your code here

★[LF] HARD TO SAY (5)

posted on 04 Apr 2011 01:02 by tuatae-rh  in LONG-FICTIONS

Title: HARD TO SAY
Status: 5
Author: Tuatae
Pairing: TOP x GD
Rating: General, Drama (?)
Genre: NC-17

Auther's Note: อย่า คาด หวัง ! 5555 ; D

 

 

“ซึงโฮ กูมีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อย” ชายหนุ่มนั่งกระดกน้ำแก้กระหาย ก่อนจะเสยผมที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อขึ้น หลังจากซ้อมเพลงกับซึงโฮจนเหนื่อย เพื่อรอเวลาทุกคนมาให้พร้อมกัน...ไม่ใช่ว่า ทุกคนมาผิดเวลา แต่เป็นเค้ากับซึงโฮที่มาเร็วกันไปเอง...อาจเพียงเพราะมีบางสิ่งที่ไม่สบายใจ

 

“กูก็มีเรื่องจะบอกเหมือนกัน”

“งั้นมึงพูดก่อน”

“ไม่...มึงก่อนเลย” หนุ่มเซี้ยวผายมืออย่างสุภาพไปยังเพื่อนตัวใหญ่ให้เป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน ซึงฮยอนทำท่าทีเรียบเรียงความคิดเล็กน้อย แต่ก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะพูดออกไปอยู่ดี

“คือ...มึงรู้ใช่มั๊ยว่าเรื่องระหว่างลายอิ้งดรายกับวงเรามันไม่ใช่เรื่องปกติ” ซึงโฮพยักหน้ารับ เค้ารู้ดีว่าเพื่อนตรงหน้ากำลังคิดจะพูดเรื่องอะไร แต่ถึงกระนั้นก็เตรียมใจที่จะรับฟังไว้เรียบร้อยแล้ว

 

“กูรู้ว่ามึงคงจะไม่ค่อยพอใจที่จู่ๆเรื่องมันก็เป็นแบบนี้...ตะ...”

“เดี๋ยว...” คนที่นั่งฟังด้วยใบหน้านิ่ง หันมาจ้องไปยังคนที่กำลังอธิบายด้วยความลำบากใจ ถึงต่อให้จียงไม่บอกความจริง เค้าก็รู้ดีว่าเจ้าตัวนั่นล่ะ เป็นคนจัดการเรื่องนี้ทั้งหมด...เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่แทคยอนจะละมือกลางคัน!

 

แต่สิ่งที่เค้ากำลังลำบากใจอยู่ตอนนี้ก็คือ...ซึงโฮมันคงจะมีแผนการที่จะทำอะไรซักอย่าง เพื่อที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น...หากว่ามันได้รู้ความจริงแล้ว ชายที่เต็มไปด้วย ‘ศักดิ์ศรี’อันมากล้นจนยากที่จะผ่อนปรนนั้น อาจจะทำอะไรที่คนปกติเค้าไม่ทำกันก็ได้... อารมณ์มันเอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ

 

ส่วนรายนั้นถ้าไม่คิดพูดตั้งแต่ต้นแล้ว...ก็คงจะไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติมทั้งนั้น...การไม่พูดนี่ล่ะปัญหาใหญ่ของเราเลยจริงๆ

ซึ่งถ้าผมไม่คิดเริ่มทำอะไรตั้งแต่ตอนนี้ล่ะก็...เรื่องพวกนี้มันก็จะกลายมาเป็นปัญหาของวงเรา...ทันที

 

แต่...มันอาจจะดูแปลกผมที่ออกนอกหน้าไปซะหน่อย ทำไมผมถึงต้องกระวีกระวาดร้อนรนซะขนาดนี้ล่ะ...มันก็เพราะ...

ความจริงแล้วผมอยากจะทำอะไรซักอย่างให้คนนั้นเห็น มากกว่าคำว่า ‘รัก’ ที่เพิ่งบอกออกไป...ก็เท่านั้น

 

“อย่าเพิ่งโมโหนะเว้ย ฟังกูให้จบก่อน”

“พอ...” ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะฟังเหตุผลนั้นต่อ แต่...

“กูไม่อยากให้มึงไปสืบเสาะอีกต่อไปว่า ทำไมลายอิ้งดรายถึงยกเลิกการแข่งกับพะ...”

“หยุด”

“ถึงจียงจะทำแบบนั้น โดยไม่คิดถึงศักดิ์ศรีของวงเรา แต่มันกะ...” (><)

“บอกให้หยุดไง ซึงฮยอน!” ฟังกูหน่อยเถอะ

“...” (. .)!

 

“กูจะบอกมึงว่า...เมื่อวานกูไปหาแทคยอนมา”

“...” (O_O)!

“ตกใจหรอ? ที่กูรู้เรื่องทั้งหมดนั้นแล้ว และก็คิดว่ารู้ดีกว่ามึงด้วยซ้ำไป...ใช่มั๊ย?” หัวหน้าวงพยักหน้าตอบช้าๆ นี่มึงถึงกับไปหาไอแทคยอนเลยหรอ...ให้ตายสิ คนในวงนี้มันสุดโต่งกันทุกคนเลยรึเปล่าวะ

 

“หึ...จียงแม่งทำเรื่องได้ตลอดเวลาจริงๆนะ” ว่าพลางส่ายหัวอย่างเอือมระอา

“มึงโกธรมันมั๊ย?”

“ไม่หรอก...คิดดูแล้วมันเป็นปัญหาของซองมินกับจียงมากกว่า มันคงไม่อยากให้คนอื่นมาลำบาก”

“อืม”

“แต่กว่าไอห่านั่นมันจะบอกได้นี่สิ ไม้กลองแทบหัก มันคงกลัวจียงมากอะ หึหึ”

“ท...ทำอะไรมัน” (O_O)!! ตัวมันอยากกับควายเอาอะไรสู้

“ตีกลองแข่งกับมัน...” ซึงโฮหัวเราะเบาๆ ตลกตัวเองที่ต้องไปแข่งตีกลองกับนักร้อง “...ดูถูกชั้นดีนัก หน้าหงายไปซะ”

“ถ้าแพ้นี่สิ กูจะไล่มึงออกจากนิวติ้งค์!” (- -)!

 

แต่เห็นรอยยิ้มของไอนี่ได้ผมก็ไม่มีอะไรต้องเคืองใจอีกแล้วล่ะครับ...อย่างน้อยก็ถือว่ามันได้ไปลงแข่งกับแทคยอนด้วยตัวเองเพื่อกู้ศักดิ์ศรีละ นั่งมองสีหน้าภูมิใจของมัน ทำให้อมยิ้มตามได้ซะอย่างนั้น หรืออาจจะยิ้ม...เพราะคิดว่าต่อไปนี้จียงคงจะโล่งใจที่คิดว่าไม่มีใครล่วงรู้แผนของตัวเอง...

 

หึหึ...นายคิดแบบนั้นใช่มั๊ย...จียง

 

..

 

เหลือเวลาเตรียมตัวอีกไม่กี่วันแล้วก่อนที่จะถึง ‘ROCK OF GOD’ ตอนนี้ทุกคนซ้อมดนตรีกันหนักมาก บางวันพวกเราถึงกับต้องอาศัยห้องซ้อมเป็นที่นอนเลยด้วยซ้ำ เพราะเวลาที่ล่วงเลยมา มันเกินกว่าจะให้เดินทางกลับบ้านได้แล้วจริงๆ มีหลายท่อนที่ต้องปรับลด หรือเพื่อเติมเข้าไปใหม่อยู่ตลอดเวลา เพื่อความสมบูรณ์ของเพลงที่พวกเราเลือกไปใช้ในการประกวด และแม้ว่าบางทีตัวเพลง และทำนองจะใกล้สมบูรณ์แล้วเต็มที แต่หากว่ายังมีคนไหนที่รู้สึกไม่พอใจหรือตะขิดตะขวงใจแปลกๆ พวกเราก็พร้อมใจที่จะปรับเพื่อให้มันสมบูรณ์แบบมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

 

ที่เค้าเรียกว่าการทำงานอย่างใส่ใจ...ตั้งใจ...และประณีตบรรจง

แม้มันจะอยู่ในรูปแบบดนตรีร๊อคก็ตาม

 

.

