นั่งจ้องวีดีโอภาพตาไม่กระพริบ
เหมือนมันได้เวียนกลับมาอยู่ในความทรงจำเค้าอีกครั้ง...
เย็นวันนั้น เป็นวันที่เค้ากับพี่สาวกำลังเดินกลับบ้าน
แต่ก็เห็นเด็กตัวเล็กคนนึง ถูกรุมทำร้าย... พี่สาวเลยเข้าไปจัดการพวกนั้นซะอยู่หมัด
เด็กคนนั้น... นาย?
“คุณอาจจะจำได้แล้วก็ได้มั้ง... แต่ผมจะพูดต่อ ...และก็มีนูน่าใจดีคนนึงเข้ามาช่วยจัดการกับไอเด็กยาจกพวกนั้น
เค้าวิ่งตามไปไกลเลย ผมยังจำภาพผู้หญิงกล้าหาญคนนั้นได้ติดตา เค้าเจ๋งจริงๆ คุณว่ามั๊ย? ...แต่ผมนี่สิได้แต่ร้องไห้เพราะถูกทำร้าย แต่ข้างๆผมยังมีฮยองใจดีอีกคนอยู่ด้วยนะ เค้าใจดี อ่อนโยน ช่วยพยุงผม แม้สีหน้าจะดูเกร็งๆ แต่ผมรับรู้ได้ว่า เค้าจริงใจ และเป็นห่วงผมจริงๆ” เด็กหนุ่มยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองที่กล้องต่อ
“แต่หลายปีผ่านไป ผมโตขึ้น เรื่องราวพวกนี้ มันก็ถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา... แต่เหมือนกับพระเจ้าเล่นตลก ใครจะเชื่อ ว่าผมจะได้เจอคุณอีก... ครั้งแรกที่เจอคุณผมพยายามคิดอยู่นาน ว่าทำไมต้องคุณ ทำไมต้องเป็นคุณที่ผมรู้สึกแบบนี้ ผมยิ้ม ผมรู้สึกดี และใจเต้นเมื่อเจอคุณ... และความทรงจำเก่าๆมันก็กลับเข้ามาในหัวผม... คุณ คือ ฮยอง ใจดีคนนั้น... มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่ผมจะรู้สึกแบบนี้กับคุณ”
รอยยิ้มบางๆ เผยออกเป็นครั้งแรกหลังจาก ที่นั่งดูวีดีโอแห่งความทรงจำแผ่นนี้
“แต่มันไม่ใช่การเจอที่ดีเท่าไหร่... และมันไม่แปลกที่คุณค่อนข้างที่จะรำคาญผม ฮ่าๆ
เป็นเดือนๆที่ผมพยายามโทรหาคุณ... แม้รู้ว่าโทรไปหาคุณ คุณก็ด่าหรือไม่ก็กดสายทิ้ง... อันนี้มันเจ็บปวดนะ”
แม้เรื่องนี้เค้าจะเคยได้ยินจากปากจียงแล้วก็ตาม ว่าเด็กนี่มาจีบจียงที่โรงหนัง
เป็นครั้งแรกที่เค้ารู้สึกดีหลังจากเห็นเด็กนี่พร่ามเรื่องราวต่างๆมากมาย
รู้สึกดีที่จียงมั่นคงต่อเค้า... และพยายามจะปฎิเสธเด็กนั่นไป ^^
“แต่ความพยามของผมก็เป็นผลใช่มั๊ย... วันนั้นผมเกือบจะเลิกหวังอะไรกับคุณแล้วด้วยซ้ำ
แต่แล้ว... คำอนุญาติคำนั้น มันก็ออกมาจากปากคุณ... มันเหมือนกับผมได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ความรู้สึกนี้... ผมก็ยังไม่กล้าบอกคุณอยู่ดี ว่าวันนั้นผมคลั่งมากแค่ไหน ฮ่าๆ ผมเหมือนคนบ้าเลยล่ะ” รอยยิ้มเขินๆของเด็กหนุ่มทำเอาคนตัวเล็กยิ้มตาม
แต่อีกคนที่ดูอยู่ด้วยกลับหน้าบึ้ง... อนุญาติงั้นหรอ? เหอะๆ... คุณจียงผู้ใจดีของผม (- -*)
“เรามีโอกาสได้ไปนัมซานด้วยกัน...และซื้อดอกไม้ไปไหว้หลุมศพพ่อผม วันนั้นอาจจะเป็นวันที่คุณรับรู้ถึงความเป็นตัวตนของผมจริงๆก็ได้มั้ง... ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ และผมคิดว่า ทุกอย่างสำหรับเรามันเหมือนจะเรื่มดีขึ้น จนกระทั่งวันนั้น วันที่ผมไปหาคุณที่ห้อง... คุณนอนไม่สบายอยู่บนเตียง รอยช้ำทั่วตัวพวกนั้น บอกตรงๆมันทำให้ผมเจ็บใจมาก ...คุณมีคนรักแล้ว แต่นั่นผมไม่สนหรอก...”
