★[LF] 180 DAYS (9)

posted on 08 Dec 2011 04:44 by tuatae-rh  in LONG-FICTIONS

Title: 180 DAYS
Status: 9
Author: DOUBLESWAG
Pairing: TOP x GD
Rating: Romantic, Comedy (?)
Genre: General

Author’s note: ฉบับนี้ยังไม่ได้แก้ไขโดยสมบูรณ์

 

 

 

9. น้ำผึ้ง พระจันทร์ และการทำความรู้จักกับซึงฮยอนอีกคน


 

.

.

 

 

ดวงจันทร์สว่างสีนวล ส่องสะท้อนไหวอยู่ในท้องทะเลยามราตรี สวยงามราวกับภาพขียนที่จิตรกรชื่อดังบรรจงแต่งแต้ม ลมหนาวที่โชยมา และเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาชายฝั่งเป็นระยะๆ ชวนให้เคลิบเคลิ้มจนหลงลืมเวลา ผมสามารถนั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติพวกนี้โดยไม่ขยับไปไหนได้เป็นชั่วโมง...ชอบ...ที่จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับทุกสิ่งรอบตัว

 

สีสวยของพระจันทร์ดวงโต...

 

กลิ่นหอมของน้ำทะเล...

 

ความนุ่มของผืนทรายเม็ดละเอียด...

 

และลมเย็นที่โบกโชยกระทบใบหน้าเบาๆ...

 

ความรู้สึกแบบนี้...

นานมาแล้ว...ที่ไม่ได้สัมผัส

 

ชายหนุ่มร่างเล็กหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องแสงสว่างวาบขึ้นเพราะได้รับข้อความใหม่ แล้วยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมานั่งกอดเข่ามองเหม่อไปที่ท้องทะเลกว้างเหมือนเดิม...

 

แม้จะรู้ว่าอีกคนจะไม่ชอบที่เค้าชอบทำตัวขัดใจ แต่ก็ยังเลือกที่จะทำแบบนี้อยู่ดี...ไม่รู้ทำไม

อีกครั้งที่หน้าจอโทรศัพท์เครื่องสี่เหลี่ยมส่องแสงสว่างขึ้น จียงหันไปมองและเมินเฉยอีกครั้ง...พี่จะอดทนได้ซักแค่ไหนกันนะ

 

เหตุผลที่ผมต้องมานั่งกลมกลืนไปกับทุกสรรพสิ่งรอบตัวดึกๆดื่นๆแบบนี้ ก็เพราะคุณชเวซึงฮยอน นัดให้ผมมาทำมิชชั่นฮันนีมูน ผมก็ไม่รู้หรอกว่าไอมิชชันฮันนีมูนนี่มันคืออะไร... แต่ที่รู้ๆ ถ้าไม่รอให้พวกเพื่อนลิงๆของมันหลับก่อน เราก็คงไม่มีโอกาสได้ทำกันแน่ๆ ...ก็แค่...รีบทำมิชชันนี้ให้เสร็จ (. .)

 

“อ่า...ทำไมเย็นแบบนี้นะ” ตอนนี้เริ่มรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกกว่าที่ผ่าน ชุดนอนขายาวและแขนยาวของเค้ามันทนทานกับอากาศเย็นแบบนี้ไม่ไหวแล้วล่ะสิ...อ่า...ใครจะคิดว่ามันจะหนาวขนาดนี้กัน...แต่ช่างเถอะ...ยังทนไหวน่า

 

“ฮัดดชิ้วว” (><) มือเล็กยกขึ้นปิดหูด้วยท่าทางน่ารักอย่างไม่รู้ตัว เพราะอากาศที่หนาวเย็น...อ่า...

เสียงโทรศัพท์ที่ร้องดังขึ้นทำให้รำคาญเข้าไปใหญ่ คิ้วเส้นบางขมวดติดกัน และยังคงนั่งกอดเข่าอยู่อย่างนั้น...

 

พี่จะเอาแต่ส่งข้อความและโทรมาหาผมแค่นั้นหรอไง...

น่าหงุดหงิดจริงๆเลยนะ!

 

“บ้าจริง! โอ๊ะ!” (><) จียงหันหลังควับ เมื่อจู่ๆก็มีเสื้อกันหนาวตัวหนามาคลุมอยู่ที่ไหล่ตัวเอง

“โทรมาทำไมไม่รับวะ”

“เดี๋ยวพี่ก็มา...แล้วจะโทรมาทำไม” ร่างเล็กหันหน้ากลับไปดังเดิมคล้ายไม่สนใจ แต่ปากสวยกลับลอบยิ้มโดยไม่รู้ตัว

ซึงฮยอนทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกคน “และแค่รับโทรศัพท์มึงจะตายหรอไง”

“พูดมากน่า...” O_O ทำไมต้องใกล้ขนาดนี้... “...เข้ามาใกล้ทำไม”

“ดูจมูกมึงดิ แดงหมดแล้ว...ทำไมไม่ใส่หมวกมาด้วย” นิ้วเรียวจิ้มเบาๆไปที่จมูกเล็ก

“...” (.///.)

ซึงฮยอนพ่นขำเบาๆ อ่า...เดี๋ยวนี้ทำหน้าตาแบบนี้บ่อยจริงๆเลยนะ “บอกจมูกแดงแล้วทำไมต้องทำหน้าแดงตามด้วยวะ”

“พ...พี่!!” (>//<) แม่ง...ปากหมานะเว้ย! เสียบรรยากาศกูหมด “...ไม่ได้หน้าแดงซะหน่อย สัส”

“ปากแข็ง”

“...” มึงนัดกูออกมาเพื่อพูดมากใช่มั๊ย? (- -)!

 

ร่างสูงยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกคนทำหน้าบูดบึ้ง “เอามือมา”

“...” (‘.’ )?