.

 

สามวันสุดท้าย

 

...วันนี้ทุกคนกลับบ้านไปกันหมดแล้ว แต่ชายร่างหนาที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมในห้องซ้อม กลับยังคงนั่งอมยิ้มกับภาพโปสเตอร์โปรโมทวงที่เพิ่งทำเสร็จ เมื่อพิจารณาให้ดีแล้วมันก็ดูดีไม่หยอกเลย...โดยเฉพาะตัวเอง นิ้วมือหยาบเอื้อมไปลูบใบหน้าคนน่ารักใบภาพอย่างอ่อนโยน...

 

คำที่ชั้นบอกนายไป...เพลงที่ร้องให้ฟัง หลังจากวันนั้นชั้นก็ไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงระหว่างเราเท่าไหร่หรอก เค้าเป็นคนพูดเองนี่ว่า เราก็ทำแบบที่เราทำ และเป็นแบบที่เราเป็น’ แต่ทำไมตอนนี้เค้าถึงยังโลภมาก และยังรู้สึกต้องการบางสิ่งจากคนที่เค้าบอกรักไปกลับมาอีก...ทั้งๆที่จียงก็คงยังทำตัวปกติเฉกเช่นเดิม

 

ซึงฮยอนลุกขึ้นยืนเต็มตัว ก่อนจะหยิบเอาโปสเตอร์หนึ่งแผ่นจากในกอง เดินออกไปยังหน้าประตูก่อนจะทากาวและแปะภาพวงนิวติ้งค์ลงไป สีหน้าและแววตาที่มุ่งมั่นของทุกคนในภาพ มันชวนให้นึกถึงทุกคนในวงขึ้นมาจับใจ

 

ตอนนี้...พวกเรามาไกลกันขนาดไหนแล้วนะ

 

แดซอง...คือคนที่ต้องปรับตัวกับการเข้าเรียนมหาลัยปีแรก มันทำให้เค้ารู้สึกเหน็ดเหนื่อยกว่าทุกคน เพราะว่าผลการเรียนที่เค้าพยายามสู้กับมันอย่างหนัก มันจะกลายเป็นตัวชี้วัดว่าดนตรีบ้าๆพวกนี้มันจะทำให้เค้าเสียคน อย่างที่ที่บ้านกล่าวหาได้รึเปล่า... และนั่นก็เป็นงานหินที่ไอบ้านั่นต้องรับผิดชอบ แต่ด้วยพรสวรรค์ทางด้านการร้องเพลง เค้าเพียงแค่ตั้งใจเพียงชั่วครู่ นิวติ้งค์ก็จะได้เสียงเพลงและเนื้อเสียงที่เหมาะสมกับเพลงประเภทนั้นอย่างง่ายดาย

 

ขอบคุณ...ซึงโฮที่บังเอิญไปเจอแดซองโดยบังเอิญที่ร้านคาราโอเกะ...นายเจอเพชรแล้ว

 

                ซึงโฮ...เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยม.ปลาย มันเป็นคนที่ทำให้ผมรู้จักคำว่า ‘ดนตรีร๊อค’ ที่แท้จริงๆ ไม่ใช่แค่ความมีเสน่ห์แบบฉาบฉวย จากการเล่นดนตรีในแนวเพลงที่คนทั้งโลกหลงไหล ตัวซึงโฮเองไม่เคยพูดเยินยอตัวเองว่าตัวเองนั้นเล่นกลองเก่งขนาดไหน...และไม่เคยสนใจว่าจะมีใครชอบหรือไม่ชอบกับสิ่งที่ตัวเองเป็นรึเปล่า ขอแค่...อย่าดูถูกและเหยียดหยามศักดิ์ศรีที่คนหนึ่งคนมีอยู่ก็พอ...

 

ขอบคุณ...มัธยมชองดัมที่ทำให้เรามาเจอกันและเป็นเพื่อนรักกันจนถึงตอนนี้...

 

                ฮยอกซู...หนุ่มหน้าตาดี หุ่นดี ชาติตระกูลดี... ความเจ้าชู้นั้น ผมยกให้เป็นอันดับหนึ่งของกรุงโซลเลย และผมก็คิดว่าแรงบรรดาลใจในการเล่นกีต้าร์ของมันก็เพื่อหลีหญิง แต่เมื่อไหร่ที่มันจริงจังกับดนตรีขึ้นมาล่ะก็...ต่อให้ผู้หญิงที่หน้าตาดีที่สุดในเกาหลีมายืนอยู่ตรงหน้า มันก็คงมองไม่เห็นหัว...บอกแล้วว่านิวติ้งค์มีใครไม่สุดโต่งซักคนมั๊ย?

 

ขอบคุณ...ซึงโฮมันอีกนั่นล่ะ ที่เกือบจะไปมีเรื่องกับฮยอกซูตอนจะไปซื้อเบสตัวใหม่...

 

จียง...คนสุดท้ายที่ผมกำลังจะพูดถึง ตั้งแต่รู้จักกันครั้งแรกจนถึงตอนนี้ ไม่มีซักวันที่ผมรู้สึกเสียใจที่ได้เจอคนๆนี้เลย เค้าเป็นคนที่แปลกและมีเรื่องให้น่าตื่นเต้นแต่ผสมไปด้วยความน่าค้นหาอยู่น้อยๆ ถ้าถามว่าในความคิดผมจียงเป็นคนยังไงหรอ? ผมจะอธิบายสั้นๆเลยว่า ‘ความน่าเบื่อ เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับควอน จียง’ ผมคิดแบบนั้นจริงๆนะ แต่หลายๆคนอาจจะไม่คิดแบบนั้นหรอก...ก็เพราะใครๆก็เคยเจอไอนี่มันแผลงฤทธิ์ใส่แล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสายตา หรือใบหน้ายะโสโอหังที่มีมาแต่กำเนิด แต่ทำไมผมกลับคิดว่ามันเป็นสิ่งดีสิ่งหนึ่งของชีวิตเลย ที่ได้มาเจอความแปรปรวนแปลกๆภายใต้ร่างของมนุษย์คนนี้...มันรู้สึกดีมากครับ

 

ขอบคุณ...ในฤดูหนาวตอนม.ต้น ผมเลือกที่จะโดดเรียน...วันนั้นมันทำให้เรา...ได้เจอกัน

 

//ตืดดดด ตืดดด//

เสียงโทรศัพท์ที่กำลังร้องสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงปลุกเค้าให้ตื่นจากภวังค์ ชายหนุ่มสบทน้อยๆเพราะอาการตกใจ ก่อนจะก้มมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ...ตรงเวลามากนะ

 

“อือ เสร็จแล้วหรอ?”

“ใช่...ตอนนี้นายมาหาชั้นได้แล้ว”

“อะไรคือสิ่งที่นายอยากให้ชั้นดูกัน”

“...”

 

ตื๊ดด...ตื๊ดดด... (เสียงสัญญาณตัดไป)

 

นึกจะวางก็วาง...สาบานได้ว่าลักษณะแบบนี้นี่ล่ะ คืออารมณ์แบบปกติ ที่ไม่มีอาการโกธรเคืองอะไรทั้งสิ้นเข้ามาเกี่ยวเหมือนคนทั่วไปที่ไม่พอใจแล้วกดตัดสาย สำหรับจียง...ถ้ามีเรื่องพูดก็พูด แต่ถ้าจู่ๆไม่อยากพูด ก็จะวางสายทันที ทั้งๆที่บางทีอาจจะยังคุยธุระไม่ทันเสร็จเลยด้วยซ้ำไป

 

แปลก...แต่กลับถูกใจจนถอนตัวไม่ขึ้น

 

..

