your code here

❤[SF] FIRST & FIRST (Special)

posted on 09 Jul 2011 01:41 by tuatae-rh  in SHORT-FICTIONS

Title: First & First (Special)
Status: SF
Author: Tuatae
Pairing: TOP x GD
Rating: General (?)
Genre: NC-17

 

.

.

 

เรายังดำเนินชีวิตของเราในรูปแบบเพื่อน...อันที่จริงผมยังพูดใหม่หมด มันคือเพื่อนแต่เป็นในรูปแบบของแฟน (- -) หรือผมควรจะพูดว่าเราเป็นแฟนที่ยังคงสถาณะเพื่อนกันดีล่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้ผมขอหยุดจากการอธิบายความสัมพันธ์ที่เราเป็นอยู่ก่อนละกัน เอาง่ายๆว่า ‘เราเป็นแฟนกันแต่ยังบอกใครไม่ได้’

 

ชายหนุ่มเจ้าของห้องลุกย้ายจากหน้าคอมพิวเตอร์มานั่งอยู่บนโซฟากัมมะหยี่สีแดงกลางห้อง พลางอมยิ้มด้วยใบหน้าสบายใจ เมื่อกำลังนึกถึงใบหน้าหวานกับรอยยิ้มที่สดใสของคนรัก แม้แต่เสียงดังของ ‘เดอะซิมสัน’ การ์ตูนเรื่องโปรดในทีวีก็ยังไม่น่าสนใจเท่าภาพในหัวของเค้าตอนนี้เลย

 

หยุดคิดถึงไม่ได้เลยมันคงเป็นแบบนี้นี่เอง...

 

ติ๊ง ต่องงง ~~

 

หลังจากได้ยินเสียงใสของออดหน้าประตู เค้าก็รีบกระโจนลุกออกจากที่ทันที แม้ว่าจะนัดเจอกันที่ห้องทุกเย็น แต่ทำไมรู้สึกเหมือนเวลาที่ได้เจอกันมันช่างน้อยนิดซะเหลือเกิน

 

“มาหาใครครับ”

 

เหมือนทุกๆครั้ง เค้ายังคงลีลาไม่ยอมเปิดประตูเพียงเพื่อจะหยอกถามว่าคนด้านนอกมาหาใคร หากแต่มันผิดกันตรงที่ทุกครั้งจียงจะต้อล้อต่อคำกับเค้าด้วยใบหน้าน่ารัก แต่ครั้งนี้เค้ากลับทำหน้าตาอึดอัดพิกล

ซึงฮยอนจ้องมองใบหน้าสวยผ่านเครื่องอินเตอร์โฟนซักพัก ก่อนจะรับรู้ถึงความผิดปกติ เค้าจึงเลือกที่จะไม่แสดงพฤติกรรมแบบที่เคยชินออกไป และรีบเปิดประตูออกไปทันที

 

เดาไม่ผิด !

ไอฝูงลิงมันยืนยิ้มแฉ่งปากบานรายล้อมดอกไม้ของผมอยู่ (- -)!

 

“พวกมึงมาทำไม” (- -)

“มาอ่านหนังสือไง!” จุนซูตะโกนใส่หน้าเพื่อนเจ้าของห้อง และเดินผ่านเข้าไปในห้องหน้าตาเฉย เมื่อทุกคนเดินเข้าไปจนหมด เค้าแอบใช้เสี้ยวเวลาสั้นๆส่งใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามไปทางคนรัก...หมายความว่าไงเนี่ย?

 

ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้พูดอะไร เสียงเอะอะโวยวายจากไอสามคนในห้องก็ทำให้ทั้งสองคนต้องรีบเข้าไปดู ภาพตรงหน้าคือขวดแยมที่มันตกแตกเละเทะอยู่หน้าตู้เย็น โดยมีไอพวกนี้ยืนทำตาค้างมองมาที่ซึงฮยอนอย่างรู้สึกผิด

 

นี่แค่พวกมึงมากันยังไม่ถึงห้านาที ห้องกูก็เละแล้ว

และถ้าอยู่กันนานกว่านี้ห้องกูไม่ต้องถล่มเลยหรอวะ !

 

“มองห่าอะไร เก็บดิ!” (><) ทุกคนหลุดจากภวังค์เมื่อถูกเสียงทุ้มตะโกนใส่

“มึงอะจุนซู!”

“ไอคยองอิลหรอก มาโทษอะไรกู” (><) ซึงโฮก็โทษแต่จุนซูที่มาชนแขนตัวเองเลยทำให้ขวดแยมตกแตก ส่วนจุนซูก็เอาโบ้ยไปให้คยองอิลที่จะมาแย่งจูปาจุ๊บที่วางอยู่บนหลังตู้เย็น และเสียงโวยวายก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง

 

เห้ย!” เสียงทุ้มตะโกนดังอีกครั้ง “ใครก็ได้เก็บเหอะสัส เดี๋ยวมดขึ้น!” (- -)

 

คยองอิลที่ไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่แรก พยายามจะทำตัวเองให้เหมือนเป็นเศษละอองเล็กๆ และกำลังจะปลิวลอยไปนั่งบนโซฟาข้างๆคนตัวเล็กที่เดินหนีออกมาจากตรงนั้นเพราะความรำคาญก่อนหน้านั้นแล้ว

 

“มึงจะไปหนายยย” จุนซูลากเสียงยาวพร้อมกระตุกคอเสื้อไอเพื่อนตัวป่วนเอาไว้ คนร่างโปร่งนามคยองอิลจึงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆไปยังเพื่อนสามคนที่จ้องเค้าเขม็ง

 

มึง ทำ!” สามหนุ่มประสานเสียงกันและปล่อยทิ้งให้เพื่อนผู้รับกรรมยืนมองกองซากแยมด้วยใบหน้าอาวรณ์ สรุปแล้วชั้นทำแกแตกใช่มั๊ย เจ้ากระปุกแยม เค้าก้มลงนั่งยองๆ พลางเอาปลายด้ามของจูปาจุ๊บที่อมอยู่จิ้มไปบนกองแยมรสกล้วยช้าๆแล้วลองเอาลิ้นแตะนิดหน่อย “ก็อร่อยดีนี่หว่า”

 

ไอคยองอิล!” (>[]<) เป็นอีกครั้งที่ทั้งสามคนตะโกนมายังเพื่อนที่นั่งจ๋องสนทนากับกองแยมกล้วย

“เออ จะเก็บแล้ว” (- -)

 

.

.

 

“ไหนบอกจะมาอ่านหนังสือไงวะ” เจ้าของห้องเอ่ยขึ้นอย่างเบื่อหน่าย หลังจากนั่งมองอยู่นาน ก็ยังไม่เห็นว่าพวกมันจะยกหนังสือขึ้นมาอ่านเลยซักนิด ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้บอกด้วยเสียงแข็งว่า มาอ่านหนังสือไง!’

 

“มึงก็อ่านกันไปก่อนดิ” ซึงโฮบอกปัด มือก็ยังขยับโยกอยู่หน้าจอทีวีเล่นเครื่อง Wii โดยมีอีกสองคนนั่งให้กำลังใจอย่างใจจดใจจ่อ กระต่ายโฉดแห่งเกมส์ ‘Rayman raving rabbit’ ในด่านนี้มันกำลังแด๊นซ์ออนเดอะฟอร์อย่างเมามันส์ไม่ต่างกับไอสามตัวนี้ที่แหกปากตะโกนกันจนไม่สนใจเลยว่า ห้องนี้และเกมน์นั้นมันเป็นของผม!

 

“มันมากันได้ไง” ผมกระซิบไปหาคนข้างๆที่ทำเป็นยกหนังสือขึ้นมาอ่าน

“พวกมันบอกถ้าชั้นไปไหนก็จะไปด้วย ชั้นเลยบอกว่าจะมาช่วยนายอ่านหนังสือ” (. .)

สายตาอาฆาตแค้นถูกส่งไปยังไอพวกมารผจญด้านหน้า “เสือก!” (><)

 

“ใครเสือกวะ ซึงฮยอน” คยองอิลหันมาทำหน้าตาใสซื่อ

“อ่อ..พูดกับจียงมันเฉยๆ” (- -) โกหกคำโตออกไป ทั้งๆที่คำนั้นกูตะโกนใส่พวกมึงแท้ๆ

“อย่าพูดกันรุนแรงสิวะ ใจเย็นๆ”

“...” (- -)!!

 

หนอยยย!

ทำเป็นมาสั่งมาสอน ไอพวกเห้ !! (>o<)!

 

จียงที่นั่งข้างๆก็ได้แต่กลั้นขำกับท่าทางทองไม่รู้ร้อนของไอสามตัวนั้น …คงจะแค้นมากสินะ

“โอ๊ยยย หิว!” ชายหนุ่มสบทอย่างไร้ทางออก ความจริงแล้วเค้าไม่ได้อยากอ่านหนังสือเลยแม้แต่นิดนะ แค่อยากจะจู๋จี๋กับคนรักอะ แล้วทำไมพวกมึงต้องมาห้องกูกันวะ!! (>[]<)!

“ออกไปหาอะไรกินกันป้ะ?” จียงช่วยเสนอทางออก พลางแอบส่งยิ้มละลายใจมาทางคนร่างสูง ซึงฮยอนพยักหน้าอย่างลิงโลด ในเมื่อข้างในห้องมันอยู่ไม่ได้ ก็ออกไปข้างนอกซะให้รู้แล้วรู้รอด !

 

“มึงจะแอบไปไหนกันอะ” ขนาดมันกำลังเล่นวีเอาเป็นเอาตายอยู่ มันยังเฉียดเอาเวลามาสังเกตุพวกผมอีกนะ

“แอบห่าไร กูจะไปซื้อของกินกัน ไม่มีอะไรกิน”

“...” มันไม่พูดต่อได้แต่ส่งสายตาสแกนเราตั้งแต่หัวจรดเท้า...ทำไมต้องมองพวกกูด้วยสายตาแบบนั้นวะ.. ไอหน้ายาว!