“บอกให้ส่งมือมาไง” เสียงทุ้มเขยิบไปกระซิบข้างหู

“...” (>//<) ท...ทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วย...

 

ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่กับจียงสองคน มันมักต่างจากตอนที่อยู่กับเพื่อนผู้ชายคนอื่น ไม่ใช่ว่าเพิ่งรู้สึก แต่ถ้าสังเกตดีๆ...ผมคงเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มแรกที่รู้จักกันแล้ว...เคมีบางอย่างที่ทำให้ผมผิดปกติไป เมื่ออยู่กับมันสองคน...

 

 “โอ๊ะ!” (O_O) เสียงใสร้องตกใจ เมื่อมือเล็กของตัวเองถูกอีกคนจับไว้แน่น

“ทำเป็นมึนอยู่ได้ บอกให้ส่งมือมาก็ส่งมา”

“แล้ว...ทำไมต้องจับมือด้วยวะ” (. . )!

“ลุก”

“...” (‘.’ )?

 

ทำไมวันนี้เค้ารู้สึกว่าสมองตัวเองชาไปหมด ไม่ค่อยเข้าใจว่าอีกคนจะทำอะไรกันแน่ “ทำไมพี่เอาแต่สั่งผมล่ะ”

“บอกให้ลุกก็ลุก ก่อนโดนเตะ”

มึงกวนตีนใช่มั๊ย? สงสัยไม่ชอบให้ทำตัวดีๆแบบนี้ “มึงลองเตะกูสิ กูอย่ากับมึงแน่!” (>o<)

“ไอเหี้ย กูแค่ล้อเล่น อย่าทำเสียบรรยากาศดิ” (^^) มือหนายกขึ้นขยี้ผมนุ่ม

“มึงแหละทำเสีย! ไอสัสกูอุตส่าบิ้วด์อารมณ์ คิดว่ากูไม่อายหรอทำอะไรแบบนี้อะ!”

“กูสัญญาว่าหลังจากวินาทีนี้ กูจะไม่พูดอะไรที่มันทำลายบรรยากาศ โอเคมั๊ย?”

“...” (.//.) กูว่า...จะทำอะไรก็รีบทำเหอะ...มันรู้สึกเขินแปลกๆ

 

เอะอะ...ก็เขิน...

ยิ่งนับวันยิ่งน่ารักขึ้นทุกที...ทำไม...กันนะ

 

“เห้ย...” (O_O)! คนตัวเล็กร้องปรามเมื่อร่างสูงก้มลงไปจับที่เท้าของตัวเอง “...พี่จะทำอะไร”

“ถอดรองเท้าเหอะ เดินบนชายหาดจะใส่รองเท้าทำไม”

“ด...เดี๋ยวผมถอดเอง” (>//<)

มือหนาตีเบาๆที่เท้าเล็ก เมื่อเจ้าของร่างกำลังทำท่าจะยกหนี “อยู่เฉยๆ”

“...” พ...พี่...มันมากเกินไปแล้ว

 

จียงได้แต่ก้มมองร่างสูงที่ค่อยๆถอดรองเท้าเค้าออกทีละข้างอย่างเบามือ มือหนาปัดเศษทรายบนฝ่าเท้าเล็กออกน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆปล่อยวางลงบนพื้นช้าๆ

 

ผม...ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดี

รู้แค่ว่า...มันเป็นความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ข้างใน...ม..มากเกินไปแล้ว

 

ซึงฮยอนกุมมือเล็กและพาเดินไปตามแนวชายหาดที่ยาวไกลสุดลูกหูลูกตา ระหว่างทางมีแค่เสียงฝีเท้าย่ำพื้นทราย และคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาชายฝั่งเบาๆ ...ความรู้สึกอบอุ่นจากมือส่งผ่านถึงกันอบอุ่นกว่าครั้งไหนๆ

 

ใจดวงเล็กเต้นระส่ำระส่ายอยู่ในช่องอก ตื่นเต้นแทบบ้า เค้าอยากรู้ว่า...เมื่อถึงที่หมายจะเจอกับอะไร และทำไมคนข้างๆมันถึงดูมีความสุขขนาดนี้...ตั้งแต่ที่เราทั้งคู่เริ่มเปิดใจ...เหมือนผมกำลังจะได้รู้จัก ชเวซึงฮยอนอีกคน

 

คนที่ทำให้ประหลาดใจได้ตลอดเวลา

แต่ตอนนี้มัน...ใกล้ถึงรึยัง?

 

.

.

 

“จียง...” เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองอีกคนตาแป๋ว “...หลับตา และนับหนึ่งถึงยี่สิบในใจ”

 

เค้าทำตามที่อีกคนพูดอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง...ผมเคยนับเลขมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่กับครั้งนี้...มันต่างจากทุกครั้ง

ลมเย็นยามราตรีที่โชยมาทำเอามือเล็กสั่นมากกว่าเดิม...หัวใจเหมือนจะหลุดออกมาข้างนอก...

 

ตื่นเต้น...แต่ต้องระงับเอาไว้...

อ่า...จียง...นายกำลังเป็นอะไรไปแล้วน่ะ?

 

.

.

 

“...สิบเก้า...”

ความเงียบงันและความมืด ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองโดดเดี่ยว “...ยี่สิบ...”

 

เค้าเริ่มรู้สึกหวาดกลัวน้อยๆ เมื่อเลขสุดท้ายได้หลุดออกจากปากไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่กล้าที่จะลืมตา “...พี่...”

สองความคิดคัดค้านกันในหัว ใจนึงอยากจะลืมตาซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจกลับอยากรอให้อีกเดินมาหาก่อน

 

“พี่...” เสียงใสเอ่ยเรียกอีกครั้ง “...ผมจะลืมตาแล้วนะ”

“...”

“พี่!...” หายไปไหน...ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ “...พี่ อยู่มั๊ย?”