 

อากาศภายนอกมันหนาวมากจริงๆ แต่ผมก็อยากที่จะถอดแจ็คเกตหนาออกวางไว้ที่เก้าอี้ เหลือแต่เสื้อกร้ามตัวบางที่ใส่ปิดบังร่างกายอยู่ ก่อนจะลุกเดินสะเปะสะปะไปมารอคนที่บอกว่าจะถึงในอีกสิบนาที

 

ลมเย็นที่พัดโชยมาเป็นระยะๆมันทำให้ปากบางสั่นระริก แต่เค้าก็ยังเลือกที่จะยืนหนาวสั่นให้มันสะท้านร่างกายเล่นๆ แค่รู้สึกว่าทำแบบนี้แล้วมันสะใจดี แม้จะมีน้อยคนที่จะเดินผ่านมาแถวนี้ยามราตรี แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย หญิงสาวที่เพิ่งกลับจากทำงานโอที มองจียงด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะรีบเร่งเดินผ่านไปเพราะเกรงว่าจะกลัวเด็กนี่ปล้นหรือทำมิดีมิร้าย...จียงมองตามด้วยสายตาเหยียดหยัน...หึ ในตัวจะมีเงินซักกี่วอนเชียว

 

นาฬิกาที่ข้อมือบอกว่าถึงเวลาที่ซึงฮยอนจะมาถึงแล้ว เค้ากลับไปนั่งรอที่เก้าอี้สาธารณะตัวเดิม แต่ยังคงไม่หยิบแจ็คเกตราคาแพงขึ้นมาใส่...ควอน จียงยังทนต่อความหนาวได้มากกว่านี้อีก...แค่นี้มันยังน้อยไป เด็กหนุ่มแสยะยิ้มให้ตัวเอง หากแต่ใบหน้านี้ถ้าคนอื่นมองก็คงจะร้องบอกว่า...นายมันโรคจิตชัดๆ

 

เพียงไม่นาน...เค้าก็สังเกตเห็นร่างที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากจุดเล็กๆในระยะไกลบนถนน ตอนนี้กลับกลายเป็นร่างสูงใหญ่ของคนที่เค้ากำลังรอคอยอยู่...มาแล้วหรอ?

 

ซึงฮยอนขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อมาถึงก็เห็นไอตัวดีกำลังนั่งใส่เสื้อกร้ามตัวบาง ร่างกายเล็กเกร็งสั่น ทั้งๆที่มีแจ็คเกตที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นได้วางอยู่ข้างๆ...ความคิดพิเรนอีกแล้ว

 

“หนาวมั๊ย?”

“...” ใบหน้าสวยรั้นพยักตอบรับ

“และทำไมไม่ใส่เสื้อ”

“ความหนาวมันยังไม่ทำให้ชั้นตายหรอกน่า หึหึ”

“ไม่แน่...” มือหนาคว้าเสื้อที่วางอยู่ข้างๆ มาโยนห่มให้ไอคนหัวรั้นทันทีที่พูดจบ แต่คนที่นั่งอยู่ยังดื้อใช้มือปัดจนเสื้อร่วงออกไปจากตัวอีกครั้ง ร่างสูงถอนหายใจ และก้มลงหยิบเสื้อตัวเดิมมาคลุมให้ร่างห่อเล็กอีกครั้งเช่นกัน “...ห้ามถอด”

“...” จียงแอบลอบยิ้มเล็กน้อยกับความเป็นห่วงเป็นใยที่ได้รับ...ก่อนจะปั้นหน้าขึงดังเดิม

“อะไรที่จะให้ดู?”

“ตามมา”

 

เท้าเล็กลุกเดินนำหน้าไปยังซอกซอยที่อยู่ไม่ห่างไกลจากจุดเดิมเท่าไหร่ ก่อนจะเลี้ยวซ้ายต่อไปอีกประมาณสามร้อยเมตร และจึงเลี้ยวขวาอีกที มือเล็กที่แกว่งไกวอยู่ข้างลำตัวมันชวนให้สายตาคู่คมจับจ้อง...อ ย า ก จั บ

 

“เป็นอะไร?”

“...” (.//.) อยากจะชกหน้าตัวเองให้ตาย...ความเขินของผม จะมากำเริบอะไรเอาตอนนี้นะ

“จินตนาการอะไรไปแล้วน่ะ” จียงหยุดเลิกคิ้วถามคนข้างๆอย่างรู้ทัน

“ป...เปล่าซะหน่อย” คนที่ถูกจับผิดแก้เขินด้วยการผลักไปที่หัวเล็กที่ทำหน้าตาสงสัยอยู่ข้างๆแทน...ก็แค่อยากจับมือ

“อยากสวีทกับชั้นหรอ”

“...” (O_O)! อ่านใจคนได้หรือไงนะ

“อ่า...จริงๆด้วยสินะ นายนี่มันจับผิดง่ายชะมัดเลย”

 

คนตัวเล็กยืนยิ้มร่าด้วยใบหน้าสดใส มันเหมือนกับมีแสงสีขาวเปล่งประกายอยู่รอบร่างบาง...ท่ามกลางความมืดยามราตรี คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวแข็งทื่อกับภาพตรงหน้า ก่อนจะรีบเรียกสติกลับคืนมา “ดีนะ...ที่นายเป็นแบบนี้”

“แบบไหน”

“ตอนนี้...ชั้นคิดว่ามันดีมากเลย ที่นายไม่ค่อยยิ้มให้คนอื่น”

“...?”

“ถ้านายเป็นอย่างแดซอง ชั้นคงจะกลุ้มใจที่ต้องเห็นคนรู้สึกแบบชั้นในตอนนี้”

“เป็นคน...ขี้หึงหรอ

“...” ไม่...ไม่ได้ขี้หึง...แต่แค่ไม่ชอบให้คนอื่นมาใช้ความรู้สึกร่วมกับเค้า ซึงฮยอนไม่ตอบเพียงแต่ส่งยิ้มกลับไป ก่อนจะดึงเอามือเย็นเฉียบของคนข้างๆมากอบกุมไว้ทันที...ชั้นสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ใช่มั๊ย?

 

ความเงียบสามารถตอบคำถามในใจอีกคนได้อย่างชัดเจน...มือบางยอมให้ถูกกอบกุมอย่างโดยดี

 

จากก่อนหน้านี้ที่มีตึกรางบ้านช่องให้พอเห็นอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เบื้องหน้ากลายเป็นสนามหญ้าที่ชื้นน้ำค้างเย็นๆ ลาดลงไปเป็นแม่น้ำสายกว้าง ซึ่งเค้าก็ไม่แน่ใจว่ามันชื่ออะไร และอาจจะเป็นเส้นทางน้ำที่สามารถเชื่อมไปยังแม่น้ำฮันด้วยก็ได้ แต่ดวงจันทร์และแสงไฟสว่างจากสะพานแขวนที่มีรถแล่นไปมา มันทำให้แม่น้ำสายนี้ดูงดงามอย่าบอกใคร

 

“สวยมั๊ย?”