ไม่สนหรอ... แม้เค้าจะมีคนรักแล้วแกก็ไม่สนหรอ เฮอะ!
แกนี่มันเด็กประเภทไหนวะ
จียงนอนหมดสติ...ไม่สบาย เรื่องนี้นายไม่ได้เล่าให้ชั้นฟังนี่ O_O
วันไหน ตอนไหนที่นายถึงกับหมดสติ!
ชายหนุ่มพยายามหันหน้าไปทางคนตัวเล็ก
แต่ดวงหน้าสวยยังคงจับจ้องอยู่ที่กล้องวีดิโอไม่สนใจสิ่งใด
“ที่ผมสนก็คือ... สิ่งที่เค้าทำกับคุณ มัน ป่า เถื่อน... ใบหน้าที่ซีดเซียวของคุณบนเตียง มันทำให้ผม แทบอยากจะไปฆ่าไอบ้านั่นเลย ...ยังไงก็แล้วแต่ เพราะเค้า... ผมถึงได้มีโอกาสใกล้ชิดคุณมากขึ้น อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องขอบใจดาราคนนั้น ถ้าเป็นผม คุณจะไม่มีวันต้องตกอยูในสภาพแบบนั้นเลย ผมพูดจริงๆนะ...” เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง
แต่อีกคนที่นั่งดูอยู่กลับรู้สึกผิด และรู้สึกว่าสิ่งที่เค้าทำนี่มันช่างโหดร้าย
และป่าเถื่อนอย่างที่เด็กนี่พูดจริงๆ ...และจียงก็ยังเลือกที่จะให้อภัยเค้า...
“ชอบมันมั๊ย กาโฮอะ... ผมว่ามันชอบคุณมากกว่าผมนะ ถึงผมจะซื้อมันมาก็เหอะ... มันเป็นหมาที่ขี้ประจบจริงๆ ประจบกับทุกคน ยกเว้นผม ก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน... เอาเป็นว่า ผมยกมันให้คุณละกันนะ”
เอ๋... ยกกาโฮให้ชั้นงั้นหรอ...
อีกสิ่งที่คุณน้าจะให้คือเจ้ากาโฮนี่น่ะหรอ
“และมีอะไรที่อยากได้อีกมั๊ย...” รอยยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนส่งมาทางกล้องอีกครั้ง “...ถึงอยากได้ผมก็ไม่มีอะไรให้คุณแล้วล่ะ ฮ่าๆ ...ให้คุณไปหมดแล้ว แม้แต่หัวใจของผม ...มันอาจจะดูเชยและไม่ค่อยเหมาะกับผมเท่าไหร่นัก
ไอคำพูดแบบนี้ ...แต่ผมชอบนะ ก็มันเป็นเรื่องที่ผมรู้สึกจริงๆนี่”
ราวกับมีสิ่งของแปลกปลอมจุกอยู่ในลำคอเล็ก...
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้า
“ตอนนี้... คุณมีความสุขดีอยู่รึเปล่า...” ดวงตาของเด็กหนุ่มเริ่มแดงกล่ำและสั่นเครือ มันดีใจ ที่ได้รู้ว่าอีกคนจะมีความสุข แต่เป็นเค้าที่อยู่เฝ้ามองอีกคนไม่ได้นาน “...อยู่อย่างมีความสุขล่ะ ถ้าผมไม่ไปไหน ผมสัญญาว่าจะทำให้คุณมีความสุขในวันที่คุณเศร้า หัวเราะในวันที่คุณร้ อ ง...ไ ห้” มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ “อ่า ไหลออกมาได้ยังไงกันนะ น้ำตามันไม่ค่อยเข้ากับผมเท่าไหร่เลย...”