ไม่อยากจะยอมรับความจริงซักเท่าไหร่หรอกนะ แต่ยอมรับก็ได้ว่ากำลังจะแอบย่องออกจากห้องจริงๆ

 

มัน...มองออกขนาดนั้นเลยหรอวะ (-___-)!

 

“และมึงจะเอาอะไรมั๊ย”

“เอาแยมรสกล้วยอะ”

“ติดใจหรอมึง คยองอิล” จียงแกล้งแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้น

“กูไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแยมรสกล้วยมันจะอร่อยแบบนี้” ว่าเสร็จก็ดึงจูปาจุ๊บออกจากปากแล้วเพ่งพินิจ “คิดว่าน่าจะเปลี่ยนจากรสโคล่าเป็นกล้วยเหมือนกันนะ”

 

“เชี่ยแม่ง! ไร้สาระว่ะ!” จุนซูอดรนทนไม่ได้ถึงกับเดินข้ามฝั่งไปตบกระโหลกไอหนุ่มพั้งค์จนหน้าคว่ำ ไอเด็กติดลูกอมจึงได้แต่บ่นระปอดกระแปด พลางดึงจอยอีกอันที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา และเปลี่ยนเกมส์ทันที ทั้งๆที่ซึงโฮยังเล่นไม่ทันจบเกมส์

“ไอห่านี่ มึงเป็นเด็กมีปัญหาหรือง๊ายย!!” (>[]<)!!

 

ตามมาด้วยเสียงตุบๆตับๆ ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกำลังโดนรุมสะกำอยู่ (= =)

 

บางที...ก็ไม่ได้อยากมีเพื่อนปัญญาอ่อนแบบนี้ซักเท่าไหร่

 

.

.

 

“คุณแฟน...” (^^)

“...” (.///.) ออกปุ๊ปก็เปลี่ยนเป็นคนละคนทันที

“วันนี้แต่งตัวน่ารักนะ” ซึงฮยอนโดนวนรอบคนตัวเล็กด้วยท่าทางสดใส ต่างจากคนที่อยู่ในบ้านเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง เสื้อยืดสีขาวสะอาดมันดูไม่ธรรมดาเมื่อผสมกับผ้าพันคอสีช๊อคกี้พิ้งค์สว่าง และน่าอัศจรรย์เข้าไปใหญ่เมื่ออยู่บนร่างกายที่งดงามแบบนี้...

 

“แค่เสื้อยืดเองนะ”

“นั่นล่ะ น่ารักชิบหาย” (^^)

“บ้าไปแล้ว” จียงอมยิ้มเขินๆ พลางเอื้อมมือไปดันใบหน้าคมให้ออกห่างตัว เพราะว่าเราอยู่กันกลางถนนถึงแม้มันจะไม่มีคนก็เถอะ แต่มือหนากลับประกบฝ่ามือเล็กยอมไม่ให้ดึงออกจากหน้าตน ปากเล็กจูบรัวไปที่มือขาวนิ่มไม่รู้จักพอ

 

“พอแล้ว...เดี๋ยวมีคนมาเห็น” (.///.)

“ไม่อยากกลับเข้าไปที่ห้องแล้วอะ” ใบหน้าอ้อนของชายหนุ่มตรงหน้า มันน่าสงสารเหลือเกิน

“ดะ...”

เห้ยยยยยย!” สองหนุ่มที่เดินนำหน้าสะดุ้งโหยงแยกกัน เมื่อได้ยินเสียงที่ตะโกนมาจากทางด้านหลัง “..รอกูด้วย”

 

เจ้าของบ้านทำหน้าเหี่ยวกว่าเดิม เมื่อหันไปเจอยางซึงโฮที่กำลังวิ่งถลามาทางพวกเค้า มึงจะเป็นก้างขวางคอกูถึงเมื่อไหร่ฮะ! จะปล่อยให้กูได้มีช่วงเวลาที่รักกันบ้างไม่ได้ใช่มั๊ย!!! ...ไอเพื่อนเวร! (>o<)!

 

“กูไปด้วย”

“มึงจะไปทำไมวะ” (- -) ยากที่จะเก็บกลั้นอารมณ์

“ซื้อบุหรี่ ลืมบอกพวกมึงไง เลยออกมาซื้อเอง”

“ก็โทรมาดิ”

“มึงเป็นไรเนี่ย! เรื่องมากจังวะ แค่กูจะออกมาซื้อของ” เพื่อนหนุ่มขมวดคิ้วแคลงใจ เมื่อซึงฮยอนเอาแต่พูดโน่นนี่นั่นไม่ยอมหยุด จากที่เคยสงสัยในคราแรก เมื่อเห็นพฤติกรรมแปลกๆของคนตรงหน้ายิ่งกระตุ้นห้วงความคิดเดิมๆให้กลับมา จึงแกล้งเอ่ยแซว “อ๋อ...หรือว่ากูมาขัดจังหวะของพวกมึงสองคน”

 

“มึงยังไม่เลิกคิดอะไรแบบนี้อีกนะ” จียงพูดเสียงเรียบก่อนจะเดินนำหน้าไปทันที

ทำให้อีกสองคนรีบก้าวเท้าตามคนตัวเล็กไป “ก็ไอห่านี่มันทำให้กูชอบคิดอะ”

“มึงมันบ้าไง ไอหน้ายาว!”

“เออๆ แซวนิดแซวหน่อยทำเป็นงุ่นง่าน”

“งุ่นง่านห่าไร!”

“มึงไง”

เห้ยย พวกมึงจะเถียงกันอีกนานมั๊ยวะเนี่ย! รำคาญ” ใช่ว่าเค้าไม่อยากจะอยู่กับซึงฮยอนสองคนซะเมื่อไหร่ บอกตรงๆที่ซึงโฮตามออกมามันทำให้เค้าทั้งกังวลเพราะกลัวที่มันจะเห็นภาพเมื่อกี้ และก็อารมณ์เสียที่มันกลับมาช่วงชิงเอาเวลาที่อยู่ด้วยกันอันน้อยนิดของเค้าสองคนไป...ให้ตายเหอะ ทำไมมึงกลายเป็นคนจุ้นจ้านแบบนี้วะ!

 

“เออๆ กูขอโทษดูเหมือนการที่กูมามันจะทำให้พวกมึงอารมณ์เสียมากเลยใช่มั๊ย” หนุ่มเซี้ยวทำสีหน้าสลด และควักเงินออกมายัดใส่มือของจียงไว้ทันที “มาบูโร่ซองนึง”

“ขี้ใจน้อยมากเลยนะมึงเนี่ย ตุ๊ดป้ะวะ”

“...” (. .)

“ควาย!”

“ควายพ่อมึงดิ” ซึงโฮหันหน้าไปแหวใส่เพื่อนร่างสูงที่เอาแต่คอยซ้ำเติมทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังทำหน้าเศร้าอยู่เลย

“เดินไปด้วยกันเนี่ยล่ะ และก็เลิกเถียงกันซะทีกูรำคาญ”

 

ระหว่างทางที่เดิน เมื่อคนนึงเริ่มพูด จะต้องโดนอีกคนแขวะ จนคนที่เดินตรงกลางได้แต่ส่ายหัวไปมาเพราะไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ต้องจำเดินไปพร้อมความปวดประสาทที่ขนาบทั้งสองข้าง...บางทีกูน่าจะมาคนเดียวนะ (- -)

 

“ผ้าพันคอมึงนี่มันแสบสันมากนะ” ซึงโฮเพ่งไปที่ผ้าพันคอสีสวย พลางจับปลายผ้าขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณา

“อย่างน้อยก็สวยกว่าเสื้อโกโรโกโสมึงอะ”

“นี่ปากมึงหรอ ใครๆก็รู้ว่าเซ้นท์เรื่องเสื้อผ้ากูดีกว่ามึงหลายขุม”

“โทษที กูไม่ได้อยู่ร่วมนรกกับมึง ที่ที่กูอยู่เค้าไม่เรียกเป็น ’ขุม’” (- -)

“หุบปากไปเลย!”

“มึงทั้งคู่อะ ถึงแล้ว!” จียงรีบก้าวเข้าไปในมินิมาร์ทก่อนคนแรก เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายรอบกาย ส่วนสองหนุ่มได้แต่มองหน้ากันอย่างเคืองๆ และรีบเบียดกันเข้าไปในร้านอย่างไม่มีใครยอมใคร จนพนักงานในร้านได้แต่ทำสีหน้างงๆกับพฤติกรรมมึนตึงแปลกๆของเพื่อนซี้...แต่สาบานได้ว่าพวกเค้าหน้าตาดีกันทั้งกลุ่มจริงๆ

 

~ ปิ๊ป ปิ๊ป ~

 

เมื่อเสียงเตือนข้อความสั้นๆดังขึ้น คนตัวเล็กจึงเงยหน้ามองหาคนรักที่ทำเป็นยืนเลือกของนิ่งอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่มีปฏิกิริยาอะไร เลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูช้าๆ แต่ความรู้สึกบางอย่างมันยังบอกอยู่ว่าคนที่ส่งข้อความมานั้นคือไอคนที่มันยังยืนเลือกของอยู่ห่างกับเค้าไม่ถึงเมตรนั่นล่ะ 

 

เมื่อกี้อารมณ์เสียใส่ทำไม : (’

 

เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ไอคนที่ส่งข้อความตัดพ้อมาคือไอคนที่ทำเป็นเลือกของใส่ตระกร้าเนียนอยู่ข้างๆ งอนอะไรนะ ก็รู้ๆอยู่ว่าแกล้งทำเป็นอารมณ์เสียเพราะซึงโฮมันอยู่ คนตัวเล็กจึงเดินเข้าไปเลือกของใกล้ๆ

“งอนหรอ”

“...”