“...”

 

อย่าแกล้งกันแบบนี้สิ พาผมเดินมาตั้งไกล...แล้วหายไปแบบนี้...มันน่ากลัวนะ “ผมจะลืมตาแล้วนะ”

จียงแข็งใจเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ...

 

เปลวไฟสว่างสีส้มอ่อน ค่อยๆส่องมากระทบม่านตาน้อยๆ “บ้าจริง”

ริมฝีปากเรียวฉีกยิ้ม เมื่อรอบตัวเค้ามีแท่งคบเพลิงนับสิบปักอยู่บนพื้นทราย มัน...สว่างไสวเต็มไปหมด

ฉากแบบนี้เค้ามักเห็นบ่อยๆในหนังรักโรแมนติก แต่ไม่อยากจะเชื่อ...ว่าจะเป็นตัวเองที่ต้องมาโดนทำแบบนี้...

 

นี่หรอ...ฮันนีมูนที่ว่า...

 

“โอ๊ะ!” (O_O) อีกครั้งที่เสียงใจร้องตกใจ เมื่อรู้สึกว่ามีคนมาโอบกอดเค้าจากด้านหลัง... ต้นคอขาวรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนๆของอีกคน... “พ...พี่” (O//O)

 

ร่างสูงหลับตาพริ้ม คางเรียวหนุนเคยหัวไหล่เล็กอย่างอ่อนโยน “นายอาจจะเห็นชั้นเป็นคนบ้าบอ... กวนตีน... ขี้หลีสาวๆ หรืออะไรก็ตามแต่ ข้อนั้นชั้นไม่ปฏิเสธ”

“...”

กลิ่นกายหอมๆจากร่างกายเล็ก กำลังทำให้ควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้ “แต่นั่น...มันเป็นนิสัยก่อนที่จะมาเจอนาย”

“...” (. . )

“ตอนนี้...ชั้นคิดว่าชั้นเปลี่ยนไปแล้ว...นายคิดเหมือนกันมั๊ย..”

“...” เสียงนี้...ทำไมทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นได้ขนาดนี้กันนะ

“แม้จะไม่รู้ว่าจะต้องรับมือยังไงกับอนาคตข้างหน้า แต่ตอนนี้ชั้นเลือกแล้ว... เลือกที่จะทำตามหัวใจตัวเอง”

“...”

“นายอาจจะยังไม่มั่นใจ และคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ชั้นอยากให้นายใช้หัวใจตัวเองไตร่ตรองว่า...ความรู้สึกที่ชั้นส่งให้นาย มันเป็นคำหลอกลวงที่สวยหรู หรือเป็นคำธรรมดาที่ออกมาจากใจกันแน่”

“...”

“สามเดือนที่ผ่านมา...นายทำให้ชั้นรู้สึกหมั่นไส้, โมโห, สับสน, วุ่นวาย จนตอนนี้ นายทำให้ชั้นรู้สึก ‘รักนาย’ เพิ่มเข้ามาอีก ถ้านายไม่ใช่คนพิเศษ คงทำให้ชั้นรู้สึกแบบนี้ไม่ได้...”

“พ...พี่” (.//.) พ...พูดคำนั้นออกมา...

“จียงอ่า...”แขนแกร่งกระชับกอดแน่นขึ้น “...ชั้นรักนายนะ”

“...” ความอบอุ่นที่ได้รับจากอ้อมกอดนี้...มันทำให้หัวใจเย็นชาของผมค่อยๆละลาย...

ผม...ไม่ชินกับการถูกปฏิบัติแบบนี้... แต่...กลับรู้สึกชอบ...

 

ชอบ...น้ำเสียงของพี่ที่กระซิบอยู่ข้างหู

 

ชอบ...ความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้

 

ผม...ชอบที่พี่เป็นพี่

 

แต่...ผมกลัว...

 

“ขอบคุณนะ...”

เสียงใสเอ่ย พลางค่อยๆแกะมือที่โอบตัวเองอยู่ออกแล้วหันมาประจันหน้ากับอีกคน “...แต่ผมอยากให้พี่คิดให้ดีๆ”

“ชั้นคิดดีแล้ว”

“ผมอาจให้บางสิ่งกับพี่ได้ไม่ดีเท่าคนอื่น”

“คนอื่นใคร?...ชั้นบอกว่าชั้นต้องการคนอื่นหรอ” นายไม่เข้าใจชั้นหรอไงจียง

“คนอื่น...หมายถึงอนาคตคนรักของพี่จริงๆ อนาคตคนที่จะดูแลพี่ได้ดีกว่าผม”

“ชั้นไม่ต้องการคนดูแล!”

“ไม่จริงหรอก! ทุกคนก็ต้องการคนรักไว้เพื่อดูแลกันและกันทั้งนั้นล่ะ...แต่ผม...อาจทำหน้าที่นั้นไม่ได้!”

“อ่า...” ร่างสูงส่ายหัว...นายไม่เข้าใจจริงๆสินะ “...ฟังชั้นจียง”

“พี่นั่นแหละ ที่ต้องฟังผม...” ทำไม...มันรู้สึกแย่แบบนี้นะ “...พี่เห็นมั๊ย? แค่นี้เรายังเถียงกันเลย”

“นายไม่ได้รักชั้น...” แววตาคมจับจ้องที่อีกคนนิ่ง “...ถ้าเป็นอย่างนั้น...ก็พูดออกมาเลย”

“...” พี่กำลังเข้าใจผมผิด...

 

เค้ารู้ว่าจียงกำลังสับสนและกลัว ยี่สิบปีในชีวิตที่ปกติ มันยากที่จะยอมรับว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป...

สำหรับเค้าเอง มันก็เป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน...แต่เพราะเค้าเป็นคนที่ชอบฟังเสียงหัวใจตัวเองมากกว่าสิ่งอื่น

...เลยทำให้ไม่ต้องกลายมาเป็นอย่างจียงในตอนนี้...