“...” ร่างสูงพยักหน้าแทนคำตอบ

“เดทครั้งแรกของเรามันไม่ค่อยดีเลยว่ามะ...” ระหว่างที่พูด มือเล็กที่ถูกกุมไว้ด้วยมือหนาจนมิด ถูกดึงเข้าไปไว้ในกระเป๋าแจ็คเกตหนังตัวใหญ่อย่างเนียนๆ...ดวงตารีตวัดไปมองเพียงครู่ก่อนยิ้มเมื่อเห็นคนข้างๆยังแสร้งทำเป็นนิ่ง

 

...เขินหรอไงนะ 

 

“ไม่นี่...มันดีนะ”

“คิดแบบนั้นหรอ” ตามตำราอะไรซักอย่างที่เคยอ่าน...เค้าบอกว่าคนที่ถูกลูบมือไปมาจากผู้ชาย มันแสดงถึงการขอมีเซ็กส์ ตอนนี้ซึงฮยอนกำลังคิดกับเค้าแบบนั้นรึเปล่า...ถึงได้นวดมือเค้าไม่ยอมหยุด

“คิดแบบนั้นหรอ”

“มันทำให้ชั้น...ได้บอกรักคน...ได้เล่นกีต้าร์ให้เค้าฟังจนหลับ...และตอนนี้ก็ยังได้จับมือเค้าอยู่ด้วย”

“...” เป็นแบบนี้เองหรอ...จียงก้มหน้าเม้มปากเขิน เพราะกลัวอีกคนจะเห็นสีหน้าแปลกๆนี่เข้า

แต่ไอมือที่ยังลูบคลึงเค้าไม่หยุดนี่มันทำให้ตะขิดตะขวงใจไม่เลิก...น า ย อ ย า ก ...ใช่มั๊ย?

 

“อยากมีเซ๊กส์กับชั้นหรอ”

“...” (O_O)!

 “ตาโตทำไม? เห็นลูบคลึงมือชั้นไม่หยุด” หลังสิ้นคำมือหนาข้างซ้ายที่กุมมือเล็กไว้ในแจ็คเกตก็ชะงักกึก! ไม่กล้าที่จะทำอย่างที่จียงว่าต่อ...ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย...แต่แค่มันนิ่มมือจนลูบเพลินไปหน่อย

 

“ไม่ได้อยาก แต่ได้ก็ดี...ไม่อยากลองหรอ หึหึ” หน้าทะเล้นแกล้งแซว

“อยาก...” คำว่าอยากที่พูดเอาดื้อๆ ทำเค้าสะดุ้งเฮือก!ได้อีกครั้ง “...ก็หลายครั้งนะ ที่เกิดอารมณ์แต่นายก็หยุดไป”

“...” (. .) ต ร ง ต ล อ ด

 

“อยากฟังอีก” มือที่ถูกกอบกุมอยู่กลับเป็นฝ่ายขยับและบีบเบาๆที่มือหนาบ้าง...นี่เค้ากำลังอ้อนหรอ?

“ฟังอะไร”

“คำที่นายบอกชั้น ก่อนที่จะเล่นกีต้าร์ให้ฟัง”

“...” ที่เงียบไม่ใช่เพราะไม่อยากพูด...แต่กำลังพยายามเพ่งมองใบหน้าที่ส่งสายตาแบบนี้มาให้เค้าต่างหาก ว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่...เชิญชวน...อ้อนวอน หรือออกคำสั่ง

 

.

.

 

เมื่อจ้องคนตรงหน้าอยู่นานแต่กลับไม่มีปฏิกริยาใดตอบกลับมา คนตัวเล็กจึงเบือนหน้าหนีออก ไปมองแม่น้ำที่ไหวเป็นคลื่นน้อยๆจากแรงลมที่พัดมา...ในยามกลางคืนของที่แห่งนี้ มันมักหนาวเย็นมากกว่าตรงอื่น เพราะเป็นสถาณที่โล่งกว้าง อากาศสามารถถ่ายเทได้อย่างเต็มทีโดยไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆขวางกั้นเอาไว้...เย็นซะจนเกินไป

 

“ทำอะไร” คนสวยหันค้อนขวับไปยัง มือเรียวยาวที่กำลังขยับเสื้อแจ็คเกต ที่คนตัวเล็กใช้คลุมไหล่ไว้เฉยๆ หากแต่ไม่ได้สวมใส่ไว้... เค้าก็แค่จะขยับคลุมให้มันมิดชิดมากกว่าเดิม...เกรงว่าจะหนาวไป

“ทำไมไม่สวมไปดีๆ”

“เออ ใส่แบบนี้ล่ะ ไม่เป็นไรหรอก” พูดไปตัวก็สั่นระริก เพราะลมที่พักโชยมาไม่หยุด

“รั้นนะ” ซึงฮยอนยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะดึงกระชากร่างตรงหน้ามากอดไว้แน่นจนอีกคนไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากอุ่นกดจูบไปที่ใบหูเย็นเฉียบเบาๆ ตัวเย็นขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีก...นายมันจะหาเรื่องทะเลาะกับธรรมชาติทำไม

 

“หึ อยากกอดชั้นอีกแล้วล่ะสิ” แม้จะพูดแบบนั้นแต่ก็ยังยืนนิ่งให้คนตรงหน้ากอดแน่น

“ทำมากกว่านั้นได้...ก็ทำไปแล้ว หึ”

“จูบ...และตามด้วยสอดใส่แบบนั้นอะหรอ?”

“หึหึ พูดออกมาซะขนาดนี้ ชั้นจินตนาการไปไกลแล้วนะ”

“ก็บอกแล้วว่าชั้นปิดบังความรู้สึกและความคิดตัวเองไม่เก่ง”

 

การที่เค้ากอดผมมันทำให้ผมรู้สึกอุ่นขึ้นมากจริงๆนะ...ตอนนี้ในสมองผมกำลังจินตนาการภาพของเราสองที่เปลือยเปล่า ขยับเขยื้อนด้วยท่วงท่าต่างๆมากมาย...บนเตียงเดียวกัน ผิวกายชุ่มเหงื่อรวมถึงลมหายใจร้อนๆที่แผดเผากันและกันมันชวนให้รู้สึกหน่วงที่หน้าท้องน้อยเบาๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่ตอนนี้ผมจะเห็นสังเกตุว่าเค้ายังไม่ได้ทำในสิ่งที่ผม...ขอร้องเลย

 

“นายไม่อยากพูดคำนั้นให้ชั้นฟังหรอ?”

“ทำไมถึงอยากฟัง”

“...” จียงส่ายหน้าไปมา...เพราะเค้าก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันน่ะสิ ที่เค้าพูดๆกันว่าบรรยากาศมันพาไป...คงจะจริง

“วันนี้นายชวนชั้นมาแค่เดทหรอ”

และแล้ว...นายก็เปลี่ยนเรื่องอีกจนได้...เชว ซึงฮยอน ...คนตัวเล็กตอบด้วยน้ำเสียงระอา “ไม่ทั้งหมดหรอก”

“และไม่ทั้งหมดคืออะไร”

“อยู่ตรงนั้น”

 

ซึงฮยอนกรอกตาไปตามนิ้วเรียวที่ยกชี้ไปทางด้านหลังตัวเอง...เค้าพิจาราณาสิ่งก่อสร้างนั้นอยู่ซักพัก ท่ามกลางแสงอันน้อยนิดของไฟที่ส่องมาจากสะพาน ก่อนจะเข้าใจว่ามันคือโรงยิมขนาดไม่ใหญ่มากที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ

“โรงยิม?”

“อืม โรงยิมสาธาณะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนใช้ เพราะเค้าไปใช้โรงยิมตรงที่ชั้นรอนายกันหมด”

“แล้ว?”

“ชั้นเลยขอเช่าเค้าสองวัน เพื่อที่เราจะไปซ้อมดนตรีกันในนั้น มันดีที่มีเวที”

“จริงดิ!” ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ยิน จนเผลอยิ้มกว้างออกไป ซ้อมอยู่ในห้องซ้อมมานานได้ลองซ้อมกับสถาณที่เสมือนจริงมันย่อมได้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน โรงยิมนี้มันจะทำให้เราชินเวที...และไม่ตื่นเต้นมากจนเกินไป

.