“งอนอะดิ” (^^) แม้จะยิ้มสดใสให้เพื่อง้อ แต่อีกคนก็ยังยืนทำหน้านิ่ง มือก็หยิบขนมใส่ตระกร้าไม่สนใจเสียงใสข้างๆ แต่ทำไมเค้าถึงไม่รู้สึกเศร้าเลยน่ะหรอ ก็เพราะขนมที่ซึงฮยอนทำเป็นหยิบใส่ตระกร้ามันมีแต่ของโปรดเค้าน่ะสิ

 

นี่น่ะหรอ...งอนกัน : )

 

“อย่าลืมเดินไปหยิบขนมอีกอย่างฝั่งโน้นด้วยล่ะ” (^^) ร่างสูงหันมาปลายตามองมายังคนตัวเล็กที่ทำเป็นย้มแฉ่งน่ารักน่าฟัดข้างๆ ก่อนจะเดินไปอีกฝั่งเพื่อหยิบขนมโปรดของคนตัวเล็กอีกอย่าง...ถ้ามันไม่ติดว่าเป็นมินิมาร์ทจะจับกดตรงนี้ซะเลย!

 

ไม่รู้หรอไง...ว่าตอนนี้ต้องอดทนมากขนาดไหนกัน!

 

.

.

 

พนักงานสาวที่รวบผมมัดสุภาพในชุดยูนิฟอร์มร้านค้ายิ้มกว้างเมื่อชายหนุ่มทั้งสามมายืนอออยู่ตรงหน้า สำหรับคนตัวเล็กน่ารักคนนั้นกับคนที่ตัวสูงๆเป็นอันชินว่ามาที่นี่บ่อยจนคุ้นหน้าคุ้นตาแล้ว...แต่หนุ่มที่ดูซ่าๆอีกคนนั้น เค้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน มันเลยทำให้หัวใจลิงโลดเอาซะดื้อๆ

 

“วันนี้ทำไมมากันสามคนล่ะคะ” (^^) คำทักทายของพนักงานสาวทำเอาทั้งสองหนุ่มอึกอักทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยิ้มแห้งๆไปให้ ส่วนซึงโฮฉงนสงสัยในคำทักทายจึงเอ่ยถามกลับไป “ปกติทำไมหรอครับ”

เห้ยยย!” จู่ๆเสียงทุ้มก็ตะโกนขึ้นมาขัดจังหวะไว้

“ไรมึง”

“ลืมไปบ้านกูไม่มีไฟแชค มันหายไปไหนไม่รู้”

“ไอปัญญาอ่อน!” เพื่อนเซี้ยวทำหน้าเสียอารมณ์ก่อนจะดึงไฟแชคใกล้ๆมือมาโยนคิดเงินรวมกับในกองตรงแคชเชียร์ก่อนหน้า

“ว่าไงครับ คุณคนสวย” (^^)

อ้าว!” เป็นอีกครั้งที่จียงเอ่ยเสียงขัดจังหวะไว้ ถ้าขืนแม่สาวนี่พูดอะไรมากกว่านี้เราสองคนจนมุมแน่ๆ

“อะไรของมึงจียง” (- -)!

“คิดเงินเสร็จแล้วไง ไปกันเหอะ”

“สร้างความแคลงใจให้กูอีกละนะ”

“กูทำห่าไรมึงก็แคลงใจหมดอะ ไม่ไปมึงก็ยืนม้อคุณคนสวยไป กูหิว!” คนตัวเล็กทำเป็นฉุนเฉียวก่อนจะคว้าถุงเดินนำลิ่วออกมานอกร้าน ซึงโฮยิ้มไปที่พนักงานสาวหนึ่งครั้งก่อนจะรีบวิ่งตามเพื่อนทั้งสองคนออกไป

 

แบบนี้จะไม่ให้กูสงสัยได้ไง...

แต่เดี๋ยวเราได้เจอกันอีกครั้งแน่ๆครับ...คุณพนักงาน

 

..

 

ซึงฮยอนกดรหัสหน้าประตู ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้านของตัวเองที่คิดว่ามันคงจะเสียงดังเอะอะโวยวายเพราะไอสองคู่กัดแน่ๆ แต่กลับผิดคาดที่ทั้งสองคนเอาแต่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาเงียบเชียบ...เกิดอะไรขึ้น

 

“มึง...อ่านหนังสือหรอ” น้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจของชายหนุ่มเอ่ยถาม

“อ...เออๆ” (. .)

 

จียงกับซึงโฮอาสาเดินเอาของไปไว้ตรงครัว ส่วนซึงฮยอนค่อยๆก็หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ ไอสองคนที่เอาแต่นั่งอ่านหนังสือตัวเกร็ง เค้าแอบเห็นมันสองคนแอบเหล่หันมองมาที่เค้าและก็รีบหันหลบตากลับไปทันที...มึงเป็นอะไรกันเนี่ย

 

“มึงเป็นไรกัน”

“ป...เปล่าๆ” (><)

“เปล่าห่าไร นั่งตัวเกร็ง”

“มึงอะ มานั่งเบียดกูไมล่ะ” จุนซูทำท่าอัดอัดก่อนจะเขยิบไปนั่งเบียดติดกับคยองอิล เป็นครั้งแรกที่เหมือนมีกำแพงมากั้นระหว่างผมกับพวกมันสองคน...ผมไม่รู้เลยซักนิดว่าพวกมันคิดอะไรกันอยู่ แต่ความรู้สึกมันบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน และที่แน่ๆ ความคิดวูบแรกก็คือเรื่องของผมกับจียง...บอกกูสิ ว่ามึงไม่ได้เห็นกันอะไรใช่มั๊ย?

 

ร่างสูงจึงลุกออกจากโซฟาที่แสนน่าอึดอัด และเดินตรงมาที่โต๊ะคอมทันที แต่เมื่อหันหลังไป ก็เห็นไอสองคนมันมองตามมาก่อนจะสะดุ้งและหลบตาไปอีกครั้ง...ไอเชี่ยย!! มึงเป็นห่าไรกันเนี่ย!

 

.

.

 

ซึงโฮกับจียงที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวพร้อมอาหารและขนมขบเคี้ยวต่างๆ เรียกทุกคนมากินด้วยกันที่หน้าโซฟา ส่วนจุนซูกับคยองอิลก็เอาแต่สะกิดกันไปมาลุกลี้ลุกรนไม่หยุด ทำเอาเพื่อนสามคนที่เหลือรำคาญลุกตาจนอดถามไม่ได้

 

“มึงสองคนเป็นห่าไรกัน ตั้งแต่เมื่อกี้ละ”

“ไม่มีไร”

“โกหก!” ซึงฮยอนได้ทีก็โพล่งความในใจไปทันที...พวกมึงกำลังทำให้กูอยู่กับความหวาดระแวงนะ

“...” (. .)

“...” (. .)

 

“อ่าวๆ ทำหน้าบื้อกันอีก มีอะไรก็บอกมาดิวะ” ซึงโฮพูดพลางจิ้มต๊อกโบกี้เข้าปากตุ้ยๆ

“ค...คะ...คือ...” คยองอิลถอนหายใจเฮือกใหญ่...แต่ก็พูดไม่ออกจริงๆ จียงที่นั่งสังเกตความผิดปกตินี้อยู่ก่อนแล้ว หันไปสบตากับซึงฮยอนด้วยความที่กลัวว่าสองคนนี้จะระแคะระคายอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเราสองคนรึเปล่า

 

“มึงมีอะไรที่ยังไม่บอกพวกกูป้ะวะ ซึงฮยอน” (. .)

“...” (O_O)

“...” (O_O)

 

เป็นการถูกถามที่ไม่ได้ตั้งตัว ทำเอาทั้งสองคนถึงตาค้าง ทำตัวไม่ถูก สมองมันแทบจะไม่สั่งงานเลยด้วยซ้ำว่าควรจะตอบอะไรออกไปดี สรุปว่ามันสองคนรู้จริงๆหรอว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน...และมันรู้ได้ยังไงวะ!

 

“มึงพูดเรื่องอะไร”

“จียงเงียบก่อน...” เสียงเรียบของจุนซูแทรกขึ้น “...ตอนนี้กูอยากให้มึงบอกกูเองซึงฮยอน”

 

คนที่ตั้งใจรอฟังคำตอบออกจากปากเจ้าของบ้านพอๆกับคยองอิลและจุนซู ก็คือซึงโฮที่ลุ้นว่าคำตอบมันจะเป็นไปอย่างที่เค้าคาดไว้ตั้งแต่ต้นหรือเปล่า แต่เปอร์เซ็นความเป็นไปได้ว่าคำตอบมันจะออกมาอย่างที่เค้าคิดนั้นมันสูงมากซะจนอาการลุ้นแสดงออกมาบนใบหน้าอย่างชัดเจน

 

“เรื่องอะไร”

“มึงมีอะไรไม่บอกพวกกูเล่า!!” คยองอิลตะโกนลั่น ก่อนทำสีหน้าหวาดๆและกระเถิบเข้าไปใกล้จุนซูมากขึ้น

“...”

 

ซึงฮยอนเลือกที่จะเงียบอีกครั้ง พลางส่งสายตาไปมองที่จียงไม่ละ...อยากจะเอ่ยถามคนตัวเล็กตอนนี้เลยว่า นายพร้อมที่จะยอมรับเรื่องของเราต่อหน้าพวกมันมั๊ย...ถ้าไม่อยาก...ชั้นจะบอกเองว่าชั้นแอบชอบนายมาตลอด

 

และเก็บเรื่องของเราให้เป็นความลับ...ตลอดไป

ถึงมันจะรู้สึกเศร้าๆก็ตาม

 

“มีไรกันวะ” ซึงโฮที่ลุ้นจนตัวโก่งก็อดที่จะเป็นคนพูดบ้างไม่ได้

“บอกไปเลยซึงฮยอน” น้ำเสียงเรียบของคนรักข้างกายนั้นทำให้เค้ามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นกว่าเดิม...