คนตัวเล็กส่ายหัวไปมา ทั้งน้ำตา... นายยังยิ้มอยู่อีกหรอซึงริ
แม้ว่านายจะร้องไห้ และเจ็บปวดขนาดนี้...
“พระเจ้านี่ร้ายนะ... ให้ผมได้เจอคุณอีกครั้ง ในวันที่หัวใจคุณไม่เหลือที่ว่างแล้ว และผมไม่ต้องการที่ว่างที่เหลือไว้ให้แต่น้องชาย หรือแบบอื่นที่ไม่ใช่คนรักนะ ...แบบนั้นไม่เอา...” น้ำเสียงที่ดูมั่นใจ ขัดกับใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา
“...พอแล้วล่ะ ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ^^ สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คงมีแค่นี้ล่ะ ได้บอกความในใจที่ไม่กล้าบอกกับคุณด้วยตัวเอง เอาเป็นว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมเอาวีดีโอแผ่นนี้ไปให้คุณละกัน ต่อจากนี้คุณจะคิดยังไงก็แล้วแต่...
หรือจะเลิกติดต่อกับผมไปเลย ผมก็ไม่ว่า... เพราะผมไม่คิดจะรู้จักคุณไม่ฐานะพี่ชายอีกต่อไป
แต่ถ้าคุณยังสงสารหรืออาลัยอาวรผมในฐานะน้องชายล่ะก็... ฮ่าๆ ...ผมบอกได้เลยว่า ชีวิตคุณได้มีปัญหากับซึงฮยอนดาราหนุ่มป่าเถื่อนคนนั้นแน่ๆ ผมเอาจริงนะ... มันไม่ควรจะยืดเยื้อให้เสียเวลาแล้วล่ะ ที่ผ่านมาผมได้รับความสุขเพียงพอแล้ว ต่อให้หลังจากนี้ไปคุณจะไม่เลือกผมก็ตาม... ให้คุณรู้ไว้ว่า...ผม ดี ใจ ที่ เจอ คุณ อีกครั้ง” รอยยิ้มจากใบหน้าเดิมทอดมองมายังกล้องวีดีโอสื่อสารอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ดูมีความสุข ผสมปนเปกับน้ำตาที่เคยไหลมาก่อนหน้านี้
เด็กหนุ่มลุกขึ้นจากที่นอน และภาพบนกล้องวีดีโอก็ดับวูบไป...
.
.
ซึงฮยอนที่ได้แต่นั่งจ้องมองคนรัก เค้าไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น
ร้องไห้...อีกแล้ว
เพราะคลิปวีดีโอความในใจของเด็กนี่น่ะหรอ...
“จียง...ขอถามอะไรหน่อยได้มั๊ย” น้ำเสียงเข้มถามขึ้น ทำให้อีกคนที่ดวงตาบวมฉึ่งหันมา
“...”
“ทำไมต้องฟูมฟายถึงเด็กนี่มากมายขนาดนี้ นายเสียใจหรอ ที่เลือกชั้น และต้องตัดเด็กนั่นออกไปจากชีวิต”
“ซ...ซึงฮยอน!”
“ชั้นก็ไม่ได้อยากคิดแบบนั้น... แต่นายมาหาชั้น และก็เอาแต่เงียบ ร้องไห้ และดูวีดีโอแผ่นนั้นจนจบและร้องไห้อีกครั้ง มันมีเรื่องอะไรที่ต้องเสียใจกันแน่” ก็แค่ไม่เข้าใจ... นายเสียใจที่เลือกชั้นงั้นหรอ จียง
ไม่รู้จะอธิบายยังไง... มันยากเหลือเกินที่จะบรรยายออกมา
ใช่ เค้าอาจจะรู้สึกเสียใจ เสียใจที่ไม่ได้ลาซึงริเป็นครั้งสุดท้าย
เสียใจที่ไม่รู้อะไรเลย...
และเสียใจที่เค้าห้ามความรู้สึกโศกเศร้านี้ไม่ได้...