.

ภายในโรงยิมนั้นกว้างพอสมควร เมื่อเปิดไฟทุกดวงแล้วมันอบอุ่น และสว่างมากกว่าข้างนอกเป็นไหนๆ สิ่งแรกที่เค้าตรงดิ่งเข้าไปคือบริเวณเวที ผ้าม่านสีเข้มที่ทำหน้าที่คอยปิดและเปิดเวที ยังคงอยู่ในสภาพดี ชายหนุ่มกดสวิตส์เลื่อนผ้าม่านให้เปิดออกเพียงครึ่งหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆเดินขึ้นไปกลางเวทีด้วยท่าทางมาดมั่น สามคนนั้นก็คงจะตื่นเต้นไปไม่น้อยกว่าชั้นในตอนนี้แน่ๆ...ถ้าพวกเค้ารู้เรื่อง

 

ส่วนจียงเพียงแค่ยืนมองร่างที่กำลังตื่นเต้นอยู่ข้างล่างเวทีด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม...หึ อะไรจะตื่นเต้นขนาดนั้นวะ

หลังจากที่คนตัวโตเริ่มสังเกตุเห็นคนข้างล่างยิ้มแปลก ก็รู้ทันทีว่าเค้าคงจะแสดงความตื่นเต้นจนมากเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ช่างเถอะ ร่างสูงเดินมาหน้าเวทีพลางส่งมือมาทางคนตัวเล็ก “ขึ้นมาดิ”

 

จียงไม่ปฏิเสธเค้าเอื้อมดึงมือหนาก่อนจะออกแรงส่งตัวเองให้กระโดดขึ้นไปบนเวทีตรงหน้าทันที...ให้ขึ้นมาทำไม?

“มีเวทีแล้ว ศิลปินอย่างเราจะไม่เล่นดนตรีซะหน่อยหรอ?”

“บ้าว่ะ” เครื่องดนตรีก็ไม่มี และจะให้เล่นกับอะไร (- -)!

 

ร่างสูงใหญ่ยิ้มน้อยๆมาทางเค้า และจู่ๆก็ทำท่ากวัดแกว่งมือกลางอากาศไปมา...ทำ อะ ไร (- -)

“ได้ยินมั๊ย”

“...” (- -)

“ได้ยินอะไรรึเปล่า “เมื่อเห็นคนตัวบางส่ายหัวไปมา จึงพยายามทำท่าเดิมอีกครั้ง ทีนี้เรียกรอยยิ้มหวานจากใบหน้านิ่งได้ทันควัน ก็ท่าที่ซึงฮยอนทำอยู่มันคือท่าทางของการเล่นกีต้าร์...แต่ก็ไม่รู้ว่าท่าที่กวัดแกว่งไปมากลางอากาศก่อนหน้านั้นมันคือท่าอะไร...ชั้นเซ้นส์น้อยหรือว่านายไม่มีความสามารถด้านนี้กันแน่

 

“เพลงอะไร”

“นายไม่ได้ยินมันหรอ?...” ขาเรียวค่อยๆย่างก้าวมาทางคนที่เตี้ยกว่าช้าๆ “...ได้ ยิน รึ ยัง

จอท์น เลนนอน” ร่างบางหัวเราะพลางพูดไปด้วย มันรู้สึกขำที่เค้าดูไม่ออกตั้งแต่แรก ก็ไอท่าทางก่อนหน้านี้มันคือท่าเท่ห์ๆของจอท์น เลนนอน ศิลปินคนโปรดของไอคนตรงหน้ามันนี่...

 

“ได้ ยิน เพลง อะ ไร?” จียงเม้มปากน้อยๆ ไม่กล้าที่จะตอบออกไปเต็มเสียง ก็ตอนนี้สิ่งที่เค้าได้ยินในหู มันมีแต่เสียงซึงฮยอนที่ร้องเพลง เลิฟ’ ให้เค้าฟังในวันนั้น...เขินที่จะพูดไปตรงๆ จึงเลือกที่จะไม่ตอบดีกว่า

 

ความห่างระหว่างสองร่างเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อขาวยาวยังคงก้าวเข้ามาใกล้ชิดคนตรงหน้าเรื่อยๆ “เลิฟ ใช่มั๊ย?

ราวกับคำพูดกระซิบนี้ มีมนต์สะกดให้จิตใจเค้าเผลอไผลไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ร่างเล็กพยักหน้าตอบทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ทันได้รู้ตัวเหมือนกัน...เสียงเพลงที่ยังคงแว่วอยู่หูชวนให้นึกถึงวันนั้น

 

ระยะห่างหมดลงเมื่อชายหนุ่มโน้มตัวเข้าหาปากจิ้มลิ้มเบาๆ ก่อนผละจาก ตอนนี้ชั้นประหม่า “ไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยว่ะ”

บางทีดนตรีร๊อคมันอาจจะทำให้หลายๆคนรู้สึกแบบนั้นได้ เมื่อมีความรักเข้ามาเป็นตัวแปร

“นั่นมันคำพูดชั้น” นายจำมันทั้งหมดได้ยังไงกัน

“ตัวแปรที่ทำให้นายเป็นแบบนี้คือชั้นไง”

“หลงตัวเองจริงๆ”  ร่างสูงหัวเราะกว้าง แขนแกร่งพลางเอื้อมคว้าเกี่ยวที่คอเล็กจนเซ ด้วยอาการตกใจกับน้ำหนักที่จู่ๆก็ถาโถมเข้ามา มันทำให้สองร่างล้มไปกองอยู่บนพื้นเวที ดวงหน้าสวยเหยเกเพราะความเจ็บที่ก้นกบน้อยๆ ก่อนจะหันมาผลักไปที่หัวคนข้างๆจนคว่ำไป...เป็นบ้าหรือไง!

 

“แค่นี้ก็ใส่อารมณ์” ; (

“เจ็บนะเว้ย”  สีหน้าร้ายทำท่าจะซัดไปที่ไอคนข้างๆอีกครั้ง แต่ซึงฮยอนกลับทำหน้าทะเล้นยื่นไปใกล้กับใบหน้าที่คิ้วขมวดติดกันอยู่...ชั้นจะรุกนายแล้วนะ...ควอน จียง

 

แขนเรียวยาวค่อยๆคลืบคลานเคลื่อนมาคร่อมที่ร่างบางช้าๆ ดวงตาที่จ้องไม่ลดละกำลังเริ่มเจรจา...ขออนุญาติ

เพียงไม่นานใบหน้าคมก็ยิ้มย่องเมื่อคนน่ารักเนียนหลับตาพริ้ม...เป็นอันรู้กันว่าคำขอนั้น...ผ่านการพิจาจารณา

 

มือหยาบค่อยๆเลิกเสื้อยืดตัวบางขึ้นด้วยท่าทียียวน ก่อนที่ลิ้นอุ่นที่มีแท่งเหล็กแข็งอยู่ เริ่มแหย่เลียบริเวณรอบสะดือเล็กช้าๆ ราวกับอยากแกล้ง เอวบางกระตุกเสียวน้อยๆ พลางร้องฮือในลำคอเบาๆ

 

ยิ่งเห็นคนตรงหน้าแสดงอาการออกมามากก็ยิ่งได้ใจ ชายหนุ่มเลิกเสื้อตัวเล็กของจียงเลยขึ้นไปอีก จนคนที่นอนอยู่ทนไม่ไหวกับอาการชักช้างุ่มง่าม จึงดึงเสื้อของตนถอดออกซะเอง “รีบหรอไง”

 