นายพร้อมที่จะบอกเรื่องของเรากับทุกคนแล้วจริงๆหรอจียง...นายจะไม่เสียใจกับผลที่มันจะออกมาแน่นะ

 

งั้น...ชั้นจะเป็นคนบอกกับทุกคนเอง

 

“บอกพวกกูมาเหอะ ของร้อง” (ToT) คยองอิลทำเสียงอ้อนวอนคล้ายจะร้องไห้ แต่ทำไมมึงต้องอยากรู้ถึงขนาดจะน้ำตาไหลขนาดนั้นด้วยล่ะ มึงแอบชอบจียงหรอ...หรือจริงๆแล้วเสียใจที่กูได้คบกับจียง

 

แต่คงไม่หรอกมั้ง...เฮ้อ...ซึงฮยอนทำไมต้องคิดว่าคนอื่นเป็นแบบตัวเองไปซะหมด

และทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยวะ...

 

“บอกพวกกูมาเหอะนะ...”

“คือว่า...”

 

ซึงโฮลอบยิ้มและแอบกดโทรศัพท์เพื่อบันทึกเสียงข้างๆ...ขอให้คำตอบเป็นอย่างที่กูคิดเถอะ

ไอพวกปากแข็ง!

 

“มึงไม่บอกกูกลับแล้วนะ!!” (>o<) คยองอิลยืนขึ้นอย่างฉุนเฉียว

“บอกกูมาว่าห้องนั้นมันมีอะไร!!”

 

“ห๋า!” ซึงฮยอนอ้าปากค้าง ห้องนั้นหรอ... “...ห้องนอนเนี่ยอะหรอ?”

“เออ! พวกกูจะร้องไห้แล้วนะ ไอสัส ตอนพวกมึงออกไปเสียงอะไรเม่งดังกึกๆๆอยู่ข้างในนั้นก็ไม่รู้”

“ฮ๊ะ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ^^” เจ้าของบ้านแสร้งหัวเราะออกมาพลางปลายตาไปยิ้มให้จียงอย่างโล่งใจ

 

โอยย...ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอเนี่ย

ไอพวกบ้าเอ๊ย!!

 

“เชี่ย ขำไรวะ พวกกูกลัวจนจะฉี่ราดอยู่แล้ว บ้านมึงนี่แม่งน่ากลัวชิบหาย!”

“ไหนๆ เสียงอะไรพากูไปดูหน่อยดิ๊”

“ไม่เอาๆๆ กูจะกลับแล่ว ไอสัส”

 

ไม่บอกก็รู้ว่ามันสองคนกลัวจนจะร้องไห้กันจริงๆ แต่ไม่ว่าเสียงนั้นมันจะเป็นเสียงอะไรก็ตาม มันทำให้ผมโล่งใจมากที่ไอสองคนนี้มันไม่ได้ล่วงรู้ความลับสุดยอดของผมจริงๆ เกือบเผลอหลุดปากบอกไปด้วยตัวเองแล้วมั๊ยล่ะ

 

เหตุการณ์นี้มันเป็นช่วงเวลาที่วัดใจกันวิต่อวิเลยทีเดียว

ให้ตายเหอะ...โล่งอกชะมัด

 

“ไอพวกติงต๊อง” ซึงโฮทำหน้าเสียอารมณ์ก่อนจะกดปิดเสียงที่กำลังบันทึก...ไร้สาระจริงๆ

หรือมันจะไม่มีอะไรกันจริงๆวะ...ยังไงกูก็หยุดความคิดนี้ไม่ได้...รอผมก่อนนะพนักงานสาวผู้ที่จะมาไขความลับนี้

 

 

.

.

 

                กว่าจะทำให้มันสองคนหายหวาดระแวงกล้าเดินไปเข้าห้องน้ำ หรือทำอะไรกันเองในบ้านของซึงฮยอนได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน จนมันก็ล่วงเลยมานานมากแล้วที่ทุกคนเอาแต่สุมกันอยู่บ้านหลังนี้ เหล่าเพื่อนตัวป่วนจึงได้เวลากลับกันซะที ไม่เว้นแม้แต่จียงที่ต้องทำทีเป็นอำลาคนรักด้วยเช่นกัน...แม้ตั้งใจว่าจะนอนค้างที่นี่ก็ตามที

“กูไม่เห็นพวกมึงได้อ่านหนังสือกันเลย ฮ่าๆ”

“ใครเค้าตั้งใจมาอ่านหนังสือกันล่ะ” ซึงโฮตอบกลับจากใจจริง

“กูก็ว่างั้น พวกมึงคงไม่มีที่ไปเลยมาสิงกันบ้านกู”

“อย่าได้บ่นไป เดี๋ยวพวกกูมามาสิงให้แม่งทุกวันเลย ฮ่าๆๆ”

“หน้าด้านกันจริงๆ”

“ปากดีอีก” คนตัวเล็กที่เอ่ยแซว ทำให้โดนเพื่อนรุมขยี้ผมซะยุ่งเหยิง “โอ๊ย พวกมึงนี่!”

“เออ กลับบ้านกันดีๆ เดี๋ยวกูเดินไปส่งที่ป้ายรถ” ชายหนุ่มกดล๊อคประตูบ้านและเดินออกมาพร้อมทุกคน ระหว่างทางพวกมันก็มีเรื่องตลกขบขันให้พูดคุยกันไม่จบสิ้น ส่วนเค้าก็ได้แต่ลอบมองใบหวานที่หัวเราะร่าไม่หยุด

 

วันนี้แม้แต่แค่จูบเรายังทำกันไม่ได้เลย...คิดถึงปากนิ่มๆนั้นจัง

ชายหนุ่มค่อยๆลดฝีก้าวให้ช้าลงและพาตัวเองมาเดินตามหลังคนเล็กแทน จียงที่ล่วงรู้ความคิดได้แต่อมยิ้มกับความพยายามที่ไม่สิ้นสุดของผุ้ชายคนนี้...ถ้าชั้นไม่รักนายและชั้นจะรักใครได้อีกนะ : )

 

ยามที่กลุ่มผมสวยเคลื่อนไหวไปมาตามจังหวะการเดินมันทำให้เค้าได้สูดดมกลิ่นแชมพูที่คุ้นเคย...ใบหน้าคมคายยิ้มกว้างแค่นี้ก็ทำให้รู้สึกดีมากจนบอกไม่ถูก...นี่เราเป็นถึงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

 

“เห้ย เดินช้าจังวะ”

“เออ ทางมันเปลี่ยวกูเดินกันหลังไว้ให้”

“แหม ~ คนดีจริงๆ” จุนซูเอ่ยแซวแล้วหันไปหัวเราะกับเพื่อนสองคนที่ทำท่าเดินพิศดารแข่งกันอยู่ด้านหน้า ได้ทีคนตัวเล็กจึงแอบหันมายิ้มสวยให้คนด้านหลัง...อย่าทำแบบนี้สิที่รัก...ผมจะแย่เอานะ (T T)

 

“โอ๊ะ!” ร่างสูงสะดุ้งเมื่อมือเล็กแกว่งมาฟาดเข้าที่ท้อง ก่อนจะกระดิกนิ้วๆเล็กไปมาอยู่ด้านหลังตัวเอง ซึงฮยอนที่อยู่ด้านหลังแทบจะพ่นขำออกมากับพฤติกรรมน่ารัก พลางค่อยๆเอื้อมมือไปสัมผัสกับมือนิ่มช้าๆ

 

เบื้องหน้ามองมาก็คงจะเห็นแค่ว่าจียงกำลังเดินเอามือไพล่หลังไว้เฉยๆ แต่คนที่อิ่มเอมกลับเป็นที่ยืนอยู่หลัง เพราะเค้าทั้งลูบทั้งบีบมือเล็กไปมาด้วยความคิดถึง แต่อึดอัดตรงที่ต้องทำสีหน้าให้นิ่งอย่างปกตินี่สิ...คนมีความสุขจะให้ปิดบังนี่มันยากชะมัดเลยจริงๆนะ ^^

 

“รักคุณแฟนจัง” มือเล็กออกแรงบีบไปยังคนข้างหลังแทนคำตอบ

“พึมพัมไรวะ ซึงฮยอน”

“หืม?...” แม้จะตกใจแค่ไหน แต่ก็แกล้งทำเป็นนิ่งได้เนียนสนิท “อ่อ บอกจียงมันว่าจะถึงใกล้ถึงแล้ว” ^^

 

 อ่า...พวกมึงนี่มันมารจริงๆเลยนะ

กูจะทำอะไรก็ขัดไปซะหมด...

 

.

.