“ค...เค้า...ไปแล้วซึงฮยอน ฮึกกๆ” ริมฝีปากบางที่พยายามเอ่ยออกมา...สั่นระริกคล้ายพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
“ไปไหน! คืออะไร”
“ฮึกกๆ ...ส ...วรรค์ ฮืออออๆ ฮึกก”
“...” O_O
“ฮือออๆ เค้าไม่อยู่แล้ว นายเข้าใจมั๊ย ฮึกก ชั้น...บอกไม่ถูก ชั้นเสียใจ ชั้นสงสาร...” คนตัวเล็กที่พรั่งพรูคำพูดออกมา ทำเอาอีกคนสะเทือน...
นายจากไปแล้วอย่างนั้นหรอ...
แม้เค้าจะไม่เคยรู้สึกดีกับเด็กนี่... แต่เมื่อเห็นอีกคนร้องไห้หนักขนาดนี้
เค้ากลับรู้สึกสงสารในโชคชะตา... ที่มาเล่นตลกกับเด็กคนนั้น
ถ้านายเจอเค้าก่อน... ชั้นอาจจะไม่ได้รู้จักนาย
และตอนนี้เค้าอาจจะเป็น... คนรักของนายอยู่ก็ได้ จียง...
มือใหญ่ดึงตัวคนตัวเล็กเข้ามาโอบกอดไว้...
มันไม่ผิดที่นายจะเสียใจ... ถ้านายไม่เป็นนายแบบนี้
ชั้นก็อาจจะไม่ได้ชอบนายก็ได้...
จียงที่ขี้สงสาร
ใจดีกับทุกคน แม้บางทีปากจะไม่ตรงกับใจ
... คนที่อ่อนโยนและอ่อนไหวง่าย
ทุกอย่างที่ทำให้นายเป็นนาย... มันทำให้ชั้นรัก
“ชั้นขอโทษนะ... ที่ถามแบบนั้น”
“ฮึกก... ไม่เป็นไร นายมีสิทธิ์ที่จะคิดแบบนี้”
คนตัวใหญ่ทำหน้าที่ซับน้ำตาให้คนตัวเล็กอีกครั้ง... แม้จะช่วยอะไรได้ไม่มาก
แต่แค่ได้อยู่ข้างๆเวลาที่คนรักเจ็บปวด มันอาจจะเป็นสิ่งที่สำคญกว่าก็ได้
มือขาวบางค่อยๆล้วงหยิบกระดาษสีขาวที่พับอยู่ออกจากซองสีน้ำตาล
...เค้าค่อยๆคลี่มันออกอย่าระมัดระวัง
สายตาไล่อ่านอย่างตั้งใจทีละบรรทัด
.
.
ถึง จียง
ถ้ าคุณ เริ่ มอ่ านมั นเ มื่อไห ร่... วั นนั้น เป็ นวันที่ผ มกำลั งเฝ้ ามอ งคุ ณอ ยู่จากที่ ที่ไ กลแ สนไกล
ค วาม รู้สึก ขอ งผ มทั้ง หม ด ผมค งไ ม่สา มารถจ ะเขี ยนมั นอ อกมาได้...
ถ้าเ ขีย นอาจ จะต้ องใช้ กระ ด าษห ลายพั นหลาย หมื่ นใบ ถึ งจะบรร ยายมั นออ กมาได้ ทั้ งหมด
คุณ ค งไม่รู้ห รอก ว่าผ มอยู่ที่ไหน อา จ จะเป็นซักที่บ นท้อง ฟ้าที่กว้า งใหญ่นี้
แค่ ให้คุณรู้ ว่า ไม่ว่า คุณจะ มีความ สุข หรือโศกเศ ร้าเสียใจ ยังเป็น ผมที่ยังคงเฝ้า มองคุ ณอยู่
แม้จะเป็นตัวอักษรที่ขยุกขยิกไม่เป็นระเบียบ
มันก็ทำให้ดวงตากลมเริ่มรื้นน้ำตาอีกครั้ง...
ห ลัง จา กที่ผ มได้ รู้จั กคุ ณ ก ารอ้อ นว อนข อชีวิ ตต่อ พระ ผู้เ ป็น เจ้ า
คือ สิ่ งที่ ผ ม ทำทุ กครั้ งก่อน จะหลั บตาล งทุ กคืน
ให้ผมไ ด้มีชี วิตอยู่เพื่อได้ อยู่ใกล้คุ ณต่ออีก ซักพัก...