“นายมันงุ่มง่าม” ให้มันได้แบบนี้สิครับคุณชายควอน...ซึงฮยอนยิ้มพลางก้มลงฝังจูบลงบนต้นคอขาวเบาๆ จะด่ายังไงอีก เค้าก็ไม่คิดจะสนใจอีกต่อไปแล้วล่ะ...ก่อนจะคลอเคลียไปจนถึงทั่วอกอิ่มขาว เรียวปากหนาดูดเม้มจนเกิดเสียงจูบซดรักสลับกับเสียงครางซาบซ่า แววตาสวยแอบลอบมองคนที่ถูกกระทำเป็นระยะๆ ทันทีที่เห็นทีท่าสุขสมของคนใต้ร่างจึงจงใจขบฟันบนยอดอกหวาน กลิ่นหอม จนร่างน้อยสั่นไหวไปทั้งร่าง...เพราะความสยิว

 

ริมฝีปากนุ่มนิ่มบดคลึงนัวเนียใกล้ชิดคางมน...ปากอิ่มสวย จนท้ายที่สุดก็ประสานลิ้นร้อนเข้าพัลวันไม่ยอมลดละ ร่างสูงถอนจูบออก แล้วใช้ปลายจมูกแหลมคลอเคลียดวงหน้าสวยแทน จียงใจกล้าเลื่อนใบหน้าขึ้นไปจูบแล้วแทรกความหวานเข้าไปในโพรงปากหนา  เหนี่ยวนำลิ้นพลิ้วให้ซึงฮยอนเป็นผู้ตามบ้าง

 

มือหนาลูบไล้บนหน้าอกนุ่มเนียนอย่างเผลอไผล ร่างบางไม่ผลักไสซ้ำยังสอดแขนเข้าโอบรัดรอบลำคอเค้าไว้มั่น บดขยี้จุมพิตให้เร่าร้อนจนแทบจะแผดเผากันให้ละลายเสียตรงนั้น

 

คนตัวสูงละจูบเพื่อจับจ้องไปที่หน้าสวยอีกครา “แบบนี้...เรียกว่าอ่อนโยน”

“...” ความหวานละมุนที่ได้รับเพียงชั่วครู่ มันทำให้หัวใจดวงนี้เต้นแรงกว่าทุกๆครั้ง...จนทำตัวไม่ถูก

รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างหนาก้มลงจูบหนักๆ บนซอกคอขาวผ่องที่มีกลิ่นหอมเร้าใจแปลกๆ ยอดอกสีหวานที่กำลังถูกบดคลึงด้วยนิ้วยาวนั้นสั่นระริกจนแข็งขืนสู้มือของร่างหนา

 

ริมฝีปากสวยเม้มแน่น แม้ความรู้สึกที่โหมเข้ามานั้นมันจะมากมายจนทำให้ร่างกายบิดเร้า แต่เค้าก็ยังคงไม่คิดที่จะส่งเสียงร้องครางซักแอะ...เพียงแต่สีหน้าที่แสดงออกไปนั้นเย้ายวนอย่างปิดไม่มิด

“ช..ชั้นไม่ชอบความอ่อนโยน”

“แต่นายก็ไม่ได้ไม่ชอบการโดนเร้านี่”

“อืม ชอบ” ดวงตาเล็กหรี่ปรือไปตามเส้นอารมณ์ที่กำลังพาล่องลอย

“ควอน จียงเป็นอะไรไปกันเนี่ย..” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเหลือเชื่อ

 

เค้าได้ยินทุกคำพูดที่อีกคนพร่ำตลอดเวลา แต่แค่ตอนนี้ราวกับสติมันล่องลอยไปไกลแสนไกล ร่างกายอยู่นอกเหนือการควบคุมไปแล้ว ลมหายใจหอบถี่ขึ้นเมื่อกางเกงถูกร่นลงไปต่ำกว่าปกติ ยามที่ปากเรียวก้มลงไปงับเบาๆตรงส่วนอ่อนนิ่ม ลิ้นที่ให้ความรู้สึกแปลกมันดุนดันไปมาที่พื้นที่ต้องห้ามจนน้ำเหนียวตรงส่วนหัวเริ่มเยิ้มออกมา

 

ซึงฮยอนชะโงกหน้ามองคนที่กำลังนอนเคลิบเคลิ้มด้วยสีหน้าพอใจ...สะโพกบางกระตุกเสียวทันควัน ยามที่อีกคนแกล้งออกแรงดูดมากขึ้น กางเกะเกะกะถูกดึงออกอย่างน่ารำคาญโดยคนตัวใหญ่ เค้าจะจับขาเล็กตั้งชัน ก่อนจะเกร็งลิ้นและเริ่มสอดใส่เข้ามันไปในทิศทางใหม่...ห่วงสีชมพูที่ไม่เคยใช้งาน เมื่อถูกเล็มเลียทำเอาสะโพกเล็กแอ่นร่อนไม่ติดพื้น

 

แค่มองก็รู้ว่าอีกคนคงเกร็งมาก เสียงที่เคยเร่าร้อนยามโดนจูบ บัดนี้เงียบหายไปเพียงเพราะรสชาติแปลกใหม่ที่ไม่เคยลิ้มลอง ด้วยสัญชาติญาณ ชายหนุ่มอมนิ้วตัวเองจนชุ่มหวังให้เอนไซม์ช่วยหล่อลื่นยามช่องทางแคบถูกสิ่งแปลกปลอมสอดใส่เข้าไป เพียงแค่นิ้วชี้เริ่มแหย่แยงเข้าไปแค่นิดเดียว คนตัวเล็กที่นอนกัดฟันแน่นก็ส่งเสียงร้องเจ็บ

“อ๊า...จ...เจ็บว่ะ”

“อย่าเกร็งนะ”

 

มือบางยกขึ้นมาปิดใบหน้าตัวเองด้วยความเคร่งเครียด...ให้ตายเถอะ ทำไมมันถึงเจ็บแบบนี้นะ

เค้าพยายามสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อผ่อนคลาย แต่ทันทีที่นิ้วนั้นเข้ามาจนสุด มันก็จุกจนน้ำตาจะไหล

 

...แต่ไม่เป็นไร...ช..ชั้น...ยังทนได้อีก

ความเจ็บปวดกับชั้นมันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่!

 

“ไหวมั๊ย” ร่างที่ค่อยๆทำอย่างทะนุถนอมใช้มืออีกข้าง กำรูดส่วนอ่อนไหวด้านหน้าเพื่อบรรเทาความเจ็บของคนตัวเล็กไปด้วย มันช่วยทำให้เค้ารู้สึกดีขึ้นมามาก...ตอนนี้มันเลยกลับเป็นทั้งเจ็บและเสียวไปพร้อมๆกัน

 

เมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างเริ่มไปได้สวย ปากเรียวจึงเอื้อมไปประกบดูดกับใบหน้าน่ารักอีกครั้ง...ผ่อนคลายนะ

สำหรับตัวเอง...ส่วนนั้นมันชูชันพร้อมที่จะล่วงล้ำเข้าไปในช่องแคบอยู่ก่อนแล้ว

 

เพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบกับความสุขที่เค้ากำลังจะได้รับในตอนนี้ ครั้งนี้นายไม่จำเป็นต้องรุกเร้าให้ชั้น...