 

เพียงไม่นานสี่หนุ่มก็มายืนเรียงกันอยู่ที่ป้ายรถประจำทาง ด้วยเป็นเวลาที่ดึกแล้ว คนที่ยืนอยู่ป้ายรถนั้นน้อยจนนับคนได้ คนแรกที่ได้ขึ้นรถไปก่อนคือคยองอิล เค้าหันมาชูนิ้วกลางให้เพื่อนรักทุกคนเป็นการอำลาก่อนที่รถจะค่อยๆเคลื่อนออกไปจนลับตา...ส่วนคนที่เหลือได้แต่ด่าทอในความกวนบาทาของไอหนุ่มพั้งค์ที่สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่

 

รถของจียงมาเป็นคัญที่สอง ซึงฮยอนที่มีแผนไม่ให้จียงกลับอยู่ก่อนแล้วจึงโอ้เอ้ทำเป็นแกล้งไม่ให้จียงขึ้นรถได้ทัน แถมยังชวนซึงโฮกับจุนซูมาร่วมแกล้งคนน่ารักเพื่อลดความน่าสงสัยในตัวเองลงไปด้วย ประจวบเหมาะกับที่รถคันนั้นเต็มมาจนดูท่าแล้วมันไม่น่าเข้าไปเบียดกับคนอื่นด้วยจริงๆ

 

“ถ้ารถมันไม่เต็มขนาดนั้นนะ กูด่าพวกมึงไปแล้ว”

“เอาน่า กูเห็นรถมันเต็มหรอกน่า” และทุกคนก็หัวเราะร่ากับความสะใจ โดยที่สองคนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย

 

และรถเพียงไม่นานรถของจุนซูและซึงโฮซึงซึ่งอยู่ทางเดียวกันก็ตามมาติดๆ สองหนุ่มก้าวขึ้นรถ พลางพยักหน้าอำลาให้กับเพื่อนทั้งสองคนที่ยืนโบกมือไล่อยู่ที่ป้ายประจำทาง...

“จะบ้าตายกับพวกมันอยู่แล้ว” ซึงฮยอนทรุดลงบนที่นั่งตรงป้ายรถประจำทางด้วยท่าทางโล่งใจ ส่วนคนตัวเล็กได้แต่หันมายิ้มหวาน...เค้าก็ดีใจที่ความวุ่นวายจากไปหมดซะที แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวร่างหนาก็กระกระโจนลุกขึ้นฉุดมือบางวิ่งกลับไปทางบ้านของตัวเองทันที จียงได้แต่หัวเราะลั่นขาก็ก้าวตามไม่หยุด

 

“โอ๊ย เหนื่อยๆ”

“ขี่หลังมั๊ยล่ะ ฮ่าๆ” คนตัวเล็กชะงักขาทันที พลางยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะพยักหน้าแฟนหนุ่มให้ทำอย่างที่ปากพูด

“หันหลังไปเลย”

“โห เอาจริงหรอเนี่ย น้ำหนักเท่าไหร่น่ะเรา”

“หนักเท่านี้ล่ะ จะแบกมั๊ย?” จียงเอามือเท้าเอวคล้ายโพสท่า ก่อนจะขำตัวเองกับท่าทางที่ทำไป ร่างสูงได้แต่หัวเราะให้กับความน่ารัก และก้มลงเพื่อให้อีกคนขึ้นมาขี่บนหลังตนเอง

“ผอมไปนะ กินให้มากกว่านี้หน่อยสิ”

“อื้อ”

 

คนตัวโตกระชับคนตัวเล็กขึ้นหลังก่อนจะค่อยๆเดินหน้าไปอย่างช้าๆ “เมื่อยแล้วบอกนะ”

“อย่าเอาปากมาโดนหูสิ ขนลุก”

“ทำไมล่ะ~” ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ เมื่อพูดแล้วขนลุก ปากซนจึงงับไปที่ใบหูนั้นแทนซะเลย “โอ๊ยย อย่าสิ” (><)

 

ร่างเล็กหัวเราะชอบใจ ก่อนจะกอดคอคนรักหลวมๆพลางชะเง้อหน้าไปจ้องมองใบหน้าหล่อด้วยแววตาชื่นชม

“นายเก่งจังเลยน้า”

“แฟนใครล่ะ” ร่างบางไม่ตอบแต่กลับให้รางวัลโดยการกดจูบเบาๆไปที่แก้มนิ่มของคนรัก ซึงฮยอนหันมาด้วยสีหน้าอึ้ง ทั้งสองพลันสบตากันภายใต้ความเงียบ ก่อนที่ริมฝีปากเรียวจะเอื้อมมาประกบเบาๆที่ปากรูปกระจับสีหวาน แทนการขอบคุณ...จียงหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความขัดเขิน ไม่ต่างจากคนตัวใหญ่ที่เอาแต่ยิ้มและเดินหน้าต่อไป...

 

 

ขอบคุณนะ....

 

..

 

ประตูบ้านหลังเดิมเปิดขึ้นอีกครั้ง แต่มันช่างต่างกับบรรยากาศเมื่อเย็นอย่างสิ้นเชิง มันดูอบอุ่นกว่าที่ผ่านมาเพียงแค่ได้สบตากับคนรักข้างกาย...สัญญาสิว่าจะให้ชั้นมองหน้านายตลอดไป

 

ร่างบางล้มตัวนั่งลงบนโซฟาสีสดอย่างเหนื่อยล้า “เฮ้อ...เหนื่อยจังเลย”

“เหนื่อยอะไรกัน” (- -)

“ฮ่าๆๆ” เป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวหัวเราะกว้างอย่างมีความสุข ก่อนจะกวักมือให้ร่างสูงมาใกล้ๆ และจับให้นั่งลงบนพื้นหน้าตัวเอง และค่อยๆลงมือบีบนวดไหล่หนาแทนคำขอบคุณที่แบกเค้ามาตั้งไกล...

 

“สบายมั๊ย” : )

“มากเลยล่ะ” ซึงฮยอนได้ทีเอนหลังมาพิงที่หัวเข่าเล็กพลางเงยจ้องหน้าสวยไม่ละสายตา

“มองอยู่นั่นล่ะ” (.//.)

“จูบหน่อยสิ” คนน่ารักทำแก้มป่อง ก่อนจะก้มหน้าลงประทับริมฝีปากไปยังปากเรียวที่ชะเง้อคอยอย่างว่าง่าย ลมหายใจร้อนรินรดส่งทอดกลิ่นไอความรักของกันและกัน ร่างหนาค่อยยันตัวเองยืนขึ้น ก่อนจะเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาคร่อมจูบคนรักตัวเองไว้แทน  เรียวปากดูดดึงกันและกันด้วยความอ่อนโยน ความรู้สึกอ่อนระทวยแผ่ซ่านจนร่างเล็กอ่อนยวบ

 

นายกำลังจะทำให้ชั้นกลายเป็นคนนิสัยเสียนะจียง...ทำไมต้องคอยตามใจชั้นอยู่เรื่อยล่ะ

และแบบนี้ชั้นจะทำยังไงถ้าต้องห่างนายไปเพียงแค่วินาทีเดียว...

 

ร่างสูงผละจูบพลางก้มหน้ามองคนตัวเล็กใต้ร่างที่ใบหน้าขาวนวลแดงระเรื่อขึ้นอีกครั้ง ปากแดงสดอิ่มเอิบจากการถูกรุกล้ำเมื่อครู่ ซึงฮยอนก้มลงแตะเบาๆที่ปากนุ่มอีกครั้งและดึงปากตัวเองออกช้าๆ

 

“อย่าตามใจกันมากสิ”

“ก็...ชั้นรักนายนี่”

“...” พูดแบบนี้จะให้พูดอะไรต่อล่ะ “ชั้นก็รักนายมากเหมือนกัน”

“...” (.//.)

 

แขนเล็กคล้องเกี่ยวคอร่างหนาให้โน้มลงมาจูบอีกครั้ง ปากเรียวค่อยๆเคลื่อนเริ่มสัมผัสชิมรสชาติบริเวณซอกคอขาวระหง ไปพร้อมๆกับใช้ปลายจมูกโด่งซุกไซร้สุดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคยซ้ำแล้วซ้ำเล่า “หอมตลอดเลย”

“ก็เหมือนเดิมนะ” พลางดึงหน้าคนรักกลับขึ้นมาจูบอีกครั้ง ลิ้นร้อนพันเกี่ยวแลกเปลี่ยนความหวานชื่นกัน ละมาจนถึงปลายคางมนสวย มือหนาค่อยๆเลิกเสื้อยืดสีขาวตัวบางขึ้นและใช้ลิ้นก้มลงหยอกล้อติ่มแต้มสีสวยบนหน้าอกบาง

 

“อื้อออ...อ๊ะ”

 

ใบหน้าเล็กเหยเกขบกันฟันแน่นเพราะความสยิวที่เกินกว่ายั้งใจทัน แขนเล็กเอื้อมคว้ากอดแผ่นหลังหนาไว้แน่นพลางส่งเสียงร้องครางกระเส่าไม่ขาด ตัวโตยิ่งได้ใจออกแรงดูดขบไปที่ยอดอกสวยไม่ผ่อนปรน 

 

ร้องอีกสิที่รัก

 

ลิ้นชื้นลากเลียไปตามแผ่นท้องแบนราบที่มีไรขนเส้นบางเพียงเล็กน้อยพอเห็นความเซ็กซี่ ก่อนจะลงลิ้นละเลงไปที่สะดือเล็กจนสะโพกบางบิดเร้าส่ายไปมาไม่หยุด “อ๊า...อื้อออ”

“ชอบหรอ”

“ม..มากกว่านี้ ต...ตรงนั้นไม่ไหวแล้วนะ” น้ำเสียงสุดจะทรมาณทำให้เค้าเกิดสงสาร(?) พลางค่อยๆดึงกางเกงให้ออกจากร่างคนรักทั้งหมด ชายหนุ่มค่อยๆกรีดนิ้วหยอกล้อลงบนลูกบอลน่ารักทั้งสองอันใต้แกนกลางลำตัว ขาวเรียวพยายามเบียดเสียดเข้าหากันเพราะอาการเสียวสะท้าน ใบหน้าหล่อเกร็งลิ้นแตะชิมไปที่ช่องแคบสีชมพู เพียงแค่เริ่มต้นสะโพกเล็กถึงกับยกลอยอย่างเกินจะควบคุม มือเล็กพลางลบคลึงหน้าอกตัวเองไม่หยุด

 

“ซี๊ดด...อ๊ะ...อื้ออ...ซ...ซึงฮยอน  อ๊า”

“รู้สึกดีมั๊ย”

“อื๊ออ...ดี...ม..มากอ๊ะ”

 

ด้วยลีลาลิ้นที่กวัดแกว่งดุนดันไปมาเพื่อเบิกทางช่องรักแคบทำเอาเสียงใสพูดไม่เป็นภาษา

“ร้องดังๆสิ ไม่มีคนได้ยินหรอก”

“อ๊าาาา...ม..ไม่เอาแล้วอื้ออ” เสียงหวานที่บัดนี้กรีดร้องจนแหบซ่าร้องเอ่ยอย่างสุดจะทน เพราะความร้อนลุ่มภายในมันร้องอยากให้คนตรงหน้าเข้ามาในร่างกายซะที...