 

แค่...ฟังเสียงหัวใจตัวเอง

และปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตาม...ทิศทางของหัวใจ

 

“อยากกอดชั้นมั๊ย?”

“...” ตอนนี้สมองผมล้า...เหลือเกิน

 

ร่างสูงเดินเข้าไปดึงร่างเล็กมากอดแนบอก พลางลูบหัวเล็กเบาๆ “ฟังชั้นนะ”

“...”

“หยุดใช้สมอง...แล้วฟังเสียงหัวใจตัวเองบ้าง...”  ริมฝีปากเรียวกดจูบที่กระหม่อมเล็ก “...บอกชั้นมา สิ่งที่หัวใจนายคิด?”

“...”

ชั้นรักนาย...” แค่...ใช้หัวใจพูด...แบบชั้น “...ชั้นรักนาย

 

“ผม...รักพี่...” ได้โปรด...อย่ามองหน้าผมตอนนี้ “...แต่ผมกลัว”

“กลัว...ว่าความรักของเราจะไม่มั่นคง?”

จียงพยักหน้าเบาๆ บนแผ่นอกหนา “อืม”

“กลัว...ว่าตัวเองจะเจ็บปวด ถ้าเผลอรักชั้นไปมากกว่านี้...”

ถึงจะเป็นคำถามที่ดูเข้าข้างตัวเองมากไปหน่อย แต่...นี่มันเป็นสิ่งที่เค้าคิดแต่ไม่กล้าพูด “อืม”

“กลัว...ว่าทุกสิ่งมันจะไม่ง่ายเหมือนที่เราคิดไว้”

“อืม...” ผมกลัว...กลัวทุกอย่าง “...ผมกลัว”

“เรื่องพวกนั้นชั้นก็กลัว...” กลัวรักนายจนจนถอนตัวไม่ขึ้น “...แต่ถ้าเรามัวแต่กลัว ‘ความรัก’ เราก็ไม่มีวันรู้จักความรักที่แท้จริงสิ...นายคิดว่าความรักมันเป็นสิ่งที่สวยงามหรอ? ...ชั้นเคยเจอมาทุกรูปแบบแล้ว ทั้งสมหวังและเจ็บปวด แต่ครั้งนี้...ชั้นหวังว่าความเจ็บปวดคงจะไม่เยี่ยมเยือนเราเร็วไปหรอกนะ”

 

“...”

มือหนาดึงร่างเล็กออกมาจ้องหน้าช้าๆ “มองหน้าชั้นนะ”

“...” (‘ ’ )?

ชั้นจะจูบนาย

“...”ถ้าพี่จะทำ...พี่ก็ไม่ควรพูด... (.//.)

ชั้นจะจูบนาย...” มือหนาถอดหูฟังข้างนึงของตัวเองใส่ให้อีกคนช้าๆ...แววตาและคำพูดนั้นราวกับสะกดจิตเค้าได้

“...” ♪ ♬ ~~

“อย่าหลบตา...มองหน้าชั้น...” ร่างสูงเขยิบหน้าเข้าไปใกล้อีกคนจนเกือบชิด “...ชั้นจะจูบนายแล้วนะ

 

ระยะห่างของใบหน้าค่อยๆหดหาย...จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆของกันและกัน ปากเรียวค่อยๆยื่นมางับที่ริมฝีปากแดงนุ่มเบาๆ จียงหลับตาพริ้ม... มือหนาค่อยๆยกขึ้นเกาะเอวคอดกิ่วมาแนบตัว รสชาติจูบที่อ่อนนุ่มราวกับก้อนเมฆ คล้ายจะทำให้พื้นทรายธรรมดา กลายเป็นสรวงสรรค์...

 

จูบ...ท่ามกลางเปลวเพลิงสว่างไสวรายล้อมกายนับสิบ...มีท้องทะเลยามราตรีเป็นพยานรัก เสียงเพลงรักที่ดังคลอเบาๆผ่านหูฟังเดียวกันกลายเป็นหนึ่งเดียวกับทั้งคู่ และพระจันทร์ดวงโตที่คอยแอบดูอยู่ห่างๆกำลังส่งยิ้มมาทางพวกเค้า ทุกสิ่งทุกอย่าง...นั้นคือความสุข...มากมายมหาศาล...ของเรา

 

เต็มไปด้วยความอบอุ่น...

และความรักที่กำลังเริ่มผลิบาน...

 

ซึงฮยอนผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง พลางจับจ้องที่ใบหน้าแดงกล่ำ “ใส่อยู่ใช่มั๊ย...สร้อยข้อมือนั้นน่ะ”

“อืม..ใส่ตลอดล่ะ...ถึงมันจะถักไม่เสร็จซะทีก็เหอะ” (- -)! เสียงหวานแกล้งประชด

 

อีกคนหมั่นไส้เลยผลักไปที่หัวเล็กเบาๆ “พูดมากน่า”

“พี่! มึงทำแบบนี้กับแฟนตัวเองงั้นหรอ”

“จะทำมากกว่านี้อีก แฟนปากดีแบบนี้”

“...” ทั้งสองมองหน้ากันเงียบ...ก่อนจะพ่นขำออกมาพร้อมกัน ให้ตายเหอะ...ใครจะเชื่อว่า...คำว่า ‘แฟน’ กำลังทำให้ผู้ชายสองคนยิ้มเขิน...จนเอาแต่ก้มมองพื้นทรายกันทั้งคู่แบบนี้...อ่า... (.//.)

 

ร่างสูงกำลังพยายามหุบยิ้มเขิน มันดูน่าขัน “จียงอ่า!”

“หืม?”