ไม่ทันไรจียงก็ต้องกรีดร้องออกมาอย่างสุดจะยั้ง เมื่อแก่นกายร่างหนาที่สอดเข้าไปทีเดียวถึงแม้จะยังเข้าไปไม่ลึกเท่าไหร่ แต่ร่างบางก็เจ็บจนหยาดน้ำตาที่ราวกับเคยบังคับได้ กลับไหลออกมาดื้อๆ

“ด...เดี๋ยวๆ” เอ่ยบอกเสียงสั่นเมื่อความเจ็บวิ่งแล่นไปทั่งร่างกาย

 

ร่างหนาไม่สนใจยังคงเคลื่อนสะโพกเข้าไปช้าๆ เพราะเค้าคิดว่าอีกไม่นานทุกอย่างมันจะดีขึ้น แต่นายต้องผ่อนคลายมากกว่านี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ตัวเองก็ทรมานจากช่องทางด้านหลังที่ตอดรัดแน่นจนแทบจะขยับตัวไม่ได้

 

ผ่านไปเนิ่นนานร่างบางก็ยังเกร็งไม่เลิก แต่อารมณ์ของเค้าตอนนี้มันพลุ่งพล่านจนเกินจะยังแล้วจริงๆ ชายหนุ่มกดหน้าขาคนตัวเล็กให้อ้าออกกว้างกว่าเดิม ก่อนจะจับส่วนอ่อนไหวของร่างบาง พร้อมกับรูดขึ้นลงช้าๆ จียงซี๊ดปากน้อยๆ ค่อยๆผ่อนแรงเกร็งอย่างลืมตัว จากนั้นเค้าก็แกล้งใช้นิ้วบดขยี้ไปที่ส่วนหัวเป็นบางครั้งสลับกับจังหวะ การรูดที่ช้าบ้างเร็วบ้าง จนคนที่นอนอยู่เผลอเคลิ้มไปกับสัมผัสที่เร่าร้อน เมื่อคนตัวเล็กเริ่มเข้ากันได้ดีกับเค้าแล้ว ซึงฮยอนไม่รอช้า เริ่มขยับตัวอย่างเนิบนาบถึงแม้ในใจอยากจะกระแทกเข้าไปให้แรงกว่านี้ก็ตาม เสียงแหบพร่าร้องครวญครางออกมาอย่างพึงพอใจที่โดนปรนเปรอทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

 

ร่างบางหลับตาพริ้ม กัดริมฝีปากตัวเองแน่น มือไม้ปัดป่ายไปทั่วอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ จนเผลอจับเอาผ้าม่านบนเวทีมาเป็นที่เหนี่ยวรั้ง “อื้ออ...อ๊า”

 

ยิ่งร่างเล็กส่งเสียงมากเท่าไหร่ ความอดทนที่มีอยู่ของชายหนุ่มก็แทบจะหมดลง มันอยากจะกระแทกลงไปลึกๆ ไอท่าทางที่เย้ายวนเค้าโดยไม่ตั้งใจแบบนี้ก็ยิ่งแล้ว ซึงฮยอนจึงแกล้งกระแทกเข้าไปแรงๆ และเน้นย้ำอยู่หลายที

            

“อ๊ะ” คุณชายเอาแต่ใจร้องอุทานมาทันทีเมื่อตัวเองถูกจับให้หันหลังทั้งๆที่แกนกายแข็งยังคาอยู่ พื้นไม้แข็งของเวทียามเค้าขยับตัว มันทำให้รู้สึกระบมตัวไปหมด แต่ความเจ็บที่มากกว่านั้นคือ คนตัวใหญ่ที่ออกแรงกระแทกหนักจากดานหลัง มือที่เกาะเกี่ยวผ้าม่านอยู่ดึงรั้งจนสุดกำลัง “อื้อ...อ๊า”

 

เสียงหอบหวานกระท่อนกระแท่นตามจังหวะที่คนตัวใหญ่กระทำ คนที่ตกลงไปสู่ห้วงแห่งราคะ เริ่มไม่รู้สึกตัวว่าสิ่งที่ทำนั้นป็นครั้งแรกของอีกคน เค้าจงใจกระแทกเข้ามาลึกเรื่อยๆ จนเสียงเนื้อกระทบกันแข่งกับเสียงครางแหบ

 

ไม่ใช่เพียงแต่ร่างใหญ่อารมณ์เดือดพล่าน ตอนนี้คนตัวเล็กก็เริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้า จังหวะการสอดใส่ก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนยากที่จะฉุดให้แยกออกจากกัน แถมจังหวะการตอดรัดของจียงก็รับกับแรงกระแทกของร่างหนาได้เป็นอย่างดี

 

“ม...มะ...ไม่ไหว” เสียงหวานที่กลายเป็นแหบเอ่ยขึ้นมาด้วยใบหน้าเหยเก เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มทนไม่ไหว ตอนนี้หัวสมองมันขาวโพลนไปหมดพร้อมที่จะปลดปล่อย

 

เมื่อร่างหนาได้ยินดังนั้นก็เร่งสะโพกให้เร็วขึ้นกว่าเดิม จนหัวร่างบางตัวโยนอ่อนในทุกจังหวะของการสอดใส่ ทั้งเจ็บทั้งเสียวในเวลาเดียวกันจนแยกไม่ออกว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไงดี เมื่อจังหวะการกระแทกเร็วขึ้น ความรู้สึกอยากปลดปล่อยก็พุ่งขึ้นตาม จนมือไม้เริ่มเกร็ง ลมหายใจเริ่มติดๆ ขัดๆ เสียงหวานครางดังขึ้นเรื่อยๆ

 

“อ๊าาาา” ยิ่งตอดรัดแน่นเท่าไหร่ ร่างหนายิ่งกระแทกเร็วขึ้นเท่านั้น จนกระทั่ง....

คนตัวเล็กปล่อยน้ำหวานขาวขุ่นออกมาจนเลอะพื้นไม้สีน้ำตาลไหม้ เพียงไม่นานก็ตามมาด้วยร่างหนาที่ปล่อยออกมาเต็มช่องทางด้านหลัง จนร่างบางเสียวท้องวูบเลยเผลอตัวขมิบแก่นกายร่างหนา ทำให้ร่างหนาเกิดอารมณ์อีกครั้ง เค้าจึงกระแทกตัวต่อไปไม่หยุด จนน้ำรักของเค้าที่ปนกับเลือดของร่างบางจากการฉีดขาดทางด้านหลัง ค่อยๆ ไหลย้อยออกมาเปื้อนขาขาวบาง

 

ซึงฮยอนปาดเหงื่อด้วยอาการหอบ ก่อนจะตื่นตกใจเมื่อเห็นเลือดที่เปรอะเปื้อนตามขาเรียวของคนตรงหน้า

“เห้ยย!”

จียงทำสีหน้าเหนื่อยอ่อน ก่อนจะทิ้งตัวลงบนพื้น “มีไร”

“ล...เลือดอะ” (><)

“ไม่มีก็แปลกละ หึ” คนตัวเล็กยิ้มน้อยๆ แต่ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความอ่อนเพลีย

ร่างที่นั่งจ้องมองคนตัวเล็กที่นอนแผ่หราด้วยอาการเหนื่อยด้วยรอยยิ้ม...มีความความสุขขนาดนั้นเลยหรอ

ปากเรียวก้มลงไปจุมพิษที่ปากอ่อนยวบ “จียง...ชั้นรักนาย”

“...” คนตัวเล็กหันมามองด้วยสีหน้างงวย

“อยากฟังไม่ใช่หรอ”

“...” (‘.’)

 

แววตาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดของคนที่นอนเพลียอยู่ทำเค้าอยากจะกระหน่ำจูบให้หายหมั่นเขี้ยว ไม่ใช่บ่อยๆที่จะได้เห็นท่าทางแบบนี้ แต่หลังจากนี้ก็อาจจะได้เห็นบ่อยมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้ล่ะมั้ง...ผมคิดว่าอย่างนั้น

“ทำโรงยิมเค้าเลอะเทอะหมด”

“...” ร่างสูงหันมองไปตามร่องรอยที่ทั้งคู่ทำไว้...ครั้งแรกในโรงยิม?

“ครั้งแรก” (. .)

“หืม?”