 

เห็นอาการทุรนทุรายของคนน่ารักยิ่งชอบใจ ชายหนุ่มรีบถอดกางเกงออกทันที ก่อนจะหันหลังพิงเข้ากับพนักวางแขนอีกฝั่งของโซฟาตัวกว้าง และร้องเรียกให้อีกคนคลานเข้ามาดูดกลืนส่วนแข็งแกร่งของตน ลิ้นร้อนชื้นเริ่มไล้เลียตั้งแต่ส่วนปลายไปยันโคนราวกับเป็นเพียงแค่ขนมหวานสุดอร่อย จนปลายจมูกเล็กเผลอถูไปกับแกนกายแข็งตรงอยู่หลายต่อหลายครั้งจากการเลียขึ้นลงของตัวเอง...คนตัวโตได้แต่ก้มลงมองอย่างพึงพอใจ พลางเป็นฝ่ายกดหัวเล็กเพื่อกะน้ำหนักให้ซะเองด้วย

 

ปากเล็กครอบอมตรงส่วนปลายดูดจนเสียงดังจ๊วบอยู่หลายครั้ง เมื่อเห็นว่าคนตัวโตมักจะกระตุกเสียวทุกครั้งยามที่เค้าแกล้งออกแล้วดูดหนักๆแล้วปล่อยเอาดื้อๆ การทำให้คนอื่นพึงพอใจเป็นเรื่องยาก แต่กับซึงฮยอนไม่ว่าเค้าจะทำอะไรก็กลายเป็นที่พึงพอใจไปซะทุกอย่าง...

 

“พอแล้ว ไอตัวดี ทำไมเก่งจังฮะ”

“ได้คนสอนดีไง” (^^) ร่างสูงผลักร่างเล็กให้ล้มตัวลงนอนอีกฝั่ง ก่อนจะจับขาเรียวขาวอ้ากว้างออกจนเห็นส่วนกลางชัดเจนทั้งหมด

“นอนอ้าไว้อย่างนี้ก่อน จะไปเอาเจล”

“ทำไมต้องท่านี้ล่ะ” (.///.) ถึงจะบอกอย่างนั้นก็เถอะ...แต่ท่านี้มันก็เขินไปนะ

“เพิ่มความร้อนลุ่มไง”

 

ซึงฮยอนเดินกลับมาพร้อมกับมือจับส่วนแข็งขึงลูบขึ้นไปมาพร้อมเจลลื่น เค้าบีบส่วนนึงเทไปยังช่องทางแคบก่อนจะค่อยๆใช้นิ่วสอดใส่เข้าออกไปมา ปากเล็กได้แต่ร้องครางระงม

“อ๊ะ..ซี๊ดดดด...อ๊า”

 

แต่ยังไม่ทันที่จะได้สอดใส่ของจริงๆเข้าไป เสียงออดหน้าประตูบ้านกลับดังขึ้นซะดื้อๆ ทั้งสองมองหน้ากันควับ เสียงสวาทเมื่อครู่หายกริบภายในพริบตา ซึงฮยอนกลืนน้ำลายดังเอื๊อกก่อนจะส่งสายตาอาวรณ์ไปยังคนรักในท่าเตรียม

“ใครอะ”

“ไม่รู้สิ”

 

ชายหนุ่มเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันท่อนล่างไว้ลวก ทั้งๆที่ส่วนนั้นยังคงค้างเติ่งอยู่แบบนั้น ก่อนจะค่อยๆ เอาผ้าห่มผืนย่อมมาห่มคนตัวเล็กที่นอนเปลือยอยู่บนโซฟาด้วยเช่นกัน ไม่ทันไรเสียงออดหน้าประตูก็กดรัวขึ้นอีกครั้ง

 

อยากจะรู้ใครมันเสนอหน้ามาตอนนี้วะ...มาไม่ถูกเวลาเลยจริงๆ

 

เมื่อโผล่หน้าไปจ้องที่อินเตอร์โฟน ความตกใจยิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้น เมื่อไอสามหนุ่มที่เพิ่งส่งขึ้นรถกลับบ้านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมันมันยืนทำท่าเท่ห์อยู่หน้าประตูบ้าน! (O_O)!!!

 

“ใครหรอซึงฮยอน” คนตัวโตหันมาทำหน้าเจื่อน จนจียงผิดสังเกตุเลยเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง “ใคร?”

“พวกไอซึงโฮอะ” (T T)

“เห้ยยยย และเราจะทำยังไงอะ” (>o<)

“ใจเย็นกะ...” ไม่ทันได้พูดอะไร เสียงออดรัวๆๆๆแบบที่ไม่เคยพบเคยเจอก็ดังขึ้นอีกเป็นรอบที่สาม จนเจ้าของบ้านต้องรีบกดสนทนากับไอกลุ่มมารผจญด้านนอกทันที

 

“มึงมาทำไมวะ”

“มาหามึงล่ะ”

“พวกมึงอย่ามาตลกน่า มึงนั่งรถกลับไปกันแล้วนะ”

“ให้พวกกูเข้าไปก่อน แล้วจะบอกทุกอย่าง” สีหน้าที่พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋าเสนอข้อต่อรอง

“มาต่อรองอะไรกับกู สัส นี่บ้านกูนะ”

 

“มึงบอกกูมาสิ ว่าที่กูสันนิษฐานไว้ทั้งหมดมันถูกต้อง”

“เรื่องอะไร ซึงโฮมึงกลับห้องไปนอนไป” ชายหนุ่มพยายามถ่วงเวลา ไม่ให้พวกนั้นเข้ามาได้ ก่อนจะใช้มือไล่ให้คนที่นอนเปลือยอยู่เข้าไปในห้องนอนก่อน

“จะให้พวกกูเข้าไปมั๊ย หนาวนะ สัส”

“ไม่ได้”

“มันมีอะไรทำไมพวกกูถึงเข้าไปไม่ได้ล่ะ” เสียงเจ้าเล่ห์ของจุนซูพูดอย่างออกหน้าออกตา

“เอากับใครอยู่หรือไง”

“ไอพวกห่านี่ มึงกลับไปเลยไป”

“ซึงฮยอน! มึงจะปิดพวกกูอีกนานมั๊ย”

“...”

“มึงคิดว่าพวกกูไม่รู้หรอไง หรือต้องให้กูอธิบายเรื่องที่พวกมึงทำให้เป็นฉากเป็นตอน ต้องให้กูเอามาเขียนนิยาย หรือเอามาสร้างหนังเลยมั๊ย สัส!”

“...”

“ถ้ามึงยังปากแข็งใส่พวกกู กูก็ไม่อยากได้มึงมาเป็นเพื่อน มาเป็นห่าอะไรกับพวกกูแล้วทั้งนั้น อยากอยู่ด้วยกันสองคนตลอดไปใช่มั๊ย โลกนี้มันไม่สำคัญแล้วสิ พวกกูมันไม่สำคัญแล้วสินะ ไอสัส!”

 

แกร๊ก ~

ประตูที่คั่นระหว่างกันถูกเปิดออกช้าๆ สีหน้าซึงโฮแดงกล่ำเพราะเสียงที่เปล่งตะโกนเมื่อครู่ เค้ารู้ว่าตอนนี้ทุกคนคงโกธรแล้วขุ่นเคืองใจอย่างมาก แต่จะะให้กูทำยังไงล่ะ...

 

ซึงโฮมองสภาพร่างกายกึ่งเปลือยของเพื่อนก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างแจ่มแจ้ง...ห่าเอ๊ย! รีบกันหรือไงวะ!

“จียงอะ”

“ในห้อง...มึงไม่ต้องเข้าไปกันนะ”

“เออรู้หรอกน่า” เสียงคยองอิลโพล่งไปยังคนที่กำลังถุกรุม

“พวกกูมาขัดจังหวะพอดีเป๊ะเลยหรอวะ” น้ำเสียงขุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเมื่อก้มลงสังเกตเห็นซึงฮยอนน้อยมันยังผงาดอยู่เล็กน้อย เจ้ของบ้านได้แต่พยักหน้าหงึกๆ “กำลังจะใส่เลย พวกเชี่ย!”

 

เป็นอาการที่กึ่งรู้สึกผิดในการในการทำสิ่งที่ถูกต้อง “งั้นพวกมึงทำต่อก็ได้ เดี๋ยวกูรอ” (^^”)

“ไอสัส ใช้ไรคิดเนี่ย เดี๋ยวกูเข้าไปแต่งตัวก่อน รอตรงนี้ไม่ต้องสะเออะตาม”

“เออๆๆๆ” (- -) แม้จะอยากตามเข้าไปก็เหอะ

 

.

.

 

หลังจากนั้นไม่นานคู่รักทั้งสองคนก็ออกมาด้วยเสื้อและกางเกงที่ครบถ้วน แต่บ๊อกเซ่อของซึงฮยอนมันดูตุงๆผิดปกติไม่หายซะทีตั้งแต่ใส่ผ้าเช็ดตัวเมื่อกี้แล้วนะ (- -)

 

“พวกมึงรู้ได้ไง” เหมือนเป็นคำถามจุดชนวนให้อารมณ์ทั้งสามหนุ่มขึ้น

“มึงยังมถามอีกหรอ! ทำไมมึงไม่คิดบอกพวกกูเลยซักนิด ให้กูเป็นควายอยู่เนี่ยนะ”

“กูขอโทษ” (. .)!