มือหนาควักสิ่งที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาช้าๆ สิ่งที่ทำให้อีกคน...หุบยิ้มไม่ลง “บ้าจริง”

“เส้นนั้น...เล่นใส่ไม่ยอมถอด จะเอาเวลาไหนไปถักเพิ่ม”

“อ่า พี่บอกผมก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องถักใหม่เลย” โอย...ตอนนี้เค้ากำลังสำลักความสุขใช่มั๊ย...หุบยิ้มไม่ได้เลย

มือหนารีบดึงข้อมือเล็กขึ้นมา ก่อนจะผูกสร้อยข้อมือเส้นใหม่ ที่แอบทำจนเสร็จใส่ทับให้ไป “ถอดอันเก่าสิ”

“ไม่ถอด...” จียงรีบชักมือออก เพราะกลัวอีกคนจะเอาคืน “...พี่ให้ผมแล้วนะ” (><)

“ไม่เอาคืนหรอกน่า ...มีเส้นที่มันถักดีๆแล้ว จะใส่เส้นเน่าๆไปทำไมวะ”

“ผมชอบมัน...ผมชอบที่มันถักไม่เสร็จแบบนี้ล่ะ” (^^) จียงยิ้มกว้างพลางจ้องมองอีกคนด้วยแววตาหวานฉ่ำ

“...” บ้าจริง...พูดไม่ออกเลย...

 

สาบานได้ว่า...รอยยิ้มนี้แทบทำให้ผมละลาย...

แค่เห็นก็อยากจะกอด อยากจะจูบคนตรงหน้าไม่เลิกซะแล้ว...อ่า... (>o<)

 

“อ๊ะ...พี่อะ” เสียงหวานร้องตกใจเพราะจู่ๆอีกคนก็กระโจนเข้ามากอดเค้าไว้แน่น...ผมชอบที่ซึงฮยอนแสดงออกอย่างเปิดเผยแบบนี้ และผมปฏิเสธไม่ได้ว่า...นับวันเค้ายิ่งน่ารักมากขึ้นทุกที...

 

คำถามตลกๆที่อยู่ในใจผมตอนนี้...

คงเป็น...เราทั้งคู่ตกหลุมรักกันตั้งแต่เมื่อไหร่...

 

เมื่อไหร่กัน...ที่ผมรักพี่มากขนาดนี้

 

..

 

 

การอบรมครั้งนี้...ถ้ามองเผินๆก็คงไม่รู้หรอกว่า...ทุกคนต้องเหน็ดเหนื่อยกันมากจริงๆ รุ่นพี่ที่จบไปแล้วหลายคน...วันนี้กลายมาเป็นวิทยากรสุดโหดของนักศึกษาเกือบสี่สิบคน ยิ่งความเป็นกันเองมีมากแค่ไหนเนื้องานที่ได้ออกมาก็ยิ่งต้องละเอียด และต้องมีข้อบกพร่องให้น้อยที่สุด...

 

 

ชีวิตการทำงานในโลกของความเป็นจริง ไม่ได้สวยสดงดงามและสะดวกสะบายเหมือนตอนที่เรียนหรอกนะ... ห้าวันเต็มๆที่มาอยู่ที่นี่ ผมได้ยินคำนี้บ่อยมาก... มากซะจนมันฝังแน่นเข้าไปในรากสมอง ...ยากเกิดจะถอดถอนซะแล้ว

 

เช้าถึงเย็น...ผมได้แต่ตามกลุ่มของซึงฮยอนไปทุกที่...หลายครั้งที่ผมเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของมันแล้วเผลอยิ้มออกมา กลุ่มคนที่ภายนอกช่างดูเหลวไหล แต่พอลงมือทำงานจริงๆแล้ว พวกเค้าน่าทึ่งสมกับคำว่า ‘รุ่นพี่’ จริงๆ

 

ชายหาดที่รายล้อมด้วยน้ำทะเลสีมรกต ต้นไม้สีเขียวชะอุ่มหลายสายพันธ์ต่างสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ธรรมชาติชอบสร้างสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ใจเสมอ นักศึกษาทุกกลุ่มได้รับโจทย์ให้ถ่ายทำ ‘เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติระยะเวลาห้านาที’ ...ดูเหมือนง่าย...แต่การหาโลเคชั่นในสถาณที่เดียวกัน แต่กลับต้องสร้างความแตกต่างให้น่าสนใจ...มันกลายเป็นโจทย์หินของงานชิ้นนี้

 

ทุกกลุ่มจะมีรุ่นพี่วิทยากรคอยให้คำแนะนำ...นับว่าเป็นความโชคดีของกลุ่มซึงฮยอนที่ได้พี่ซอนอุงมาร่วม เพราะพี่แกเก่งรอบด้านจนน่าตกใจ ทั้งถ่ายภาพ มองหาโลเคชัน หรือแม้แต่...เรื่องเอ็ดดิตติ้ง(Editing = ตัดต่อ) ฯลฯ ก็ตาม แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงเรียกพี่ซอนอุงว่า ‘พี่ทาโบล’

 

“พี่ทาโบล...มุมโขดหินตรงนั้น ผมว่ามัน...ดีนะ”

“หมดเวลาหาโลเคชั่นแล้วไอมิค!” ผมเห็นด้วยกับที่พี่ทาโบลพูด นี่มันบ่ายกว่าๆแล้ว อีกไม่นานแสงก็คงใกล้หมด

“ครับๆ” (. .)

 

ทั้งคนและอุปกรณ์ทุกอย่างค่อยๆถูกจัดวางตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย งานชิ้นนี้ซึงฮยอนได้รับบทหนัก...เพราะเค้าต้องมาเป็นตากล้อง การทำความเข้าใจเรื่องมุมภาพกับแสงที่ผู้กำกับและคนเขียนบทต้องการเป็นเรื่องที่สำคัญ ยิ่งข้อผิดพลาดน้อยก็ยิ่งหมายถึงงบประมาณและเวลาที่น้อยลงไปด้วย...เพราะคงไม่มีใครอยากทำงานให้ยืดเยื้อ

 

.