...ข อใ ห้ผม ตื่นมายัง มีล มหายใจ เพื่อได้เจ อคุณ อีกซัก วัน
ฮึกกก ซึงริ... ทำไมนายทำแบบนี้... ฮึกกกๆ
น้ำตาที่เอ่อล้นทำให้ตัวหนังสือเล็กพร่ามัวจนไม่สามารถอ่านต่อได้...
มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาให้ออกไปจากใบหน้า...
เค้ายังอยากที่จะรับรู้ความรู้สึกของซึงริต่อ
แต่ มั นคงห มดเว ลา ของผม แล้ว จริงๆ ผมไม่สา มา รถยื้ ออ ะไร ได้อีก ต่อไปแล้ว
คว ามสุ ขข องผมที่ได้รั บจา กคุณ นั้นมัน ช่าง มา กมาย...
มากมา ยซะจน น้ำต าที่เค ยไหลเพร า ะความ หวาดก ลัว นั้นได้ แ ห้ง เหือด ไป
ฮึกก...ซึงริ ...นายมันเด็กโง่ ฮืออๆ TT_TT
คนตัวเล็กหลับตา... เพื่อไล่ให้น้ำตาไหลออกไปให้หมด
ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อพยายามอ่านบรรทัดต่อไป...
ขอบคุณ... ที่พร ะเจ้าให้ ผ มได้มาเ จอกับ คุณ แม้มันจะ เป็นช่วง เวล าสั้นๆก็ ตาม
ควา มทรงจำ นี้ ผ มไม่อยา กให้คุณลื มมัน ไป ...ได้โปรดเก็ บมันเอ าไว้ด้วย
แ ละสิ่งที่ผม ยัง คงอ้อนว อนต่อ พระผู้เป็นเจ้า ก่อนจะหลั บตาล งเ ป็นครั้ งสุด ท้าย
คำ ขอนั้ นมันก็ ยังคงเป็นคุณ... จียง
ซึงริ
จดหมายแผ่นบางไหลร่วงลงจากมือเล็กที่สั่นเทา...เพราะแรงสะอื้น
เหมือนหัวใจโดนทุบแหลกสลายด้วยของแข็ง
เจ็บจนเหมือนจะขาดใจมันเป็นแบบนี้เองน่ะหรอ
ร่างเล็กทรุดลงกับพื้น ปล่อยโฮร้องไห้เสียงดังอย่างไม่แคร์ใคร
“ฮือออๆๆ น...นายมันบ้า ซึงริ ฮึกกกๆ ฮืออออออ”
จียง...
คนที่ได้แต่เฝ้ามองอยู่ข้างๆ ไม่รู้จะทำยังไง แต่เห็นคนรักเป็นแบบนี้
มันไม่ได้รู้สึกดีเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นเค้าเจ็บปวด...
สิ่งที่ผมได้รับและรู้สึกได้ มันก็คือความเจ็บปวดเหมือนกัน
หากแต่ ผมเจ็บปวดเพราะเค้า กำลังเจ็บปวด...
น้ำตาใสพาลจะไหลตามคนตัวเล็กที่กำลังร้องฟูมฟายเหมือนกำลังจะขาดใจ
เค้าลงไปนั่งคุกเข่าข้างๆร่างเล็ก ก่อนจะเอื้อมกอดจากด้านหลังแน่น
ช่วยหยุดร้อง...ได้โปรดจียง
“อย่าร้องอีกเลยนะจียง” ถึงจะพูดแบบนั้น... มันก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี
ร่างเล็กยังสะอึกสะอื้นในอ้อมกอดเค้าไม่เลิก ปากคมกดจูบไปตามกลุ่มผมนุ่ม
...อย่าร้องอีกเลย จียง
ยิ่งเห็นนายเจ็บปวด...หัวใจของชั้นมันเหมือนกับจะสลายอยู่แล้ว
ชั้นห้ามมันไม่ได้ซึงฮยอน...
ไอน้ำตาบ้านี่มันไมยอมหยุดไหลซะที...