 

“และสรุปรู้ได้ไง” เป็นอีกครั้งที่ซึงฮยอนทวนคำถามเดิม

“มึงยังมถามอีกหรอ! มึงไม่คิดบอกพวกกูเลยซักนิด ให้กูเป็นควายอยู่เนี่ยนะ”  แต่ผิดตรงที่คยองอิลแกล้งทำเป็นฉุนเฉียวพูดประโยคเดิมซ้ำกับซึงโฮเมื่อกี้ (= =) จนทุกคนส่ายหน้าหนี ก่อนจะง้างมือตบกะบาลไปคนละทีสองที และประสานเสียงกันตอกย้ำการเล่นไม่ถูกเวลาของมัน

 

พูด!!-ไป!!-แล้ว!!”

“แหะๆ” (^^”)

 

“กูจะถามคำถามเดิม ใครอยากจะปล่อยมุขอะไรกันอีกมั๊ย...พวกมึงรู้ได้ไง” (= =)?

“กูส่งสัยพวกมึงตั้งแต่ต้นแล้ว! ตั้งแต่ไปร้านค้า ตั้งแต่แม่สาวมินิมาร์ท”

“แล้วไง รู้ได้ไงล่ะ”

“นี่ไง...” คยองอิลหยิบสมุดปกแข็งเล่มสีน้ำตาลออกมาช้าๆ “...กล่องความลับ”

“ไอเชี่ยย มึงเอาไปทำไม!” เจ้าของกระโดดโหยงจะไปคว้าไดอารี่ตัวเองกลับมา แต่หนุ่มร๊อคกลับเอาหลบเพื่อไม่ให้เพื่อนซี้หยิบไปได้ ส่วนจียงได้แต่ทำหน้าฉงนสงสัยว่ามันคือสมุดความลับอะไรกันแน่...

 

ทั้งสามหนุ่มยิ้มอย่างมีชัยไปให้คู่รักที่นั่งหน้าซีดอยู่ตรงหน้า คยองอิลผู้ครอบครองความลับทำมาดดี เชิดคอ หลังตรงก่อนจะค่อยๆเอื้อมเปิดสมุดหน้าแรกขึ้นช้าๆ

 

ความรู้สึกนี้มันงุ่นง่านชะมัด...อยู่ๆก็ใจเต้นแรงเฉยเลย ตอนที่จียงเข้ามาเบียดใกล้ๆ...’

 

หนุ่มเซี้ยวอ่านค้างไว้แค่นั้นก่อนจะยิ้มย่องอย่างพออกพอใจ...ไปทางเจ้าของหนังสือที่เอาแต่ก้มหน้าแดง ไม่ต่างจากจียงที่รู้สึกเหมือนโดนสารภาพรักครั้งแรกยังไงอย่างนั้นเลย ก่อนจะส่งต่อไปให้จุนซูอ่านบ้าง...

 

จุนซูเปิดข้ามไปประมาณเกือบยี่สิบหน้า และหน้าที่เปิดมานั้นมีรูปที่จียงยิ้มกว้างมาทางกล้องอย่างจงใจ ภายใต้รูปใบเล็กมีข้อความสั้นๆ จากการบันทึกไว้ว่า

 

เหมือนกับการได้สารภาพรัก แต่ยังไงมันก็ยังแปลกๆอยู่ดี...นี่เราคบกันแล้วหรอ...ใจจะระเบิดอยู่แล้วนะ’

 

เป็นจียงที่รู้สึกเขินอายมากกว่าเจ้าของที่เขียนไดอารี่เองหลายเท่านัก เค้าเอาแต่งุดหน้ามือก็เกาที่เข่าตัวเองไปมา ส่วนซึงฮยอนเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันที่ต้องมาถูกประจานว่าตัวเองนั้นเหมือนคนบ้าแค่ไหนที่ชอบจียงขนาดนี้

 

พวกมึงนี่นะ....

 

“ว๊าวว ภาพนี้จียงน่ารักสุดๆ”

“ห๊ะ!” (O_O)! เจ้าของภาพรีบกระโจนเข้าไปดูภาพตัวเองในสมุดที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปอยู่ในมือของซึงโฮแล้วทันที แต่ก็ต้องถอยร่นกลับมาเมื่อเห็น เพราะความขวยเขิน มันเป็นภาพที่เค้ากำลังหลับพริ้มอยู่บนเตียง และซึงฮยอนกำลังแอบจูบที่หน้าผากเค้าอยู่...นายแอบถ่ายไว้เมื่อไหร่กันเนี่ย (.///.)

 

เจ้าแห่งหัวขโมย(จูบ) นามว่า ชเว ซึงฮยอน~’

 

ภาพนี้แทบทำเอาทั้งเจ้าของและผู้ถูกแอบถ่ายหน้าแดงแปร๊ดจนจะถึงใบหูกันอยู่แล้ว จียงได้แต่เขินอาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเค้ารู้สึกดีแค่ไหน ที่ซึงฮยอนรักเค้ามากและสนใจเค้ามากถึงขนาดนี้...เค้าไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าผู้ชายที่ดูเหมือนเย็นชากับคนอื่นทุกครั้ง จะอ่อนโยน และใส่ใจกับรายละเอียดมากถึงเพียงนี้...ชั้นดีใจที่มีนาย

 

“มึงพอได้แล้วมั้ง...” (= =)

 

“แน่ะๆ มีภาพคู่ด้วย แหม สัส ทำผมรงเดียวกันด้วยนะ” ภาพถ่ายสีขาวดำที่คู่รักตั้งใจทำผมทรงเดียวกันแล้วถ่าย ถูกเก็บไว้เก็บหนึ่งในหลายๆหน้าของสมุดเล่มนี้ด้วยเช่นกัน...

 

ลิงกับมังกร...มันเหมือนกันได้ไงเนี่ย คิคิคิ ^^’

 

“พอเหอะ กูขอร้อง ทำไมพวกมึงต้องมารู้ความรู้สึกกูมากขนาดนี้ด้วยล่ะวะ!” (= =)!!

“ก็พวกมึงมันจอมปิดบังกันนัก”

“ถ้ามึงตกอยู่ในสถาณการณ์อย่างกู มึงก็ต้องทำแบบนี้” น้ำเสียงจริงจังของซึงฮยอนเอ่ยขึ้นก่อนจะคว้าสมุดคืนมา

“...”

“...”

“แต่กูไม่...กูจะป่าวประกาศว่ากูได้เสียกับจียงแล้ว ใครอย่ามาแตะเมียกูนะ”

“ก็มึงมัน...เชี่ย! ไม่เหมือนชาวบ้านเค้าไง!” ซึงโฮตบกะจุนซูอย่างอดไม่ได้

“สัส เจ็บนะ”

“สรุปว่ามึงสงอคนเข้าไปห้องกู แล้วค้นสมุดกูใช่มั๊ย? กูขอบอกไว้เลย ถ้ากูไม่ลืมเก็บเข้าลิ้นชัก พวกมึงไม่มีวันได้เห็นไอนี่แน่ๆ มารยาทพวกมึงนี่มันหายไปไหนหมดวะ ไอเลว”

“ไม่เคยมีอยู่แล้ว มารยาท กำลังมาตักตวงเอาจากที่มหาลัยเนี่ยล่ะ เผื่อจะมีบ้าง ฮ่าๆๆ” ทุกคนหัวเราะร่ากับมุขปัญญาอ่อนของคยองอิลลั่น ก่อนที่จียงจะเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมา

 

“พวกกูขอโทษนะ ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้หรอก  และก็ดีใจที่พวกมึงเข้าใจ ขอบใจว่ะ”

“ถ้าพวกมึงเลิกกันนะ กูสาปแช่งแม่งทั้งคู่”

“ไมวะ?” (- -)?

“มึงไม่รู้หรอกว่าการอยู่ตรงกลางระหว่างความสัมพันธ์ของคนสองคนมันอึดอัดแค่ไหน มึงรักกันไม่เป็นไร แต่พอมึงเลิกกัน พวกกูล่ะที่ต้องมานั่งอึดอัดใจ เพราะพวกกูคือเพื่อน”

“ไม่มีวันนั้นหรอก” เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาทำเอาทุกคนฮือฮา รวมถึงจียงเงยหน้าไปมองคนรักด้วยความซาบซึ้งอีกด้วย

 

“บางทีกกูคิดว่าให้อภัยมึงง่ายไปหน่อยว่ะ” จุนซูเอ่ยกวน

“สัส เรื่องเยอะละ”

“ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่า มีไรอย่าปิดบังกัน ขอแค่นี้ล่ะ”

“ครับพวกคุณ พวกผมขออภัยอย่างมากเลยครับ” เจ้าของบ้านใช้มืออีกข้างกดให้คนตัวเล็กก้มลงขอโทษเพื่อนตัวปัญหาทั้งสามคนไปพร้อมๆตัวเอง (_ _)!

 

“เฮ้อ...เหนื่อยว่ะ”

“มึงก็พยายามกันมากนะ” (- -)!

“โห่ ถ้าไม่ติดว่าได้ยินเสียงกุกกักๆอะไรนะ กูได้เปิดโปงพวกมึงตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เสียงนั้นทำพวกกูหลอนไปหมด อยากจะกลับบ้านซะให้ได้ และก็เพิ่งจะได้เปิดอ่านตอนขึ้นรถ กูเลยรีบโทรหาซึงโฮกับจุนซู และรีบลงรถตอนนั้นเลย แม่งโคตรค้างคาใจ!”

“ขอนอนด้วยได้มั๊ยวะ”

“มึงกลับไปกันเหอะ” อย่ามาขัดขวางภารกิจของกูกันเลย

“เห้ย กูไม่เป็นไร เอากันได้เลย”

“ไอเชี่ยนี่!!”