.

 

ลมแรงที่พัดไม่หยุด ดังพอๆกับเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเป็นระยะๆ แสงแดดจ้ายามบ่ายสามทำให้ร่างสูงที่ถือกล้องอยู่กลางชายหาด เหงื่อจะไหลออกไปหลายลิตร... แต่ถึงอย่างนั้นเค้าก็ยังหาเวลาแอบส่งรอยยิ้มมาให้คนที่นั่งเฉยๆอยู่ไม่ขาด...แบบนั้น...มันทำให้รู้สึกเขิน...แปลกๆ

 

ผม...จะจัดการกับความรู้สึกพวกนี้ยังไง

 

“เบื่อมั๊ยวะ”

คนตัวเล็กสะดุ้ง ก่อนจะเงยหน้าไปตามต้นเสียง “ไม่เท่าไหร่อะ”

“เบื่อก็กลับไปรีสอร์ท และนอนตากแอร์เย็นๆในบ้านก็ได้นะเว้ย”

“กูไม่ได้เบื่ออะไรขนาดนั้นหรอกพี่!” (- -) กูเบื่อมึงนี่ล่ะ ไอสัส!

“อ๋อ...” จางอูยองยิ้มกริ่ม ก่อนจะส่งสายตามีเลศนัยน์ไปให้รุ่นน้อง “...ต้องมาเฝ้าผัว ลืมไป ฮ่าๆ” (^0^)

“เหี้ยพี่! มึงไปไกลๆตีนกูเลยไป” (>o<)

“เด็กปากหมาแบบมึง ใครเอาลงก็บ้าแล้ว วู๊ว!” (>o<)! รุ่นพี่จอมกวนขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเดินกลับไปดูงานที่ยังถ่ายทำไม่เสร็จต่อ จียงได้แต่ก้มหน้าสบถด่าเบาๆ ถ้าโลกนี้มีจางอูยองซักร้อยคน ความหายนะคงมาเยือนตั้งแต่กำเนิดโลกแล้วล่ะ! คนห่าไร หาเรื่องกวนตีนได้ทุกคน...มันรอดมาได้ยังไงถึงยี่สิบกว่าปีวะ!

 

.

.

 

“บ่นพึมพัมไรวะ”

เสียงนี้คุ้นเคยแบบนี้...ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง...ก็รู้ว่าเป็นใคร “กำลังด่าคน”

ซึงฮยอนฉีกยิ้ม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ “อูยองมาทำไม”

“พี่ไม่ต้องเบียดขนาดนั้นก็ได้นะ...” คนตัวเล็กใช้มือดันอีกคนให้ออกห่างตัวเบาๆ โขดหินที่เค้าเลือกนั่ง มันก็ใหญ่พอสมควร แต่ทำไมต้องมานั่งเบียดขนาดนี้ด้วยวะ (>o<)! “...เขยิบไปหน่อยเซ่!”

“ไม่เอา...จะนั่งตรงนี้! อูยองมาทำไม!”

“มันก็มากวนตีน เหมือนทุกครั้งล่ะ” (- -)!

“ต้องขยี้หัวด้วย?”

 

จียงตวัดสายตาขึ้นมองคนที่นั่งเกยไหล่ตัวเองอยู่...พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงวะ หาเรื่อง?! “...” (><)!

“ร้อยวันพันปี ไม่เห็นเคยมีใครเล่นหัวได้เลยหนิ” คำพูดนิ่งๆ ไม่ได้แฝงอารมณ์ใดๆ กลับทำให้คนข้างกายรู้สึกกระอักกระอ่วนกว่าเคย เค้าไม่รู้ว่านี่คือคำประชดประชันเพราะความไม่พอใจ หรือว่าเป็นแค่ความสงสัยกันแน่ และไอที่บอกว่าไม่เคยมีใรเล่นหัวได้น่ะ มึงคงมั่วแล้ว! เพราะสามเดือนที่ผ่านมามึงทั้งขยี้หัว! งับหัว! ตบหัว! กูไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้!

 

“ไม่ต้องมทำเป็นหึง” (- -)?

“กูกำลังสร้างฟีลหึงเมีย ขัดทำไมวะ” (><)

“ฮ่าๆ งี่เง่าว่ะ” ทั้งๆที่ไม่ได้จงใจทำหน้าตาน่ารัก แต่ไอหน้าหวานที่ทะลึ่งยื่นเข้ามาใกล้ มันกลับทำให้คนตัวใหญ่ใจสั่นเอาง่ายๆ นับวัน...มึงยิ่งน่ารักเข้าไปทุกทีนะ ...กูจะบ้าต๊ายยยยยยย! (><)!

 

วันนี้ผมเห็นความตั้งใจของซึงฮยอนมากจริงๆ จนบางครั้งเผลอคิดไปเองว่า...นี่อาจจะไม่ใช่ซึงฮยอนตัวจริงก็ได้ (- -)? ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา สีหน้าและแววตาจริงจังแบบนั้น ผมไม่ได้เคยเห็นมาก่อน เสื้อยืดที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าคนข้างๆผมมันทุ่มเทกับงานมากแค่ไหน จียงดึงผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่พาดอยู่ที่คออีกคนออกช้าๆ “เหนื่อยหรอ”

 

“อืม...แดดร้อนๆแบบนี้ยิ่งเหนื่อยกว่าเดิมหลายทะ...” (O_O)! ร่างสูงเบิกตากว้างอย่างตกใจ เพราะมือเล็กที่จู่ๆก็ยื่นมาซับหน้าเค้าอย่างไม่ทันตั้งตัว...ใบหน้าหวานที่กำลังตั้งใจซับหน้าให้อย่างอ่อนโยน ...ทำให้ละสายตาไม่ได้

 

ทุกอย่าง...ถ้าการมีแฟนเป็นตัวเป็นตนมันจะรู้สึกดีขนาดนี้...ผมมัวแต่ไปงมโข่งอยู่ที่ไหนมา...