มือเล็กยกขึ้นกอดแขนแกร่งที่โอบกอดตัวเองแน่น
ราวกับว่าหัวใจที่อ่อนแอ กับร่างกายที่อ่อนล้า ...กำลังได้รับพลังจากแขนอบอุ่นนี้
“ฮึกกก ซ...ซึงฮยอน ฮือออ”
“เค้าจะไม่สบายใจนะ... ถ้าเห็นนายร้องไห้แบบนี้” เสียงทุ้มต่ำพยายามปลอบ
“ฮึกกก ...มัน ...ไม่ยอม ฮึกกก...หยุดไหล ฮือออ”
คนตัวใหญ่จับอีกร่างหมุนเข้ามาหาตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ ใช้นิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาให้ออกจากใบหน้าสวย
“เค้าจะไปอย่างมีห่วงนะ ถ้านายยังร้องไห้อยู่แบบนี้”
“ฮึกกก ...ชั้น..จะ ฮึกกก ...หยุดร้อง ฮึกกก” น้ำเสียงสะอื้นพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
ยิ่งเห็นคนตัวเล็กพยายามก็ยิ่งรู้สึกสงสาร...
นายมันโชคดีรู้มั๊ย.. ซึงริ เค้ารักนายโดยปราศจากข้อสงสัยเลยล่ะ
คนตัวใหญ่ยิ้มบางๆ ก่อนจะเคลื่อนตัวไปกอดร่างบางอีกครั้ง
ขอให้การที่จียงได้รู้จักนายครั้งนี้... เป็นสิ่งดีๆสิ่งหนึ่งในชีวิตของเค้านะ
ลาก่อน...
..
ร่ายกายที่สะบักสะบอมโซเซกลับมาถึงบ้าน... ในวันเดียวกับวันที่จียงมาทานอาหารบ้านแม่
แม่ตกใจมากเมื่อเปิดประตูออกมาเจอเค้า... แต่เค้าก็ยังยิ้ม และบอกว่า ‘ผมไม่เป็นไรครับ’
เหมือนทุกๆครั้ง... พูดเสร็จก็เดินขึ้นไปอยู่บนห้อง...
แม่รู้ว่าบ่อยครั้งที่เค้ามักจะมีเรื่องทะเลาะกับคนอื่นจนได้แผลอยู่หลายที
แต่ครั้งนี้ต่างจากทุกครั้ง... เค้ายิ้มอย่างมีความสุข และดูเหมือนจะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป
จนตอนเช้า...เค้าตื่นมาและบอกว่า จะออกไปทำธุระ...
แม่พยายามบอกเค้าว่า ‘ยังไม่หายดี ช่วยรอให้หายดีก่อนได้มั๊ย? แม่เป็นห่วง’
รอยยิ้ม... เค้าส่งรอยยิ้มมาให้แม่ เป็นรอยยิ้มที่ดูสดใส และหมองเศร้าในเวลาเดียวกัน
และเดินหันหลังออกไป...
ณ วินาทีนั้น ภาพแผ่นหลังของเค้าตอนเดินไปมันทำให้แม่รู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก
แต่ก็ไม่สามารถรั้งเค้าไว้ได้...
และตอนเย็นของวันเดียวกัน... แม่ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนเค้า
เป็นการรับโทรศัพท์ที่ทำให้แม่เหมือนจะขาดใจตรงนั้นเลย
‘ซึงริเค้าอยู่โรงพยาบาลครับ โดนรุมทำร้าย’
‘ซึงริเค้าอยู่โรงพยาบาลครับ โดนรุมทำร้าย’
‘ซึง ริ เค้า อยู่ โรง พยา บาล ครับ โดน รุม ทำ ร้าย’
คำพูดนี้มันก้องวนไปมาในหัว แม่ไม่ได้ยินว่าเด็กคนนั้นพูดอะไรต่อ
เพียงแค่นี้...หัวใจของงแม่ก็แทบสลายไปตรงนั้น
ที่โรงพยาบาล...
ร่างกายที่บอบช้ำของเค้าเต็มไปด้วยสายต่างๆที่ระโยงระยางไปทั่วทั้งร่าง
ดวงตาหรี่ปรือมองมาทางแม่อย่างอาวรณ์...
และรอยยิ้ม... รอยยิ้มที่นึกว่าจะไม่ได้เห็นอีกต่อไปแล้ว ทอดมองมาที่แม่
มันเป็นรอยยิ้มที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของแม่...