 

ซึงฮยอนลุกทำท่าจะฟาดหน้าแข้งไปยังเพื่อนปากดี ก่อนจะเดินไปเปิดประตูหน้าบ้านคอยให้พวกมันส์ออกไปซะที

“เชิญครับพ่อนักสืบ” สามหนุ่มค่อยๆเดินคอตกออกจากบ้านหลังนี้ทีละคน จนจุนซูที่เป็นคนสุด ชะเง้อหน้ามามองจียงด้วยแววตาเศร้า “นอนไม่ได้หรอวะ” (‘_‘)

ไม่ได้!

 

 

ปังง!!

 

 

ซึงฮยอนปิดประตูใส่หน้าเพื่อนรักทั้งสามคนก่อนจะเดินเข้ากระโจนกอดใส่คนรัก “เฮ้อ...โล่งอกชะมัดเลย”

“อื้ม เหมือนกัน” (^^)

“พวกมันนี่จริงๆเลยว่ามั๊ย ฮ่าๆ”

จียงเอื้อมมือลูบหน้าคนรักอย่างทะนุถนอมด้วยความรัก “ขอบคุณมากนะ”

“การรักนายมันเป็นสิ่งที่ชั้นทำได้ดีที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ”

“อื้มม” เรียวปากสวยเอื้อมประกบไปยังคนรักอย่างอิ่มเอม...ให้ตายสิ ทำไมมันรู้สึกเบาเหมือนตัวจะลอยต่างจากก่อนหน้านั้นหลายเท่าขนาดนี้นะ...คล้ายนกที่โผบินอิสระบนท้องฟ้ากว้างใหญ่...

 

 

ชั้นไม่เคยคิดเลยว่าชั้นจะรักนายได้มากเท่านี้มาก่อน

ยิ่งคบยิ่งรู้สึกใช่...ยิ่งมองตายิ่งรู้สึกถึงกันและกัน หัวใจชั้นมันไม่เหลือที่ให้ใครอีกต่อไปแล้วนอกจากนาย...ควอน จียง

 

 

 

// ติ๊งต่อง ๆๆๆๆ ติ๊งต่องๆๆๆๆ //   

 

เสียงออดที่รัวดังอย่างบ้าคลั่งหน้าประตู ทำเอาเจ้าของบ้านถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะทำทีเป็นไม่สนใจ พยายามจะแสดงบทรักหวานฉ่ำกับคนน่ารักตรงหน้าต่อ หากแต่คนตัวเล็กทำหน้าระอา ก่อนจะบอกให้ไปเปิดเถอะ...มันคงไม่รามือกันแน่ๆ

 

“ขอจูบก่อนอีกทีได้มั๊ย” (T T) คาดว่าคืนนี้เราคงค้างกันอยู่แค่นี้สินะ ขณะที่ปากอิ่มกำลังจะเอื้อมประทับจูบ ออดเจ้ากรรมก็รัวๆๆๆไม่หยุดจากสามสหายด้านนอก จนซึงฮยอนถึงกับสบทหัวเสีย และรีบเดินไปกระชากเปิดประตูดังปังอย่างฉุนเฉียว!!

 

 

เซอร์ไพรซ์~~~” (^0^)

 

 

END.

 

 

 

 

 

ติดป่วง ติดหน่วง ติดเกรียน .. เฮ้ออ เซ็ง

ยังไงช่วยเม้นบอกกันหน่อยนะว่า เนื้อเรื่อง ภาษา ความสมูธ เป็นยังไงบ้าง T^T

เพราะเค้าห่างหายไปตั้งสองเดือนกว่า...อยากจะบ้ามันยากจริงๆเลย :(

ขอบคุณค่ะ ^^

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ค้าง อย่างงงงง แรงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!

อ่านไปก็เขิลไป และมีความรู้สึกอีกอย่างที่แรงกว่าความเชิลคือความรู้สึกอยากกระโดดเตะปากอีสามตัวนั่นตงิดๆ ฮว่ากกกกกกกกกกก

มันค้าง ค้าง ค้าง ค้างงงงงงงงงงงงง อ๊างงงงงงงงงงง ตั่วแต๋ นี่คือการแก้แค้นใช่มั้ย ฮื้อออออ (โหยหวน)

ฮือออออออ ถ้ามีปอมมุน้อย ก็คงโด่วไม่รู้ล้มเหมือนพี่โป้ไปแล้ว ฮึ้ยยยย

สงสารสองคนนี้จริงๆ สรุปอีสามตัวป่วนนี่จะค้างให้ได้ ? คนเค้าจะรวมร่างกันน้อออออ ~ (สรุปแค้นประเด็นนี้จริงจังอะ !)

แต่ก็มีอะไรดีๆที่ทำให้ได้รู้ถึงไดอะรี่ลิงน้อยนะ น่่ารักอ้ะ ! อ่านแล้วบิดไปบิดมา ฮ่าๆ ไม่คิดว่าโป้จะน่ารักได้ขนาดนี้ รักเมียได้ขนาดนี้ โรแมนติกได้ขนาดนี้ .....และหื่นได้ขนาดนี้ คิคิ

ป.ล. ขอบคุณตั๋วแต๋มาก ที่สละพังผืดมาแต่งตอนพิเศษที่ป๋ารอมาทั้งชีวิต(เวอร์) แต่ชอบจริงๆนะ ชอบ ชอบๆๆๆๆจริงๆ ฟิคเรื่องนี้อ่านกี่ครั้งใจก้อเต้นตึกๆๆๆอะ ทั้งลุ้นทั้งหื่น ฮ่าๆๆ

ป.ล.ล.มันยังไม่ฟินนะ แต๋ ในฐานะมะเอียที่ดี ช่วยแต่งSpecial 2.1 หน่อยเถอะ (นอนราบทำท่าบูชาเมีย) พลีสสสสสส ~~~

#1 By PoMu69 on 2011-07-09 03:26

แปะไว้ก่อนเดี๋ยวมาอ่าน

#2 By NPC on 2011-07-09 20:07

ได้ใจสุดๆค่ะตั๋วแต๋ขา
ภาษาเยี่ยมยอดอ่านแล้วเร้าใจ(?)
ลื่นปื้ด ลื้นปื้ดเลย

เนื้อเรื่องไม่ต้องพูดถึงชอบคอดๆ
ท็อปรักคุณแฟนมากกกกกกก
คุณแฟนของท็อปก็ตามใจท็อปสุดๆ(ชอบตรงนี้แหละ)

ชอบทุกฉากของตั๋วแต๋เลยนะ อ่านแล้วลุ้นเรื่อยๆเลยว่าจะเป็นไงต่อ
จริงๆนะ
อ่านไป ไม่อยากให้จบไปด้วย
อยากอ่านต่อเรื่อยๆ

แต่ว่า เซอร์ไพรส์ อะไรหนอ รึใครจะมาอีกเนี่ย
เหอะๆ
มีแต่เรื่องให้แปลกใจเสมอ
รอต่อได้ป่ะ นะๆๆ

#3 By mintaname on 2011-07-10 11:56

ตั๋วแต๋เอ้ยยยยยยยยยยยยยยย !
เจ้ ไม่ไหวแล้ววววววววววววววววววววว.

อยากจะบอกว่า อ่านไปใจเต้นตึกตักไป ลุ้นทุกตอนจริงๆอ่า
ยิ่งตอนที่คยองอิลบอกให้บอก นี่ โคตรลุ้นไปกับซึงโฮอ่า~ ><

แต่แบบ แอบค้างคาอ่ะ เกือบแล้วววววว
ไอ้ลิงทั้งสามดัํนดันมาก่อกวนค้นหาความจริงกันพรานี้ พอดี!!
แอบอยากเป็น 1 ใน 3 แล้วไปแอบดูสองคนนี้ ฉึกๆกัน? กร๊ากกกกกกก

โฮ้ย แต่ก็จบลงด้วยดีนะ...
ขอสเปเชี่ยลอีกซักตอนได่เปล่าอ่ะ ตั๋วแต๋ กร๊าก
(อินี่โลภมากกกกก)

แต่สนุกมากอ่า ชอบเรื่องนี้มากอ่ะ แบบเรียก 'คุณแฟน'
แล้วมันดูน่ารักดีอ่า เง้อ

สนุกมากอ่า แต๋ ตอนนี้ยังตื่นเต้นไม่หายเลย 55

#4 By Loveless (125.24.84.226) on 2011-07-10 12:36

น่าร้ากกกกกอะ
ชอบๆๆ

#5 By (58.9.100.217) on 2011-07-10 12:56

ฮาๆๆๆๆ ฮาอย่างแรง
ในที่สุดความลับก็ไม่ลับอีกต่อไป
ชอบสมุดบันทึกของท็อปมากอะ น่ารักสุดๆ
นี่ถ้าใครมาทำอะไรแบบนี้ให้บ้างนะ ปลื้มใจตาย
แต่เป็นใครก็ทำเหมือนท็อปนี่แหละ จียงน่ารักจะตาย
ไม่รักไม่ได้แล้ว
ส่วนผองเพื่อนก็สุดยอด กวนได้ใจทุกคน ฮาๆๆ
ถ้ามีตอนต่อก็ดีนะเนี่ย อิอิ

#6 By katsuki_pri on 2011-07-18 23:13

ชอบ ๆๆๆ น่ารัก ๆๆๆๆ
สนุก ๆ ชม ๆๆๆๆอย่างเดียว
ไม่มีติอ่ะ

#7 By GdVip (118.174.79.59) on 2011-08-31 22:34

ไอ่เพื่อนพวกนี้ = =
ขัดจังหวะอยู่ได้ 5555

กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม ><'
สวดยอดค่ะ~

#8 By นิ'นาม (206.53.148.48) on 2011-09-06 04:05