เหมือนเสี้ยวนึงของชีวิตกำลังค่อยๆถูกเติมเต็ม...

 

“เหนื่อยก็...ทำให้เสร็จไวๆสิ” (. .)

“อืม...รอด้วยนะ อย่าเพิ่งกลับไปก่อน”

“ก็รอมาทั้งวันแล้ว...” (.//.) ทำไม...ชอบส่งสายตาแบบนั้นมาเรื่อยเลยนะ “...แค่นี้...ทำไมจะรอไม่ได้ล่ะ”

“ครับ” (^^)

 

พูดเพราะทำไมเล่า! (. .) พี่บ้าไปแล้วหรือไง! “ไม่รำคาญผมหรอไง”

“...” (- -)? คนตัวใหญ่ทำหน้าสงสัย...ไม่แน่ใจว่า...ผมในที่นี้หมายถึงตัวจียงเอง หรือว่าอะไร...จนกระทั่งมือเรียวยกขึ้นจับเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากจนยุ่งเหยิงของตัวเอง ถึงได้เข้าใจ...ว่าหมายถึง ‘เส้นผม’

 

“เดี๋ยวนะ อย่าเพิ่งไป...” เสียใสร้องห้ามอีกคนไว้ ก่อนจะก้มลงไปควานหาสิ่งของในกระเป๋า “...ใส่นี่มั๊ย” (^^)

ผ้าคาดผมลายทาง ที่ผมมักเห็นจียงใส่อยู่บ่อยๆ ถูกยกขึ้นโชว์ตรงหน้า “ใส่แล้วกูจะหล่อมั๊ย”
“ไม่เท่ากูหรอก ฮ่าๆ”

“มึงกล้าพูดนะ!” (- -)

“จะใส่หรือไม่ใส่!” เรื่องมากใหญ่แล้วนะมึงเนี่ย ร่างสูงยิ้มกว้างพลางพยักหน้า “ใส่ค๊าบบ” (^0^)

 

จียงจ้องมองคนที่พยายามทำหน้าตาน่ารัก และพ่นขำออกมอย่างอดไม่ได้ “อย่าทำหน้าแอ๊บแบ๊วแบบนั้นดิพี่! ฮ่าๆ”

“ทำไมอ่า กูไม่น่ารักเลยหรอ” : (

“ไม่-เลย-ซัก-นิด” สองมือเล็กค่อยเอื้อมใส่ผ้าคาดผมให้อีกคนอย่างบรรจง แต่ภาพที่เราทั้งคู่จูบกัน จู่ๆก็ซ้อนทับขึ้นมาซะอย่างนั้น (.//.) ใบหน้าที่ห่างกันไม่ถึงคืบกับแววตาคมที่จับจ้องเค้าไม่ละ...มัน...รู้สึกประหม่าจนมือเล็กทั้งสองข้างสั่นเทาน้อยๆ จึงรีบฝืนใจทำให้เสร็จโดยไว “อ..อื้อ...เสร็จแล้ว!”

 

มือหนารีบคว้าข้อมือเล็กไว้ทันที ขณะที่อีกกำลังจะชักมือกลับ “...” (O_O)

“ขอบใจ...” ดวงตาคมกริบเพียงแค่แกล้งจับจ้องเล็กน้อย...ก็พาลพาใจหล่นวูบ “...จะรีบถ่ายให้เสร็จไวๆนะ”

“อ...อื้อ” (. .)

 

ร่างสูงลุกขึ้นเต็มความสูง พลางฉีกยิ้ม...ในที่สุดก็อดใจที่จะขยี้ผมคนน่ารักตรงหน้าไม่ได้ “หมั่นเขี้ยวว่ะ”

“บ้าจริง!” (. .)! อีกคนเพียงแต่ส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะเดินหันหลังจากไปพร้อมกับผ้าคาดผมลายทาง... และนั่นก็ทำให้รอยยิ้มสวยของคนตัวเล็กเผยออกมาไม่รู้ตัวอีกครั้ง

 

ดูๆไปผ้าคาดผมนั้น...มันก็เข้ากับพี่เหมือนกันนะ

 

แต่ดูๆไป...เราก็เข้ากันเหมือนกันนะ (^^)

 

.

.

 

เวลาล่วงเลยมาจนพระอาทิตย์ดวงกลมโตลาลับไปจากขอบฟ้าซะแล้ว หลายครั้งที่ผมเดินเข้าไปดูพวกรุ่นพี่ทำงานในกองถ่ายกัน แต่ความตรึงเครียดของทุกคน ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งดีกว่า...ด้วยเวลาที่จำกัดมาก ทำให้บททดสอบครั้งนี้ยากและเย็นกว่าวันแรกที่ผ่านมา...ยิ่งทำให้รู้สึกกดดัน

 

ผมเดินเข้าไปหาซึงฮยอนและถามไถ่ถึงความคืบหน้าด้วยความเป็นห่วง มันหันมายิ้มและแสร้งตอบด้วยท่าทางสบายใจ ราวกับไม่มีเรื่องให้ต้องกังวล ทั้งๆที่ความจริงแล้ว มันไม่ใช่แบบนั้นเลย...ทำไมต้องทำเป็นยิ้มด้วย!