เรี่ยวแรงและกำลังของเค้า มันไม่เหลืออีกต่อไป
เค้าสื่อสารกับแม่ผ่านกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กๆ
‘แม่ ต้อ ง ดูแ ลตัว เองนะ เ ข้ มแข็ ง ไว้ ผม จ ะอ ยู่ใก ล้ ๆแม่ ตล อด เวล า’
เป็นสิ่งแรกที่เค้าพยายามเขียนมันออกมา... แม้มันจะยากที่จะเขียนขนาดไหน
มันเจ็บปวดที่เห็นรอยยิ้มทั้งน้ำตาของเค้า... เค้าบอกว่า เค้ามีความสุข และอยากให้แม่มีความสุข
และเค้าก็ยื่นกระดาษแผ่นสีขาวอีกแผ่นออกมาให้แม่...
‘ฝาก... ให้ จีย ง... …ผม รั ก...แ ม่’ คำนี้เป็นคำสุดท้ายที่แม่ได้ยินจากปากของลูกชาย
ก่อนที่เค้า...จะหลับไป ...อย่างไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก
.
.
สถานที่นี้คนที่นอนสงบข้างใต้เคยพาเค้ามา... แต่วันนี้เค้าต้องมาอยู่ที่นี่ซะเอง
ลมหนาว...พัดผ่านมาทำให้ร่างกายที่ยืนสงบอยู่หน้าป้ายหินอ่อนรูปไม้กางเขนสีขาวสั่นเทา
ชั้นจะมีความสุข...และจะไม่ลืมเรื่องของนาย
ขอให้นายจากไปอย่างสุขคตินะ... ซึงริ
“จียง...และสรุปเค้าเป็นอะไร” คนตัวเล็กที่หลับตาพริ้มลืมตาขึ้นมา เมื่ออีกคนกระซิบข้างหู
“อวัยวะภายในบอบช้ำ...และโรคหัวใจกำเริบ”
“เค้าเป็นโรคหัวใจหรอ” คนที่หันไปยืนสงบนิ่งหันกลับมาทำหน้าดุใส่ดาราหนุ่ม
“ถ้าไม่เป็นแล้วจะกำเริบได้มั๊ยล่ะ! ไม่คิดจะสงบนิ่งทำความเคารพเค้าหน่อยหรอไง”
ทำเอาอีกคนทำหน้าหงอย “ขอให้นายไปสู่สุขคติละกัน ทุกเรื่องที่นายทำ ชั้นอโหสิกรรมให้”
น้ำเสียงทุ้มพูดจนอีกคนที่ยืนนิ่งหันมาบิดที่แขนเรียว “พูดซะดังเลย! ในใจเป็นมั๊ย ในใจอะ!”
โหดจริงๆเลย...
คนตัวโตที่ไม่ได้อยากมานี่เท่าไหร่ ขยับแจ็คเก็ตและหยิบแว่นดำกลับมาสวมเหมือนเดิม
“พอรึยัง... จะพูดอะไรนักหนา” -_-
“เงียบไปเลย!”
“ครับ” (_ _)
หลังจากที่คนตัวเล็กพูดคุยกับร่างที่นอนนิ่งใต้พื้นดินเสร็จก็หันกลับมาทางอีกคนที่ยืนรออยู่
“ไปกันเถอะ...” ^_^
“สบายใจแล้วนี่... นึกว่าจะคุยกันยันมืดซะอีก”
มือเล็กยกขึ้นตบกระบาลคนที่งอนไม่รู้เรื่อง “โอ๊ยย เจ็บนะ”
“วันนี้ชั้นจองนายทั้งวันนะซึงฮยอน” ^_^
“ได้ยังไง...ชั้นเป็นดาราดังนะ” ใบหน้าเจ้าเล่ห์เคลื่อนไปใกล้คนตัวเล็ก “...ไหนล่ะค่าจ้าง”
ร่างบางไม่ตอบเพียงแต่ส่งยิ้มหวานให้ ^_^
ก่อนจะใช้มือเล็กค่อยๆ เลื่อนคอเสื้อกว้าง เผยให้เห็นเนินไหล่ขาว
ซึงฮยอนรีบดึงแว่นที่เกะกะออกจากตาทันที
O_O
งาม...งามมาก
ฮวงจุ้ยนี้งามมาก ขาว...เนียน...โอยยยย -,.-
เค้ากลืนน้ำลายลงคอดัง เอื๊อก!