“เป็นครั้งแรก...ที่ชั้นบอกรักคนอื่น นอกจากแม่”

“ห๊ะ” (O_O)

“อืม แค่นั้นล่ะ”

 

ไม่เคยขอร้อง...หรือร้องขอให้เค้าพูดคำนี้ออกมา...ตอนนี้นายรู้สึกถึงมันจริงๆแล้วใช่มั๊ย

แล้วจะตอนนี้จะถอยหลังก็คงไม่ทันแล้วนะ..

 

 

..

 

“โทรให้หน่อยดิ”

“มึงก็โทรเองดิ” คนตัวสูงส่ายหัวไปมาแทนคำตอบ ก็เค้าไม่อยากจะเสวนากับคนปลายสายอีกต่อไปแล้วนี่...

“ช่วยกูหน่อยเหอะ น้านะ” ฮยอกซูยกมือไหว้ขอร้องคนตรงหน้าผลกๆ กูไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆนะ...ซึงโฮ

“อยากเลิกกับเค้าก็ไปบอกเค้าเองดิ มาใช้กูทำไม”

“กูไม่อยากพูดคำว่าเลิกกับผู้หญิง”

“ไอเหี้ย!” (- -) ไม่อยากพูดคำว่าเลิกกับผู้หญิง แต่ให้เพื่อนบอกให้แทน

“โอ๊ยยย อย่าเพิ่งด่าดิวะ!” ตอนนี้ผมอยากบอกเลิกกับฮาราให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เลย ผู้หญิงอะไรน่ากลัวชะมัด วันๆเอาแต่จะเกาะติดแจไม่ยอมไปไหน คนหรือกาวก็ไม่รู้...อ่า ไม่ไหวแล้ว!

“ครั้งที่แล้วผู้หญิงก็ด่าแม่ไอแดซองเฉยเลย ครั้งนี้เลยเป็นกูงั้นดิ!”

“เหอะน่า! ก็เป็นมึงเนี่ยล่ะ ดีที่สุด”

“ดีห่าไร” (- -)

“ก็พ่อมึงตายไปแล้ว เค้าด่าพ่อมึงมาก็คงไม่เป็นไรหรอกน่า” (^^)

“...” (- -) ยิ้มหาผู้ปกครองคุณหรอครับไอสัส! ไม้กลองหมุนติ้วไปกระแทกหัวคนที่นั่งขำดังโป๊ก!

“โอ๊ยย เชี่ยเจ็บ” หน้าหล่อร้องเหยเก พลางเอามือลูบที่หัวตัวเองป้อยๆ...ห่าแรงนะมึง หัวกูโนเลย! (-*-)

“งั้นมึงจัดการเองไปเลย กูเกรงว่าคู ฮาราอะไรของมึงจะไม่สะใจ ถ้าด่าพ่อกูมาแล้วเค้ารู้ทีหลังว่าพ่อกูตายไปแล้ว”

“...” (><)! ไ อ เ พื่ อ น เ ล ว

“ทำหน้าทำตา เดี๋ยวปั๊ดฟาดแม่งด้วยไม้กลองอีกซักที” เกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมาทันที่ เมื่อเห็นไอคนตรงหน้านั่งทำปากขมุบขมิบไม่พอใจ มึงนี่มันไม่โตซะทีนะ...ขนาดมันด่าพ่อผม แต่ผมก็ยังจะขำได้อยู่อีกนะ...เพื่อนเลว (^^)

“มึงมันเพื่อนเลว” (>.<)

“อืม เลวเสมอต้นเสมอปลายด้วย” ซึงโฮหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะคว้าเอาโทรศัพท์ในมือคนตัวซีดขาวมา ฮยอกซูยิ้มกว้างอย่างพอใจ ถ้าผมไม่รักเพื่อนเลวแบบนี้ และผมจะรักใครที่ไหนได้อีกล่ะครับ...เห็นมั๊ยว่ามันเลวแค่ไหน (^^)

 

“ฮัลโหลนั่นคูฮาราใช่มั๊ย”
“...”

“ตอนนี้รู้สึกว่าเพื่อนชั้นกำลังอยากมีรักใหม่แล้วล่ะ”

“...”

“หยุดเลย! ชั้นไม่ใช่ผู้ชายของเธอ อย่ามาขึ้นเสียง!” เพื่อนตัวสูงทำสีหน้าตกใจ...มึงโหดจังวะ! (><)

“...”

”เข้าใจรึยัง? หรือต้องให้ชั้นพูดคำนั้นออกไป”

“...”

“เธอนี่มันโง่จังนะ เค้าอยากเลิกกับเธอ และตอนนี้ ...เธอกับเค้า...เลิกกัน แค่นี้นะ”

 

 

กึกก!

 

 

 

TBC.

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอย พาร์ทนี้ มันเป็นอะไรที่แบบ โรมานซ์มากกกกกก
แบบ...ที่จียงถอดเสื้อเนี่ย เพราะอยากให้โป้กอดใช่ไหม? ฮาๆ

โฮกกกกก ครั้งแรกในโรงยิมนี่ เหอๆ
นึกสภาพแล้ว จีเอ๊กซ์มากอ่ะ
เจ้เป็นโป้ เจ้ไม่ไหวทนหรอก พูดตรงๆ? กร๊ากกกก *

แต่ชอบฟิลนี้นะ
เหมือนแบบ จีไม่ค่อยแสดงออก
แต่ที่จริงก็รักอ่ะ

ชอบตอนนี้มากกก รออีก 5 / นะแต๋ * 555 cry

#1 By Loveless-fiction on 2011-04-04 01:59

ในที่สุดก้อนะ จนได้ 555 แต่ชอบบบบ
มันโรมานซ์มากกก แบบที่ผึ้งบอกปแหละ
ถ้าน้องจีมันจะขี้อ้อนและเอาแต่ใจขนาดนี้

แต่ครั้งแรกในโรงยิม น่าจดจำเป็นบ้่า
คิิคิ ไม่ไหวจะทนกะคนสองคนนี้

อยากอ่านอีก อ่านอีก ง่ัะ ^^

ชอบตอนนี้ง่ะ (เหมือนพี่ผึ้งอีกแหละ)

ขอบใจมากนะจ๊ะตั๋วแต๋
FLY LIKE A G 6 เก็บเควินมาฝากด้วยนะ ^^

#2 By namobojae on 2011-04-04 09:12

น่ะ น่าาสงสารจียงจัง
ครั้งแรก...ที่โรงยิม ...บนพื้นไม้อีก
แอบผิดหวัง....ผิดหวังที่ไม่ใช่สนามหญ้าริมแม่น้ำ
ก๊ากกกกกกกกกกกก >..<

แต่เค้ามไ่เข้าใจจีเล้ย
ทำไมต้องยืนตากลม แบบนั้นด้วยนะ
อยากท้าทาย รึอยากยั่ว?? ฮ่าๆๆ

ชอบจียงอ่ะ พูดตรงมาก ตรงสุดๆ
อยากก็บอกว่าอยาก รุ้รึป่าวนั้นมันยั่วชัดๆอ่ะ
แต่อิโป้คงซึน เปลี่ยนเรื่องซะงั้น คิิคิ
แต่พออยากจะรุกก็รุกเลย ไม่ได้ดูสถานที่อ่ะ

แต๋ ชอบมากเลย เรียกเลือดคอดๆ>,,<
พาร์ทหน้าจะแข่งล่ะ ยังไงอย่าลืมจัดมาอีกล่ะ
กร๊าซซซซ

#3 By mintaname on 2011-04-04 14:30

แอร๊ย จีจ้า ครั้งแรกนี่ โรงยิมโอ้มายก๊อด

ฮยอคซุ ทำไมนายให้ซึงโฮฮ บอกเลิกให้อะ

#4 By flylifeg on 2011-05-05 16:00