 

“ไม่ต้องมายิ้ม บอกมาตรงๆ”

“ถ่ายเสร็จแล้วล่ะ...” ซึงฮยอนเลิกยิ้ม แล้วตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “...แต่กำลังลุ้นให้ช็อตสำคัญมันไม่หาย”

“ช็อตสำคัญหรอ?” ผมหันไปมองพี่ทาโบลที่กำลังหน้าเครียด มือก็กดกรอภาพในกล้องไปมาไม่หยุด

“ฟิล์มม้วนนึงมันเสีย...หวังว่าคงไม่ใช่ช็อตสำคัญ”

“ขอให้มันไม่เสียซักอันเลยจะดีกว่านะ เหอๆ” ตั้งใจทำขนาดนี้...ถ้ามีอันใดอันนึงเสีย คงน่าโมโหมาก

“เดี๋ยวจะกลับกันแล้วล่ะ...เหนื่อยมั๊ย” (^^) มือหนายกขึ้นลูบหัวเล็กอย่างลืมตัว

“มึงสิพี่ที่ต้องเหนื่อย”

คนตัวสูงแกล้งใช้หน้าผากของตัวเองโขกที่หน้าผากมนของอีกคน พลางยิ้มมีเลศนัยน์ “ทำตัวแบบนี้...เดี๋ยวก็...”

โอ๊ะ! ทำบ้าไรเนี่ย!...” มือเล็กยกขึ้นถูส่วนที่โดนกระแทก “...เดี๋ยวก็อะไรของมึง” (>o<)!

“เดี๋ยวก็...”

ใบหน้าหล่อที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ ทำให้เค้าต้องยกมือขึ้นดันออกไป “ไม่ต้องๆๆ ไม่ต้องบอกแล้ว ไม่อยากรู้” (><)

 

“เห้ยยย! หยุดสวีทกันซะทีไอสัส! เพื่อนนั่งหัวโด่อยู่นี่”

“อ...อ...อะไร!! ของมึงพี่อูยอง!!” (>o<) เสียงเล็กสั่น...ร่างสูงเห็นดังนั้นเลยแสร้งหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะดึงร่างห่อเล็กมาโอบ “ไม่ให้กูสวีทกับเมีย แล้วจะให้กูสวีทกับตัวเหี้ยแบบมึงหรอ ฮ่าๆ” (^0^)

“ไอสัสท๊อป! กูเป็นตัวเหี้ยเมื่อไหร่วะ!” (>o<)!

 

อูยองฉุน ทำท่าจะเดินมาเล่นงานเพื่อนหนุ่ม แต่ยังก้าวขาไม่ทันได้ไกลก็โดนฮยอนจุงที่นั่งนิ่งๆ แกล้งยื่นเท้ามาขัดขา จนสะดุดล้มหน้าคว่ำไปกองอยู่บนหาดทราย ทำเอาทุกคนหัวเราะร่าเป็นเสียงเดียว เค้าจึงได้แต่ตะโกนแก้เขินมาทางคุณชายมาดนิ่ง  “เห้ยย ไอฮยอนจุง!! กูอายนะไอสัส” (>o<)!

 

“มึงเสียงดังโวยวายอยู่คนเดียวเลย หุบปากบ้างสิ”

“เอาหน่อย! ฮยอนจุงจัดการแม่งหน่อยดิ๊!” ยูชอนที่นั่งขำไม่หยุด ยุให้เพื่อนหนุ่มเล่นงานไอปากมอมนี่ซะหน่อย

แทคยอนเห็นว่าไอตัวป่วนยังงอแงไม่ยอมลุกขึ้นยืนดีๆ เลยลุกขึ้นเตะทรายรัวใส่ซะให้ เพียงไม่นาน อูยองก็โดนเพื่อนทั้งกลุ่มรวมหัวกันรุมสะกำเตะทรายอัดจนขยับไปไหนไม่ได้ “โอ๊ย! ไอพวกเหี้ย แค่กกๆ” (>o<)

 

จียงยืนหัวเราะอย่างสะใจ ก่อนจะทันสังเกตเห็นว่าคนข้างๆมันยังเนียนไม่เลิกโอบเค้าซะที “เนียนเนอะ หึหึ” (- -)+

“ฮ่าๆๆ” ซึงฮยอนหัวเราะแก้เก้อ...พลางค่อยๆถอดถอนแขนตัวเองออก “...แหะๆ” (^^)”

“หึหึ!” (- -)

 

..

 

//ตื๊ด ตื๊ด//

 

มือเรียวสวยคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงข้อความเข้า “ข้อความภาพหรอ?”

เธอทำหน้าสงสัยเพียงครู่ ก่อนจะตาลุกวาว! (O_O)! เมื่อเห็นว่าภาพนั้นเป็นรูปของน้องชายทั้งสองคน เพราะเป็นภาพแอบถ่าย ฮเยยุนจึงใช้เวลาเพ่งพินิจภาพนั้นอยู่ซักพัก...เหมือนจียงกำลังทำอะไรกับหัวของซึงฮยอนซักอย่าง...

 

ผ้าคาดผม...?

 

(O_O)!!?

 

.

.

 

อ๊ายยยยยยยยยยยย!! จียงใส่ผ้าคาดผมให้ซึงฮย๊อนนน!!” (>o<)!! ห...ห...หัวใจจะวาย! มันเป็นภาพที่ดูแล้วไม่หวือหวาเลยซักนิด แต่กลับทำให้หัวใจดวงเล็กๆเต้นไม่เป็นจังหวะ...สวีทเกินไปแล้วน้า (ToT) อ่า...ชั้นชอบจัง!

 

ไม่รอช้า...เธอรีบกดฟอร์เวิร์ดต่อไปให้คู่ขาร่วมอุดมการณ์ดูต่อทันที...ใส่ผ้าคาดผมให้กัน...เป็นคำที่เธอพิมเพิ่มลงไปในภาพ เพื่ออธิบายให้อีกคนเข้าใจง่ายมากขึ้น สาวเจ้าเล่ห์ยิ้มย่องอย่างพออกพอใจ “ต้องโทรไปขอบใจซะหน่อย” (^^)

 

.

.

 

พี่อย่าโทรหาผมได้มั๊ย!

“...” (O_O)!!

 

 

TBC