นี่ถือว่าเป็นค่าจ้างที่เจ๋งที่สุดตั้งแต่เคยทำงานมาเลย
เห็นอีกคนทำหน้าตลกจึงรีบดึงคอเสื้อขึ้น
“ถ้าทำงานได้ดี...ค่าจ้างอาจจะแพงกว่านี้ก็ได้นะ” เป็นอีกคนที่ทำใบหน้ายั่วยวน
“ค...ครับ ...ผมจะตั้งใจทำอย่างเต็มที่เลย”
“อี๋~ ไอหื่น” คนตัวเล็กยิ้มก่อนจะใช้มือผลักเบาๆ ไปที่ใบหน้าที่กำลังจะเคลื่อนมาใกล้ตัวเองอีกครั้ง
“อะไรอะ...ขอค่ามัดจำก่อนก็ไม่ได้หรอ” -.-
“โนจ้ะที่รัก ไม่มีค่ามัดจำอะไรทั้งนั้น” ^_^ นิ้วชี้ถูกยกขึ้นมาแตะที่ปากเรียวของอีกฝ่าย
ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นและขยับผ้าพันคอที่ดูไม่เข้ารูปของร่างบาง
ก่อนจะหยิบแว่นเดิมขึ้นมาสวมใส่อีกครั้ง และเดินนำหน้าไปอย่างงอนๆ
“ไปได้แล้ว ไอหมวยขี้งก” พูดพร้อมกับดึงมือเล็กออกเดินตาม
อะไรของเค้า...งอนเป็นเด็กๆไปได้ “เทมโป!”
“หื...อุ๊บบ” ร่างสูงที่อยู่ข้างหน้าหันหลังกลับมา ตาคมเบิกค้าง...
เมื่อคนตัวเล็กเขย่งตัวขึ้นและปากนุ่มก็แตะอยู่ที่ปากเค้าพอดี
ดวงตาที่หลับพริ้มทำให้เห็นคนตายาวแพรยาวสวยอย่างชัดเจน
จะมีใครที่ปั่นป่วนหัวใจชั้นได้เท่านาย... จียง
หลังจากความตกใจ กลับกลายเป็นความหวานฉ่ำที่เติมเต็มให้กัน
แขนแกร่งโอบกอดรอบเอวของร่างบางแน่น... และบรรจงจูบตอบกลับอย่างอ่อนโยน
ลมหายใจอุ่นๆที่ส่งผ่านถึงกัน... มันช่างอบอุ่นจริงๆ เมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น
“พ...พอได้แล้ว มัดจำมากเกินไปแล้วนะ” ร่างบางผละตัวออกและเบือนหน้าที่แดงกล่ำไปอีกทาง
ทำกันแบบนี้ ชั้นไม่อารมเที่ยวต่อหรอกนะ “อ่า...ไม่อยากไปไหนแล้วอะ อยากกลับห้อง”
“ไม่ต้องทะลึ่ง! วันหยุดยาว ชั้นอยากไปเที่ยว”
“โห...”
“ห้ามโหนะจ๊ะ สัญญากันแล้ว มัดจำแล้วด้วย” พร้อมส่งยิ้มให้คนตรงหน้า “...หันหลังไป”
“เอ๋??”
“หัน - หลัง - ไป” แม้จะไม่รู้เหตุผล แต่ก็ยอมหันหลังตามคำสั่งเสียงแหลมอย่างว่าง่าย
“อะ...โอ๊ย!!” เสียงทุ้มร้องขึ้น เมื่อร่างบางกระโดดขึ้นมาขี่บนหลังของตัวเอง
“เล็ท โก เชว ซึง ฮยอน ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะสดใสทำเอาคนที่กลายเป็นม้าอดยิ้มตามไม่ได้
คนตัวโตกระชับคนตัวเล็กขึ้นบนหลัง “เกาะแน่นๆล่ะ ชั้นซึงฮยอนร้อยแรงม้านะ ฮ่าๆ”
“อ๊า...หยุดได้แล้ว” เสียงของคนตัวเล็กหวีดร้องขึ้น เมื่อคนเป็นม้าวิ่งเร็วเหลือเกิน
“หยุดไม่ได้แล้ว”
“ท...ทำไม๊” ><
“หยุดรักนายไม่ได้แล้ว ...จียงงงงง” ^0^
น้ำเน่า...
Fin ~
จบแล้วนะค๊ะ ;))
ตอนพิเศษว่ากันอีกที ขอบคุณค๊าบบบ ;D

เศร้า TT
แต่ตอนจบ หวานมากเลยค่า
#1 By flylifeg on 2011-08-18 21:30